นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต (พก.) เปิดเผยว่า พก.ได้ศึกษาเรื่องบริการสุนัขนำทางสำหรับคนตาบอดตั้งแต่ปลายปี 2559 เพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการทางการมองเห็น ตามมาตรา 20 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2556 ที่ระบุถึงสิทธิที่จะนําสัตว์นำทาง เครื่องมือ หรือเครื่องช่วยความพิการใดๆติดตัวไปในสถานที่ใดๆ โดยได้ศึกษาแนวทางของศูนย์การสุนัขทหาร รวมทั้งองค์กรในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการโดยภาคเอกชน เนื่องจากมีการลงทุนสูง โดยเฉพาะที่ประเทศออสเตรเลียที่ พก.ศึกษาเป็นต้นแบบ ได้เสนแนะถึงการจัดการที่จะต้องจัดตั้งเป็นศูนย์บริการสุนัขนำทาง มีระบบการฝึก การดูแลสุนัขที่เป็นมืออาชีพ ขณะเดียวกันผู้รับบริการที่ต้องการนำสุนัขไปใช้ก็ต้องมีคุณสมบัติตามเงื่อนไข เบื้องต้นต้องมีความรักในสุนัข ต้องเข้าร่วมฝึก การอยู่ร่วมกันกับสุนัข มีความรับผิดชอบ

อธิบดี พก.กล่าวด้วยว่า พก.ยังได้ศึกษาข้อมูลจาก น.ส.คีริน เตชะวงศ์ธรรม หรือ “ทราย” ซึ่งตาบอดตั้งแต่อายุ 13 ปี ขณะที่ทรายไปศึกษาปริญญาตรีที่สหรัฐอเมริกาพบเป็นโรคซึมเศร้า ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ให้หาสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อน จึงยื่นเรื่องขอสุนัขนำทางกับศูนย์ฝึกสุนัข ก่อนใช้สุนัขนำทางต้องเข้ารับการฝึกอบรมจนกว่าจะผ่านกระบวนการต่างๆ ปัจจุบันทรายมีลูเตอร์สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เป็นสุนัขคู่กายคอยอำนวยความสะดวก ซึ่งทรายสำเร็จการศึกษาและได้เดินทางกลับมาประเทศไทยโดยมีลูเตอร์คอยนำทาง แต่ยังพบอุปสรรคในการไปบางสถานที่ ทั้งนี้ พก.ได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ตรง ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และเรื่องนี้สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เสนอที่จะเป็นหลักดำเนินการ โดยให้ พก.เป็นผู้สนับสนุน ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ข้อดี ข้อเสียในการตัดสินใจ.