เห็นผลการตรวจสอบกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ถึงกับสะดุ้ง?

หลังเริ่มเปิดโครงการเมื่อช่วงต้นปี 2562 ผ่านมาไม่ถึงปีเกิดข้อผิดพลาดจน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ตั้ง พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานตรวจสอบประเด็นข้อร้องเรียนว่า...

กำไลอีเอ็มไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในบางกรณี?!

ที่สำคัญหลังผลการตรวจสอบออกมาพบว่า มีความผิดพลาดหลายข้อ?

1.อุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) สามารถถอดออกจากข้อมือได้โดยไม่ต้องตัดสายรัด หรือใช้อุปกรณ์การถอด และสามารถสวมใส่กลับเข้าไปได้เป็นความจริง

2.มีผู้ถูกคุมประพฤติที่สวมกำไลอีเอ็มหลายราย เกิดอาการแพ้ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในขอบเขตของงานที่ระบุว่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องได้รับการรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ หรือผู้ผลิตว่า เมื่อสวมใส่แล้วจะไม่ก่อให้เกิดการแพ้แก่ผู้สวมใส่

3.กำไลอีเอ็มแจ้งเตือนเองบ่อยครั้ง อาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสัญญาณ และประสิทธิภาพของอุปกรณ์ จากข้อมูลสถิติศูนย์ควบคุมการติดตามตัวผู้กระทำความผิด ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2562 ถึงปัจจุบัน พบว่ามีผู้ถูกคุมประพฤติที่เข้ารับการติดตั้งอุปกรณ์ติดตามตัวเดือนละ 200-700 คน

แต่มีการแจ้งเตือนว่า อุปกรณ์ถูกทำลายสูงถึง 1,000-100,000 ครั้งต่อเดือน และสัญญาณขาดหายสูงถึงเดือนละ 20,000-170,000 ครั้ง!

เรื่องนี้กรมคุมประพฤติฐานะคู่สัญญากำลังแก้ไขในฐานะคู่สัญญา แต่ไม่ทันการเพราะ นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ถูกเด้งไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรมก่อน

เรื่องของการบริหารจัดการก็ว่ากันไป...แต่ต้องมาดูว่า โดยเนื้อแท้ของโครงการนี้มันดีหรือไม่?

เป้าหมายของโครงการเพื่อต้องการให้คนจนที่ไม่มีหลักทรัพย์หลักประกันมายื่นกับศาล หรือผู้ต้องหาที่มีโทษไม่เกิน 5 ปี ยอมติดกำไลอีเอ็มแล้วยังได้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้

...

ข้อสำคัญ เพื่อลดจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำที่ปัจจุบันประสบปัญหาผู้ต้องขังล้นคุก!

ถ้าปัญหาอยู่ที่อุปกรณ์ต้องไปแก้ที่อุปกรณ์ ไม่เกี่ยวกับตัวโครงการนะครับ?

"สหบาท"