นายกฯเจรจาเพื่อนบ้าน ลาวพม่าจีนให้ปล่อยน้ำ ระดมทหาร-บรรเทาภัย
สมาคมผู้ส่งออกข้าวชี้เดือน ส.ค.นี้ หากฝนยังไม่ตก ข้าวไทยเสียหายกว่า 5 หมื่นล้านบาท เจ้าหน้าที่ระดมเครื่องสูบลากสายจากแหล่งน้ำ สูบเข้านาบรรเทาความเดือดร้อน ชาวร้อยเอ็ดร่วมพิธี “เต้านางด้ง” หวังขอฝนตามความเชื่อ นครสวรรค์ระทมต้นข้าวใกล้ตายกว่า 7 หมื่นไร่ ขณะที่นายกฯเป็นห่วงเกษตรกร สั่งทหารตั้งศูนย์บรรเทาภัยพิบัติ แจกจ่ายน้ำและขุดลอกคูคลอง
วิกฤติภัยแล้งชาวบ้านเดือดร้อนหลายจังหวัด เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่ริมแม่น้ำชีในบริเวณจุดเชื่อมระหว่าง อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ กับบ้านท่านางแนว ต.ท่านางแนว อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น นายประสูตร หอมบันเทิง นายอำเภอแวงน้อย พร้อมเจ้าหน้าที่ ปภ.เขต 6 นำเครื่องสูบน้ำระยะไกล สูบน้ำจากลำน้ำชีเพื่อไปเติมน้ำเข้าแหล่งกักเก็บน้ำที่ใช้ทำน้ำประปาหมู่บ้านห่างออกไป 900 เมตร เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคของชาวบ้าน 3 หมู่บ้านใน ต.ท่านางแนว อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น
นายประสูตร หอมบันเทิง นายอำเภอแวงน้อย เปิดเผยว่า ชาวบ้าน 8 หมู่บ้านในอำเภอแวงน้อย กำลังจะประสบปัญหาน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคมีไม่เพียงพอ ไม่มีน้ำทำนา เนื่องจากฝนไม่ตกมานาน ร่วม 2 เดือน ต้นข้าวที่หว่านไว้รวมกว่า 1,300 ไร่ แห้งตายเสียหายหมด ทั้งนี้ รายงานไปยังจังหวัดเพื่อขอรับการสนับสนุนทำฝนหลวง กระทั่งมีการบิน 65 เที่ยว แต่ไม่มีฝนตกในพื้นที่ ต่อมาประสานกับปภ.เขต 6 สนับสนุนเครื่องสูบน้ำระยะไกลมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำวันละ 6,000 บาท จะสูบเพียง 20 วัน วันละ 16 ชั่วโมง ด้านนายสวัสดี อ่องไธสง เกษตรกรบ้านท่านางแนว เปิดเผยว่า ครอบครัวทำนาอยู่ 10 ไร่ ขณะนี้ข้าวที่หว่านไว้ตายหมดแล้ว เดือดร้อนหนักเพราะไม่มีฝนตกลงมา น้ำกินน้ำใช้ใกล้หมด น้ำในแม่น้ำชีแห้งขอดจนเห็นเกาะกลางน้ำ เช่นเดียวกับที่บริเวณแก่งน้ำต้อน ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย เขต 6 และเทศบาลตำบลเมืองเก่า ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเข้านาข้าวให้เกษตรกร ขณะเดียวกันชาวนาใช้จอบและเสียมขุดร่องให้น้ำเข้านา
...
ด้านว่าที่ร้อยตรี อภินันท์ เผือกผ่อง รอง ผวจ.นครราชสีมา นายอำนวย ปองนาน นายอำเภอปักธงชัย นายพีระพงษ์ สนองชาติ ปลัดอำเภอปักธงชัย ลงพื้นที่บ้านโคกนางเหริญ หมู่ 7 ต.เกษมทรัพย์ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เพื่อตรวจเยี่ยม และแจกจ่ายน้ำให้กับชาวบ้านที่ขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ประสบปัญหาภัยแล้ง และฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ทำให้น้ำในสระขนาดใหญ่ของหมู่บ้านพื้นที่กว่า 90 ไร่ แห้งขอด ไม่มีน้ำให้ผลิตน้ำประปา
ขณะที่นายจาตุรงค์ ถนอมกลาง ปลัดอำเภอพิมาย หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง รักษาการแทนนายอำเภอพิมาย จ.นครราชสีมา ออกสำรวจแหล่งน้ำในลำน้ำมูล บริเวณด้านหน้าเขื่อนพิมาย ระดับน้ำลดลงจนเห็นสันดอนทรายโผล่เป็นเนินสูง สามารถเดินข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้ ด้านนายคำรณ เตียตระกูล ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ สั่งการให้พนักงานนำรถแบ็กโฮ 2 คัน เร่งขุดสันดอนทรายด้านหน้าเขื่อนพิมาย เพื่อเปิดทางน้ำไหล ยังพอมีน้ำอยู่ห่างจากด้านหน้าเขื่อนไปประมาณ 200 เมตร เพื่อสูบน้ำไปตามคลองชลประทานให้เกษตรกรใช้บรรเทาความเดือดร้อน
ชาวนาบ้านนาดี หมู่ 1 ต.วังหลวง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 150 หลังคาเรือน ร่วมใจกันทำพิธีกรรม “เต้านางด้ง” เพื่อขอฝนจากพญาแถน มีนายชุมพล พรหมวงค์ อายุ 77 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้นำทำพิธีเชิญเทวดาและพญาแถนลงมาฟังสารจากชาวบ้าน พิธีดังกล่าวเป็นความเชื่อของชาวบ้าน จะจัดขึ้นเฉพาะปีที่เกิดฝนแล้งเท่านั้น เชื่อว่าเป็นการลงโทษของสิ่งลี้ลับที่มีอำนาจเหนือธรรมชาติ ทำให้ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ประกอบด้วยบทเซิ้งที่ใช้เป็นสารที่ 1 ในการอ้อนวอนส่งถึงพญาแถนให้ฝนตกลงสู่โลกมนุษย์ ส่วนสารที่ 2 เป็นคำคมสอนลูกสอนหลานให้รู้จักและปฏิบัติตามศีลธรรม
พ.อ.มานพ ไขขุนทด รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.กาฬสินธุ์ นายพงศ์ศักดิ์ ณ ศร ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ และการส่งน้ำให้กับประชาชนและเกษตรกร รวมทั้งการระบายน้ำลงสู่ลำน้ำปาวของเขื่อนลำปาว หลังจากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ทำให้เขื่อนลำปาวเข้าสู่ภาวะเฝ้าระวัง พ.อ.มานพกล่าวว่า น้ำที่มีอยู่ในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางต่างๆ ทั้ง 18 แห่ง และเขื่อนลำปาว สามารถสนับสนุนส่งน้ำในการอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนได้มากกว่า 30 วัน ยังไม่เข้าสู่วิกฤติ ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ขณะนี้อยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง สำหรับพื้นที่ทำนาข้าวนอกเขตชลประทาน เริ่มประสบปัญหาต้นข้าวขาดน้ำแห้งเฉา เนื่องจากฝนทิ้งช่วงนั้น ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทีมฝนหลวงนำเครื่องขึ้นบิน ทำฝนหลวงให้กับเกษตรกร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ทำให้ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ฝนเริ่มตกในหลายพื้นที่บ้างแล้ว
...
นายเทียน ปลื้มกมล ผอ.โรงเรียนบ้านหนองบอนฐานเจ้าป่า อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ถ่ายคลิปช้างป่าออกมากินน้ำที่สระหลังโรงเรียน ตามปกติช้างป่าจะออกมาในช่วงกลางคืน ชาวบ้าน ครูและเจ้าหน้าที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าจะจัดเวรยามมาดูแลพื้นที่หลังโรงเรียนเพื่อไม่ให้ช้างป่าเข้ามาใกล้พื้นที่โรงเรียนมากเกินไป อาจเกิดความเสียหายต่อพืชผัก และทรัพย์สิน แต่ในช่วงนี้ฝนไม่ตกมากว่า 3 เดือนแล้ว ต้นไม้ในป่าต่างแห้งตาย ไม่มีอาหารสำหรับสัตว์ป่าทั้งช้างและกวางต้องออกมาหาแหล่งน้ำ จากที่เคยออกหากินตอนกลางคืน แต่ขณะนี้แล้งมากสัตว์ป่าออกมากินน้ำช่วงกลางวัน
นายลวน อินทร์หอม อายุ 60 ปี ชาวนาบ้านตะโม่ หมู่ 5 ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ปีนี้แล้งมาก แหล่งน้ำทางธรรมชาติแห้งขอด ตนทำนา 24 ไร่ ข้าวกำลังออกรวง ต้องดึงน้ำจากบึงขี้แร้งไปหล่อเลี้ยงนาข้าวทุกวันระยะทางกว่า 1 กม. ต้องลงทุนค่าน้ำมันเพิ่มอีกวันละ 10-20 ลิตร เพื่อนำน้ำเข้านาให้ได้ ทั้งที่ราคาข้าวขายได้เพียง 6,400-6,500 บาท อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือทั้งในเรื่องภัยแล้ง และราคาข้าวตกต่ำ
จ.นครสวรรค์ นาข้าวในพื้นที่ อ.ท่าตะโก ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งแล้วรวมกว่า 7 หมื่นไร่ หลังฝนทิ้งช่วงจนข้าวนาปีขาดน้ำได้รับความเสียหาย ทั้งยังมีแนวโน้มขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่องด้วย ด้านนางบังอร แป้นแก้ว อายุ 56 ปี ชาวนา เปิดเผยว่า นาข้าวของตนอยู่นอกเขตชลประทาน ปลูกข้าวนาปี 200 ไร่ แต่ฝนทิ้งช่วง ข้าวที่ปลูกไว้ประมาณเดือนเศษขาดน้ำแห้งตายไปแล้วกว่า 100 ไร่ ส่วนที่เหลือใกล้ตายแล้วเช่นกัน หากภายในสัปดาห์นี้ไม่มีฝนตกลงมา คาดว่าจะได้รับความเสียหายทั้งหมด
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ส่งออกข้าวไทย และผู้นำเข้าในต่างประเทศ กังวลสถานการณ์ภัยแล้งของไทยมาก เพราะหากภายในกลางเดือน ส.ค.นี้ ฝนยังไม่ตก จะทำให้เกิดภัยแล้งในพื้นที่เพาะปลูกข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียวในภาคตะวันออก เฉียงเหนือแน่นอน และคาดว่าผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิปีนี้จะลดลง 40-50% หรือจะเหลือเพียง 4.5-5 ล้านตัน จากเดิมที่มีผลผลิต 8.5-9.5 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 50,000 ล้านบาท และอาจมีผลทำให้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิของไทยปรับขึ้นไปถึงตันละ 25,000 บาท เป็นราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้จะเป็นราคาสูง แต่เกษตรกรแทบไม่ได้ประโยชน์ เพราะผลผลิตเสียหาย
...
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รับรายงานว่า ชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะหลายๆพื้นที่ต้นข้าวตายไปแล้ว 2 รอบ หรือคิดเป็นความเสียหายไปแล้ว 20-30% ชาวนาต้องไถ่กลบเพื่อเพาะปลูกในรอบที่ 3 ดังนั้นคงต้องรอลุ้นว่าฝนจะตกลงมาในเร็วๆนี้หรือไม่ ขณะเดียวกัน ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือโดยการชดเชยให้เกษตรกร เพราะในปีนี้มีต้นทุนการผลิตสูงมาก จากการไถกลบเพื่อปลูกข้าวใหม่ 2-3 รอบแล้ว
ด้าน ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า หากฝนไม่ตกในช่วงเดือน ส.ค.นี้ คงไม่สามารถปลูกข้าวในรอบที่ 3 ได้แล้ว ในส่วนของการส่งออกข้าว คงต้องติดตามว่าประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม และอินเดีย จะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งหรือไม่ แต่หากไม่ได้รับผลกระทบจะทำให้ทั้ง 2 ประเทศได้รับอานิสงส์ทันที ทั้งในส่วนของตลาด และราคาตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาภัยแล้งว่า รัฐบาลทำเต็มที่แล้ว ไม่ได้ทำเฉพาะช่วงที่มีปัญหา ทำมาก่อนหน้านี้ ทั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเข้าใจว่าปัญหาเกิดจากอะไร ประเทศเรามีน้ำมาจากฝน กักเก็บน้ำไว้ทั้งในเขื่อนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และอ่างเก็บน้ำ แต่ปัญหาคือปริมาณฝนน้อยเกินไป เพราะฝนทิ้งช่วง เกิดจากสภาวะอากาศโลกเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาปริมาณน้ำในเขื่อนมีมาก เพราะมีพายุหลายลูก แต่ระยะนี้พายุเข้ามาลูกเดียวแล้วสลายตัวไปก่อน ทำให้มีปริมาณฝนตกน้อยลงไปอีก นอกจากนี้ ชาวนาทำนาปรัง ทำให้ปริมาณน้ำเกินจากที่คำนวณไว้ คือ 1.3 ล้านไร่ แต่ปลูกกัน 2.6 ล้านไร่ ต้องทยอยปล่อยน้ำจนถึงขีดจำกัด ไม่สามารถปล่อยน้ำได้อีก ถ้าปล่อยมากกว่านี้น้ำประปามีปัญหา น้ำอุปโภค บริโภคมีปัญหาหมด วันนี้มีปัญหามากสุดเรื่องการเกษตร ต้องกลับมาดูกระบวนการว่าจะแก้อย่างไร ต้องทำให้การเพาะปลูกสอดคล้องกับน้ำที่มีอยู่ ต้องมีมาตรการรองรับความเสี่ยง
...
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้เจรจาขอความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านประกอบด้วย สปป.ลาว พม่า และจีน ให้ปล่อยน้ำในปริมาณที่มาก กว่าเดิม ให้น้ำไหลมาถึงตอนท้าย ได้รับความร่วมมืออย่างดี แม้หลายประเทศจะมีปริมาณน้ำไม่มากเหมือนกัน ส่วนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า สั่งการให้กระทรวงกลาโหมตั้งศูนย์บรรเทาภัยพิบัติแล้ว ทั้งแจกจ่ายน้ำและขุดลอกคูคลอง จากนั้นจะมีการหารือใน ครม. เพราะบางโครงการต้องใช้งบประมาณ วันนี้ยอมรับว่าห่วงเกษตรกร เพราะลงทุนกันมาก แต่เกิดปัญหาน้ำแล้ง และระบบชลประทานจำเป็นต้องเก็บกักน้ำไว้ให้อยู่ในเกณฑ์ ปล่อยออกไปไม่ได้ ส่วนที่ได้รับความเสียหายรัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือเยียวยา ส่วนการทำฝนหลวงดำเนินการมากว่า 5,000 ครั้ง และจะทำต่อไป คาดว่าสิ้นเดือนนี้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ต้องเฝ้าระวังพายุ รัฐบาลยืนยันจะดูแลให้ดีที่สุด
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ทราบว่าตอนนี้พี่น้องประชาชนในภาคอีสาน และหลายพื้นที่ของประเทศไทย กำลังประสบกับปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงไม่ตกตามฤดูกาล ทำให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศประสบปัญหาฝืดเคือง ทำให้พี่น้องชาวนาชาวไร่ และประชาชนอีกมากมาย ต้องเผชิญกับความลำบากยากเข็ญ ตนรู้สึกเห็นใจและอยากเป็นกำลังใจให้กับทุกๆคน ที่ต้องต่อสู้อดทนกับสถานการณ์ในห้วงเวลานี้ รวมถึงเป็นห่วงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่กำลังจะตามมา ขอให้ทุกคนมีกำลังใจอย่าเพิ่งท้อถอย และขอให้อดทนเพื่อจะฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านี้ไปให้ได้