ลงลุยพื้นที่กำชับให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานด้วยตัวเอง
พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบช.กมค.ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจสอบและติดตามการบังคับใช้กฎหมาย ศูนย์บัญชาการการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) นำทีมสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีคลิปในโลกโซเชียล
เผยแพร่ภาพชาวประมงล่าจับโลมาขึ้นเรือ มีเสียงสนทนาภาษาไทยสื่อสารกันดังลั่น
แม้จะยังไม่ระบุน่านน้ำชัดเจน แต่ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ได้ประสานกรมประมงและทางการมาเลเซีย เพื่อวางแนวทางตามหากลุ่มผู้กระทำความผิด
ตามรอยกระทั่งได้พยานสำคัญเป็นเจ้าของเรือและผู้เกี่ยวข้องยืนยันคลิปที่เกิดขึ้นเป็นการกวาดต้อนจับโลมานับ 10 ตัวจริง จากภาพและเสียงลูกเรือคนไทย แม้การสอบสวนเบื้องต้นพบเรือลำดังกล่าวโอนเป็นสัญชาติอื่น และมีกระทำความผิดเกิดขึ้นในน่านน้ำของต่างประเทศ
แต่กฎหมายไทยยังเอาผิดผู้กระทำที่เป็นคนไทยได้ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2560 มาตรา 8 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามพันธกรณีที่ประเทศไทยมีต่อองค์การระหว่างประเทศและอนุสัญญาเกี่ยวกับการอนุรักษ์และบริหารจัดการการประมงที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกด้วย
ไม่ว่าจะกระทำในน่านน้ำไทย หรือนอกน่านน้ำไทย ไม่ว่ากระทำโดยใช้เรือประมงไทย เรือประมงที่มิใช่เรือประมงไทย หรือเรือไร้สัญชาติ ถือเป็นการกระทำความผิดในราชอาณาจักร ต้องรับโทษตามที่กำหนดไว้
อีกทั้งกำหนดให้ศาลไทยมีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดีได้
ประกอบมาตรา 66 ห้ามมิให้ผู้ใดจับสัตว์น้ำชนิดที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำที่หายากหรือใกล้สูญพันธุ์ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หรือนำสัตว์น้ำดังกล่าวขึ้นเรือประมง เว้นแต่มีความจำเป็นเพื่อการช่วยชีวิตของสัตว์น้ำนั้น
ระวางโทษปรับตั้งแต่สามแสนบาทถึงสามล้านบาท หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่จับขึ้นเรือประมง
...
ฟันเอาผิด “นักล่าโลมา” ที่สร้างความรู้สึกสะเทือนใจว่อนโลกโซเชียล.
"สหบาท"