นายกฯยัน! จับแล้ว 9 มือบึม

ข่าว

    นายกฯยัน! จับแล้ว 9 มือบึม

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    7 ส.ค. 2562 05:01 น.

    รวมทั้ง‘อาแบ’หัวโจกเตรียมหนีไปมาเลย์บิ๊กแป๊ะบินสอบเอง

    รวบแล้ว “อาแบ” ตัวการสำคัญระเบิดป่วนกรุง ขณะหลบหนีออกไปประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมตรวจยึดเก๋งยาริส พาหนะที่ใช้ดูลาดเลาเป้าหมายใน กทม. แฉบินมาลงดอนเมืองก่อนก่อเหตุอาทิตย์กว่า นัดวางแผนที่หอพักและร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านรังสิต ขณะเดียวกัน ชุดสืบนครบาลร่วมกับภาค 9 ล็อกอีก 2 หนุ่มนราธิวาส ตามคำซัดทอดลูไอและวิลดัน 2 ผู้ต้องหาวางบึมป้าย สตช. ขณะที่ ผบ.ตร.บินลงใต้สอบเค้นทีมระเบิดด้วยตัวเอง ด้านนายกฯประยุทธ์เผยก่อนลงพื้นที่ ตำรวจจับแล้ว 9 คน

    จากเหตุกลุ่มวัยรุ่นแนวร่วมโจรใต้ยกทีมขึ้นมาวางระเบิดป่วนกรุงเทพมหานครหลายจุด เน้นรอบบริเวณสถานที่ประชุม รมต.อาเซียน เริ่มตั้งแต่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร้านขายเสื้อผ้าย่านประตูน้ำ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ และหน้าสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 4 คน เหตุเกิดระหว่างวันที่ 1-2 ส.ค. ตำรวจจับกุมนายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี 2 หนุ่มชาวนราธิวาส ผู้ต้องสงสัยที่ลงมือซุกระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทันควันที่ จ.ชุมพร และถูกคุมตัวกลับไปสอบสวนขยายผลที่ศูนย์ซักถาม จ.ยะลา ส่วน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เร่งพนักงานสอบสวนสอบพยานสเกตช์ภาพ ระบุรูปพรรณสัณฐานคนร้ายอย่างละเอียด รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด ขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องสงสัยทั้งหมดให้ได้ภายใน 7 วัน ขณะที่ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข หัวหน้าชุดสืบสวน ประสาน ผบช.ภ.9 ส่งทีมสืบสวนประกบกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยที่เดินทางกลับเข้าพื้นที่แล้วกว่า 10 คน พร้อมแย้ม เร็วๆนี้น่าจะมีข่าวดี

    บิ๊กปั๊ดคุมทีมสืบเมืองกรุงล่องใต้

    ความคืบหน้าในการคลี่คลายคดีระเบิดป่วนกรุง มีรายงานเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ส.ค. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.หัวหน้าทีมสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิดป่วนกรุง พร้อมด้วย พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น.นำชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนเดินทางไปที่ศูนย์ซักถามของ ศปก.ตร.สน.จ.ยะลา สถานที่ควบคุมตัวนายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ผู้ต้องสงสัยก่อคดีวางระเบิดที่ป้ายหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสอบสวนผู้ต้องหาทั้งคู่

    รวบแล้ว “อาแบ” ตัวสำคัญป่วนกรุง

    มีรายงานว่า นอกจากนี้ ชุดสืบสวนสอบสวน บช.น.ได้ร่วมกับชุดสืบสวน บช.ภ.9 เข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาอีกหลายจุด โดยเฉพาะนายอาแบ หรือแบรี ผู้ต้องหาตัวสำคัญ หัวหน้าของกลุ่มมือวางระเบิดได้แล้ว สามารถติดตามจับกุมได้บริเวณตะเข็บชายแดนภาคใต้ ขณะกำลังหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยนายอาแบ หรือแบรี เป็นคนที่นำระเบิดให้นายลูไอและนายวิลดันพร้อมพวก บริเวณข้างห้างเจเจ มอลล์ ย่านจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ก่อนผู้ร่วมขบวนการจะนำระเบิดไปวางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและจุดอื่นๆ

    ยึดรถอาแบส่งตรวจดีเอ็นเอ

    จากการตรวจสอบข้อมูลทราบว่า นายอาแบ หรือแบรี เข้ามาดูลาดเลาและเตรียมการล่วงหน้า โดยนั่งเครื่องบินภายในประเทศมาลงที่สนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 22 ก.ค. มีการวางแผนร่วมกับผู้ร่วมก่อเหตุที่หอพักเพื่อนสาวแห่งหนึ่ง อยู่ระหว่างตรวจสอบ นอกจากนี้ได้นัดพบปะกับพรรคพวกที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านรังสิต จ.ปทุมธานี โดยใช้รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว เป็นพาหนะ มีรายงานล่าสุดว่า ชุดสืบสวนสามารถติดตามยึดรถเก๋งคนร้ายได้แล้ว เตรียมส่งให้เจ้าหน้าที่ พฐ.ตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมและดีเอ็นเอของคนร้าย

    ล็อกอีก 2 หนุ่มนราฯต้องสงสัย

    มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีระเบิดป่วนกรุงเทพฯ ได้เพิ่มอีก 2 คน ทราบชื่อนายมูฮำหมัดฮาซัน มะ อายุ 22 ปี ชาว อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส และนายมูฮัมมัดอิลฮัม สะอิ อายุ 28 ปี ชาว อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ขณะขี่รถ จยย.อยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 5 ส.ค. ตรวจสอบประวัติเบื้องต้นพบว่าทั้ง 2 คนมีหมายตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเป็นผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลอบวางระเบิดป่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร

    พาค้นบ้านก่อนคุมตัวเค้นสอบ

    จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดรถ จยย.และควบคุมตัวทั้ง 2 คนไปตรวจค้นบ้านพัก แต่ไม่มีรายงานว่าพบวัตถุพยานหรือเอกสารใดๆ ที่เชื่อมโยงหรือมีส่วนรู้เห็นพัวพันกับเหตุระเบิดในกรุงเทพฯหรือไม่ ก่อนจะควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลอย่างละเอียดอีกครั้งที่ศูนย์พิทักษ์สันติ ศปก.ตร.ส่วนหน้า อ.เมืองยะลา สถานที่เดียวกับที่ควบคุมตัวนายลูไอ และนายวิลดัน 2 ผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    ลูไอ–วิลดัน ซัดทอดร่วมทีมบึม

    มีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวน ศปก.ตร.ส่วนหน้า จ.ยะลา ถึงเบื้องหลังการจับกุมนายมูฮำหมัดฮาซัน และนายมูฮัมมัดอิลฮัม 2 ผู้ต้องสงสัยรายล่าสุดว่า เป็นผลมาจากการสอบสวนนายลูไอ และนายวิลดัน 2 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมก่อนหน้า ซัดทอดถึงผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่แกะรอยติดตามจับกุมได้ทั้งคู่ขณะกำลังจะหลบหนีข้ามชายแดนไปยังประเทศมาเลเซีย อยู่ระหว่างเค้นสอบสวนขยายผลหาตัวผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ ขณะที่ญาติของผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวได้นำสิ่งของเสื้อผ้ามาเยี่ยม

    เข้มพื้นที่โกลก–ตากใบ–แว้ง

    รายงานระบุต่อว่า หลังจากควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีลอบวางระเบิดในกรุงเทพฯได้เพิ่มอีก 2 คน ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่กองกำลัง 3 ฝ่าย ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก อ.ตากใบ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ที่มีพรมแดนติดกับรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เพิ่มความเข้มในการตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจสอบยานพาหนะ และบุคคลที่สัญจรไปมาเพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะแฝงตัวหลบหนีข้ามไปประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ที่ด่านพรมแดนทั้ง 3 อำเภอ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมีมาตรการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะทุกชนิดที่ผ่านเข้าออกระหว่างประเทศอย่างเข้มงวดเช่นกัน และยังให้เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามช่องทางธรรมชาติข้ามแนวพรมแดนคอยสังเกตการณ์และตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยที่ใช้เส้นทางผ่านเข้าออกด้วย

    บิ๊กแป๊ะบินเค้นสอบทีมบึมเอง

    มีรายงานว่า วันที่ 7 ส.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่ร่วมเดินทางมากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คาดว่าน่าจะมีการเดินทางมาที่ ศปก.ตร.สน.ร่วมสอบสวนปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเองก่อนให้พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหาชุดแรก ไม่น่าเกินวันที่ 9 ส.ค.

    ขอศาลออกหมายจับลูไอ–วิลดัน

    มีรายงานว่า คณะทำงานสืบสวนสอบสวนชุดของ พล.ต.ท.สุวัฒน์ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิด อุปกรณ์ส่วนประกอบระเบิด ผลตรวจของชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดอีโอดีของ บก.สปพ. และผลของสถานที่เกิดเหตุ เสื้อผ้าของกลุ่มคนร้ายที่นำมาทิ้งไว้ห้างสินค้าเจเจมอลล์ ย่านหมอชิต ของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาคดีระเบิดเบื้องต้นก่อน 2 ราย คือนายลูไอ และนายวิลดัน ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิด ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ต้องหาชุดแรกที่ถูกออกหมายจับกุมดำเนินคดี

    รวบรวมรายละเอียดจ่อขออีก 4

    ส่วนผู้ต้องสงสัยรายอื่นที่ปรากฏอยู่ในภาพจากกล้องวงจรปิดที่ก่อเหตุวางระเบิด ที่ศูนย์ราชการ 2 คน ในพื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง และในพื้นที่ สน.ปทุมวัน อีก 2 คน ชุดสืบสวนกำลังรวบรวมรายละเอียดนำภาพของผู้ต้องสงสัย ประสานข้อมูลของ ศปอก.สน.ภาค9 และ บช.ภ.9 เพื่อตรวจหาประวัติรายชื่อ ที่อยู่ผู้ต้องสงสัยมาขออนุมัติหมายจับกุมเพิ่มเติม คาดว่าน่าจะขออนุมัติหมายเพิ่มอีก 4 คน

    ส่องวงจรปิดหมอชิต 11 วันย้อนหลัง

    มีรายงานด้วยว่า ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่บริเวณสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ ย้อนหลังไป 11 วัน จากวันที่ 1 ส.ค. วันที่นายลูไอ และนายวิลดัน ก่อเหตุนำระเบิดวางที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กทม. พบผู้ต้องสงสัยกลุ่มคนร้ายหลายราย คาดว่าเป็นทีมงานระเบิดป่วนกรุง เนื่องจากผู้ต้องสงสัยแต่งกายคล้ายกับผู้ก่อเหตุวางระเบิด คือ สะพายเป้ไว้ด้านหลัง ใส่หมวก และใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า น่าเชื่อเดินทางฝังตัวที่ กทม.ล่วงหน้า ก่อนลงมือ

    แฉ 4 มือบึมกลับพร้อมลูไอ–วิลดัน

    ในส่วนภาพกล้องวงจรปิดที่สถานีหมอชิตใหม่ พบผู้ต้องสงสัย 4 คน ก่อเหตุวางระเบิดที่ศูนย์ราชการฯ และบีทีเอสช่องนนทรี พบว่า หลังก่อเหตุขึ้นรถทัวร์ปรับอากาศ กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ทะเบียน 15-5617 กรุงเทพมหานคร ช่วงเย็นวันที่ 1 ส.ค. เพื่อหลบหนีลงใต้ คันเดียวกับที่นายลูไอและนายวิลดัน นั่งไปก่อนทั้งคู่ถูกจับตัวได้ที่ จ.ชุมพร แต่ขณะจับกุมชุดสืบสวนได้รับรายงานข้อมูลผู้ก่อเหตุวางระเบิดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพียง 2 คน ผู้ก่อเหตุที่ศูนย์ราชการอีก 4 คน เล็ดรอดไปได้ ขณะนี้รู้ตัวมือวางระเบิดทั้ง 4 คนแล้ว อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว

    รองอุ่ยโบ้ยเรื่องคดีให้ถามผู้ใหญ่

    ส่วนความเคลื่อนไหวที่กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผบก.สปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี เดินทางมายัง บก.สส.บช.น.ถนนศรีอยุธยา เพื่อซักถามข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบ และชนิดของระเบิดในครั้งนี้ และเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดก่อนหน้านี้ทั้งหมด โดย พ.ต.อ.กำธรขอปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆ บอกแต่เพียงว่าขอให้ผู้บังคับบัญชาให้ข้อมูลเท่านั้น

    แจ้งวัตถุต้องสงสัย วันละ 10 กว่าราย

    สำหรับการแจ้งเบาะแสพบวัตถุต้องสงสัยนั้น พ.ต.อ.กำธรเผยว่า มีการแจ้งเกินวันละ 10 ราย เป็นเรื่องปกติที่ประชาชนจะเกิดความตื่นตัว โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ EOD พร้อมเข้าตรวจสอบเหตุที่มีการรับแจ้งในทุกจุดตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว ผลจากการเข้าตรวจทุกจุด ตามรายงานยังไม่พบว่า มีจุดใดพบวัตถุอันตรายหรือระเบิดที่ใกล้เคียงก็เป็นเพียงวัตถุเลียนแบบ หรือวัตถุใกล้เคียงวัตถุอันตราย พิสูจน์แล้วว่าเป็นของกลุ่มวัยรุ่นที่นำไปใช้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท แต่ไม่ถึงขั้นนำไปสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายแต่อย่างใด

    ไอซีไทเมอร์ ตรงกับเหตุบึมใต้

    ขณะที่รายงานข่าวระบุว่า ข้อมูลจากอีโอดีที่นำมาให้ข้อมูลกับชุดสืบสวน หลังตรวจสอบที่เกิดเหตุแต่ละจุดพบมีหลักฐานหลายอย่าง 1 ในนั้นคือ ไอซีไทเมอร์ หรือไอซีตั้งเวลา ที่เมื่อนำไปเทียบเคียง พบว่ารูปแบบการประกอบระเบิด และวัสดุที่นำมาใช้ในครั้งนี้คล้ายเหตุระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้แทบจะทั้งหมด ข้อมูลทั้งหมดเป็นหนึ่งในพยานหลักฐานสำคัญที่ตำรวจใช้ประกอบสำนวนคดีเพื่อเตรียมขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุคดีนี้

    ผู้ว่าฯ กทม.เยี่ยมลูกน้องเหยื่อบึม

    ที่โรงพยาบาลสิรินธร เขตประเวศ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตสวนหลวง ที่ถูกสะเก็ดระเบิด บริเวณ ซ.พระรามเก้า 57/1 จำนวน 3 ราย โดยเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.สิรินธร 2 ราย ได้แก่ น.ส. ดิสนา ผ่องใสดี อายุ 46 ปี มีแผลบริเวณใบหน้า แพทย์วินิจฉัยอาการกระจกตาถลอก แก้วหูทะลุ ให้นอนพักรักษาที่โรงพยาบาล และนางสุนทร รอดเสียงล้ำ อายุ 55 ปี มีแผลบริเวณลำคอ เจ็บตา หูอื้อ แพทย์วินิจฉัยอาการ กระจกตาถลอก แก้วหูทะลุ ให้นอนพักรักษาที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาฯ ที่ถูกสะเก็ดระเบิด อีก 1 ราย เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวิภาราม คือ น.ส.ศศินิภา เพชรทองหลาง มีอาการหูอื้อวินิจฉัยอาการ แก้วหูทะลุ

    เสริมขวัญกำลังใจ คนละ 5 หมื่น

    พล.ต.อ.อัศวินกล่าวภายหลังว่า มาเยี่ยมให้กำลังใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นพนักงานกวาด ของเขตสวนหลวง 3 ราย เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.สิรินธร 2 ราย แพทย์ได้รักษาอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ส่วนอีก 1 ราย เข้ารับการรักษาที่ รพ.วิภาราม ได้ประสานให้แพทย์รักษาอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2,000 บาท ขณะเดียวกันยังมีเงินช่วยเหลือที่คณะผู้บริหารได้ระดมกัน รวมแล้วจะได้รับคนละ 50,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน ส่วนการแก้ไขระเบียบหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ สำหรับลูกจ้างชั่วคราว กทม.ต้องหารือกระทรวงการคลัง ในการแก้ไขระเบียบในการกำหนดสวัสดิการให้กับลูกจ้างชั่วคราวให้เป็นไปตามกฎหมาย เพราะ กทม.ไม่สามารถกำหนดเกณฑ์ได้เอง

    นายกฯ เผยล็อกทีมบึมแล้ว 9 คน

    อีกด้านหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ กทม.ว่า เรื่องนี้มีการรายงานให้ตนรับทราบทุกวันถึงความคืบหน้า วันนี้ (6 ส.ค.) ก็มีความคืบหน้าไปมาก จับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มขึ้นถึง 9 คน จากนี้จะต้องสืบสวนต่อเพื่อดำเนินการนำมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ ด้วยวิธีการตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งวัตถุพยาน พยานบุคคล ต้องทำให้รอบคอบ รัฐบาลจะทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญอยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงประชาชนร่วมกันเป็นหูเป็นตา ตามที่ได้เคยพูดไปว่าเราจะรักษาความมั่นคงแบบองค์รวม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ต้องเริ่มจากตัวเอง ชุมชน และประชาชนสามารถช่วยรัฐได้มากยิ่งขึ้นในการถ่ายภาพซึ่งถือเป็นการดี

    “บิ๊กป้อม” แจงคืบหน้าใน ครม.

    ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการรายงานความคืบหน้าเหตุระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯหลายจุด ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ได้รายงานเรื่องนี้ต่อที่ประชุมเอง รายละเอียดเหมือนกับที่ ผบ.ตร.รายงาน ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่าเชื่อมโยงกับใครบ้าง พยานหลักฐานเป็นอย่างไร ขณะนี้ยังไม่ทราบที่มาของระเบิด เพราะมาจากหลายที่ มีการเตรียมการกันมาก่อน ขอให้ประชาชนมั่นใจ ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ทั้ง กทม. ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหารร่วมกันดูแลให้ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน

    เชื่อมีคนบงการอยู่เบื้องหลัง

    เมื่อถามว่าเป็นเครือข่ายเดียวกับผู้ที่ก่อเหตุทางภาคใต้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เป็นเครือข่ายภาคใต้ ขณะนี้กำลังตรวจสอบอยู่ เมื่อถามว่ากลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้มีแนวโน้มจะขยายพื้นที่หรือมีคนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คงไม่ขยายพื้นที่ อาจจะมาเป็นงานๆไป ขอเวลาซักรายละเอียดจากผู้ต้องหาก่อน เชื่อว่าคงมีคนบงการอยู่เบื้องหลัง ถ้าไม่มีจะมาได้อย่างไร แต่คนที่บงการจะเป็นกลุ่มการเมืองหรือไม่นั้น ไม่ทราบ เมื่อถามว่า หลังจากรายงานนายกฯ แล้วนายกฯได้ให้คำแนะนำหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่ต้องให้คำแนะนำผม ผมดูแลเรื่องความมั่นคงมาตั้งนานแล้ว”

    “บิ๊กแดง” ติงสื่ออย่ามโน

    ก่อนนี้เมื่อเวลา 07.00 น. วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบระเบิดหลายจุดทั่ว กทม.ว่า การให้ข่าวทางโซเชียลและสื่อต่างๆต้องอ้างอิงติดตามการแถลงจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่ามโนกันไปเอง ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม บอกแล้วว่าขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน แต่ทุกคนต้องช่วยกันดูช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบวัตถุต้องสงสัยต้องช่วยกันดูแล ข่าวต่างๆที่ออกมาเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อให้เกิดความขัดแย้ง ปัจจุบันรัฐบาลทำงานไปได้ด้วยดีแล้ว แต่เพิ่งทำงานไม่กี่วันก็มีเหตุระเบิด ขอร้องสื่อมวลชนให้ถามเชิงสร้างสรรค์ หรืออย่าทำให้เกิดการตีความ บางข่าวพูดอีกอย่างแต่เสนออีกอย่าง หรือตัดตอนข่าว หากเป็นอย่างนี้การสัมภาษณ์ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน ไม่มีใครที่ไม่อยากเห็นประเทศตัวเองไม่สงบเรียบร้อย อยากให้ฟังข่าวสารจากความมั่นคงที่ถูกต้องเป็นหลัก อย่าไปติดตามอะไรที่ไม่มีที่มาที่ไป

    ฟันธงเหตุบึม มุ่งดิสเครดิตรัฐบาล

    เมื่อถามว่า สาเหตุของการก่อเหตุจะเกิดจากสิ่งใด พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า การก่อเหตุเพราะต้องการทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในช่วงที่มีผู้นำต่างประเทศมาประชุมงานด้านการต่างประเทศ เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ในการประชุมอาเซียนเมื่อปี 52 ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ที่ จ.ภูเก็ต และที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตนอยู่ในเหตุการณ์มาตลอด เกิดจากผู้ไม่หวังดีมี วัตถุประสงค์ดิสเครดิตรัฐบาล ไม่อยากบอกว่าเป็นฝ่ายใด แต่คนดีๆไม่ทำกัน ถามว่ารัฐบาลจะทำร้ายตัวเองเพื่ออะไร เพราะรัฐบาลและนายกฯมีเรื่องต่างๆที่จะต้องแก้ไข เพื่อนำพาประเทศชาติก้าวข้ามออกไปอีกมากมาย

    ชี้คนชักใย พร้อมก่อเหตุทุกรูปแบบ

    เมื่อถามอีกว่า กลุ่มเดิมๆที่เคยระบุไว้ ฝ่ายความมั่นคงได้ติดตามความเคลื่อนไหวคนกลุ่มนี้หรือไม่ ผบ.ทบ.ตอบว่า ยังไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงคนที่บงการวางแผน คนที่บงการส่วนใหญ่จะสืบไปถึงตัวได้ยาก ได้แต่คาดเดา และต้องใช้เวลาหาหลักฐาน ขณะนี้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี ตอบสนองนายกฯได้ ในส่วนของกองทัพบกให้การสนับสนุนเรื่องข้อมูลข่าวสารที่เคยรวบรวมไว้ แต่กลุ่มเดิมที่ตนหมายถึง คือกลุ่มเดิมที่เป็นมาสเตอร์มาย หรือผู้อยู่เบื้องหลังนั้นมีความคิดที่จะก่อเหตุในทุกรูปแบบ ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการทำระเบิด หรือการทำข่าวปลอม ถือเป็นการบ่อนทำลายประเทศอีกแบบหนึ่ง

    เตือนขอให้ไปเล่นกันในสภาฯ

    ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ใช่ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า ตนไม่ได้อยู่ในฐานะนักการเมือง เนื่องจากตอนนี้ไม่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตนพูดในส่วนของความมั่นคง ไม่ได้อ้างอิงการเมือง แต่เราคนไทยด้วยกันหากประเทศเดินไปได้ในทุกเรื่อง น่าจะเกิดความเรียบร้อย การที่ยังมีคนวางแผนบงการ มีความคิดที่ไม่ยอมรับและไม่เคารพกติกา ตอนนี้ก็ขอให้ไปเล่นกันในสภาฯ

    ขู่ตัดตอนถึงตัวบงการไม่ง่ายแล้ว

    พล.อ.อภิรัชต์ยังกล่าวตอบคำถามในส่วนผู้วางแผนหรือผู้บงการนั้นอยู่ในหรือนอกประเทศ ว่า มันอยู่ได้ทุกที่ ทุกหนทุกแห่งในโลกหรืออาจจะอยู่ในโลกออนไลน์ก็ได้ เมื่อถามว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้แล้ว มั่นใจได้หรือไม่ว่าจะสาวไปถึงตัวผู้บงการได้ พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องไปขยายผลสืบหาตัวผู้กระทำความผิด คงต้องใช้เวลา บางครั้งที่มีการเรียกว่าตัดตอนคงไม่ใช่ง่ายๆ เพราะทุกอย่างลึกลับซับซ้อน ยิ่งนานวันความลึกลับซับซ้อนของขบวนการมีเทคโนโลยีเป็นส่วนช่วยสามารถเข้าถึงง่าย แต่ในทางกลับกันจะสามารถเข้าถึงตัวผู้บงการได้ง่ายด้วยเช่นเดียวกัน

    โบ้ยงบฯทหารไม่เกี่ยวซื้อกล้อง

    เมื่อถามอีกว่า มีบางฝ่ายเสนอให้ตัดงบฯของกองทัพ เพื่อไปซื้อกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม พล.อ.อภิรัชต์ ตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน กล้องวงจรปิดมีจำนวนมากอยู่แล้ว ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการบูรณาการใช้งาน ทุกหน่วยงานมีกล้องวงจรปิดทั้งหมด สังเกตว่าบางครั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถติดตามคนร้ายได้จากกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ บางทีต้องใช้ของธนาคาร ร้านสะดวกซื้อ ห้างร้าน ตอนนี้มีระบบการออนไลน์แบบบูรณาการ รวมทั้งยังมีกล้องของ กทม. ตำรวจจราจร ทหาร และตำรวจ คือทุกคนมีกล้องวงจรปิดทั้งหมด สามารถบูรณาการใช้ได้ การซื้อกล้องวงจรปิดไม่ใช่ในส่วนงบประมาณของกระทรวงกลาโหม

    “ดอน” เผยต่างชาติไม่ข้องใจปมบึม

    ขณะที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุวางระเบิดหลายจุดใน กทม.ช่วงการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 52 ว่า ระหว่างการประชุมไม่มีประเทศใดสอบถามถึงประเด็นดังกล่าวสันนิษฐานว่า ไม่พูดเพราะไม่เกี่ยวข้องกับการประชุม หรือเป็นมารยาท ได้เปิดโอกาสให้ได้ซักถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่มีใครพูดถึงทั้งในการประชุมวงเล็กและวงใหญ่ อาจเป็นเพราะได้รับรู้ข่าวสาร และเชื่อมั่นว่าทางการไทยสามารถดูแลสถานการณ์ได้ แต่ทราบว่ามีการสอบถามกับสถานทูตของตัวเองที่อยู่ในประเทศไทย คิดว่าน่าจะมีความไว้วางใจต่อสถานการณ์จึงไม่มีการพูดถึง

    “บิ๊กป๊อก” กำชับท้องถิ่น หวั่นบึมซ้ำ

    พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยกำชับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นติดตามสถานการณ์และข่าวสารจากฝ่ายความมั่นคงอย่างใกล้ชิด พร้อมกำหนดมาตรการดูแลพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานอื่น เบื้องต้นแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด ให้ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่ หากพบวัตถุต้องสงสัยขอให้ประสานงานกับหน่วยอีโอดีอย่างรวดเร็ว ขณะนี้สั่งการให้ทุกฝ่ายติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยังไม่พบข้อผิดปกติแต่อย่างใด

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ระเบิดป่วนกรุงจับผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดสำนักงานตำรวจแห่งชาติมือระเบิดแนวร่วมโจรใต้ข่าวหน้า1

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 10:03 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์