กีฬา
100 year

รมว.ศึกษาฯ ปลุกผู้บริหาร ร.ร.ยุคใหม่ "ให้โอกาสเด็กค้นพบตัวเอง"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์23 ก.ค. 2562 07:01 น.
SHARE

หนึ่งร้อยปีชาตกาลที่ขานไข           นามกำพลเกริกไกรในวิถี
รำลึกถึงคุณธรรมและความดี           ยังทวีท่วมท้นล้นคณา
สร้างไทยรัฐวิทยาศรัทธามั่น           สร้างโอกาสให้เท่ากันหมั่นศึกษา
เสริมทักษะทุกศาสตร์ศิลป์จินตนา     เติมความฝันดั่งสัญญาให้เด็กไทย
มีความเพียรตั้งไว้ให้มานะ              เป็นธรรมะจดจารให้ขานไข
จนไทยรัฐวิทยาก้าวมาไกล            อยู่ทั่วไทยอุทิศผลสร้างคนดี
ดุจดั่งพระมหาชนกดิรกราช            ทรงมุ่งมาดทำความเพียรเวียนวิถี
วิริยะว่ายไปในวารี                      จนมณีเมขลามาเกื้อกูล

บทเสภาในการเปิดสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยาทั่วประเทศ ครั้งที่ 38 สะท้อนชัดเจนถึงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของ นายกำพล วัชรพล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และมูลนิธิไทยรัฐ ซึ่งได้รับการประกาศยกย่องจากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีบทบาทโดดเด่นด้านการศึกษาและการสื่อสารมวลชน ในโอกาส 100 ปี ชาตกาล “กำพล วัชรพล” ในปี 2562

การสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยาทั่วประเทศครั้งนี้ จัดขึ้นในหัวข้อ “โรงเรียนไทยรัฐวิทยากับการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง” ที่โรมแรมดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ มี นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษ ซึ่ง “ทีมการศึกษา” ขอนำบางช่วงบางตอนมาเผยแพร่ เพื่อเป็นประโยชน์ในงานการศึกษาชาติต่อไป

ยินดี "กำพล วัชรพล" รับรางวัลบุคคลสำคัญของโลก

“...ขอแสดงความยินดีที่ยูเนสโกได้ประกาศยกย่องให้คุณกำพล วัชรพล เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในด้านการศึกษาและการสื่อสารมวลชน ในโอกาสครบรอบ 100 ปี ชาตกาล ในปี พ.ศ.2562 นับเป็นคนไทยลำดับที่ 28 ที่ได้รับเกียรติอันสำคัญเช่นนี้ และการที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐและมูลนิธิไทยรัฐซึ่งเป็นผู้อุปการะเกื้อหนุน โรงเรียนไทยรัฐวิทยา จะเพิ่มจำนวนถึง 111 โรงเรียน เท่ากับว่าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและมูลนิธิไทยรัฐได้เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการที่ผมรับผิดชอบ

ชื่นชมวิชาพลเมืองดีและความรอบรู้เรื่องสื่อมวลชน

...ผมรู้สึกยินดีเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อทราบว่าในโรงเรียนไทยรัฐวิทยามีการจัดการเรียนการสอน 2 วิชาสำคัญเพิ่มจากสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 สาระ คือ วิชาพลเมืองดี และวิชาความรอบรู้เรื่องสื่อมวลชน เพราะถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต ดังนั้นการจัดการศึกษาจึงต้องจัดเพื่อรองรับอนาคตของโลก ทุกๆวัน หรือเกือบทุกๆนาทีมีการพัฒนาที่มากขึ้น ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการศึกษาไทยจึงต้องได้รับการสนับสนุน และมีการวางแผนเพื่อให้บุคลากร หรือทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นเยาวชนของโลกเตรียมพร้อมต่อสู้และปรับตัวรองรับกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วอย่างมีศักยภาพ

รัฐบาลเน้นพัฒนาคนเข้าสู่ศตวรรษที่ 21

...รัฐบาลมีนโยบายให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรของประเทศเพื่อก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบแนวทางในการดำเนินการเตรียมพร้อมบุคลากร ซึ่งผู้บริหารสูงสุดในโรงเรียนจะต้องวางแผนเพื่อบริหารงานในโรงเรียนให้ดีในทุกๆเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องครูซึ่งผมให้ความสำคัญมาก รวมไปถึงหลักสูตรต่างๆ หากผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยามีความเห็นดีๆที่จะพัฒนาโรงเรียน ครู และนักเรียนให้ดีขึ้น ก็นำเสนอมายังกระทรวงศึกษาธิการได้

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช

ปลุก ผอ.ร.ร.ให้โอกาสเด็กค้นพบตัวเอง

...อยากเห็นโรงเรียนช่วยสนับสนุนจัดหลักสูตรขั้นพื้นฐานให้เด็กนักเรียนได้ค้นพบตัวเอง ว่ารักและชอบในอาชีพอะไร จะได้วางแผนอนาคตของตัวเองได้ล่วงหน้า เด็กจะได้มุ่งเป้าเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เราต้องเปิดโอกาสให้เด็กๆได้แสดงศักยภาพในด้านที่ตัวเองชอบและมีความโดดเด่นที่สุด อยากให้ สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการ เปิดกว้างแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับครู ผู้บริหารโรงเรียน โดยอาจจะเริ่มจากกลุ่มโรงเรียนไทยรัฐวิทยาก่อนก็ได้ ขอขอบคุณทางมูลนิธิไทยรัฐอีกครั้งที่ให้ความสำคัญในการสนับสนุนการศึกษาไทย และหวังว่าความร่วมมือกันของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และมูลนิธิไทยรัฐจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการศึกษา สร้างบุคลากรในการพัฒนาประเทศไทยต่อไป”

สำหรับการสัมมนาครั้งนี้ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช รองประธานมูลนิธิสยามกัมมาจล ได้ให้เกียรติร่วมปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ไทยรัฐวิทยากับการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง” โดยมีสาระสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษา จึงขอนำเสนอบางช่วงบางตอนไปพร้อมๆกัน

Transformative Learning หัวใจสำคัญของการศึกษา

“...Transformative Learning เป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ในยุคนี้ ถ้าโรงเรียน หรือระบบการศึกษาของประเทศใดไม่จัดการศึกษาแบบนี้ บ้านเมืองลำบาก เพราะคุณภาพพลเมืองในอนาคตจะด้อย อย่าสอนแบบ Passive Learning การถ่ายทอดความรู้แบบสำเร็จรูป หรือให้เด็กท่องจำ แต่คุณครูต้องสอนแบบ “Active Learning” โดยครูต้องออกแบบกิจกรรมให้เด็กทำ แล้วก็ชวนเด็กคิด ใคร่ครวญ ไตร่ตรอง หรือที่เรียกว่า Reflection เพราะ Transformative Learning เกิดจากการเรียนแบบ Action ตามด้วย Reflection บทบาทของครูที่สำคัญในยุคปัจจุบันไม่ใช่การบอก แต่คือการถาม ถามให้เด็กสะท้อนคิด คิดไปถึงตอนที่ทำว่าเกิดความคิดความรู้สึกอย่างไร แล้วไปโยงกับทฤษฎีอย่างไร ทฤษฎีไม่ต้องสอน เพราะเด็กไปค้นในอินเตอร์เน็ตเองได้ ในนั้นมีทั้งผิดและถูก แต่เราสามารถตรวจดูได้จากการปฏิบัติแล้วเห็นผลอย่างไร

การเรียนรู้เพื่อปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเอง

...หัวใจของการเรียนรู้ยุคนี้คือ การเรียนเพื่อที่จะปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตนเองเป็น เพื่อไป Transform สังคมและสถานที่ทำงานได้ด้วย เป็นผู้เปลี่ยนแปลงเพราะโลกเปลี่ยนเร็ว การเรียนในยุคนี้จึงต้องใช้ความรู้เป็น การเรียนรู้ที่ครบด้าน คือ 1.Literacy คือการเอาความรู้ไปใช้เป็นในหลายบริบท 2.มีสมรรถนะ 3.มีบุคลิก/คุณลักษณะนิสัยใจคอดี 4.เรียนรู้ตลอดชีวิต ในการประชุม Economic Forum เมื่อหลายปีที่ผ่านมามีคนเขียนรูปการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ขึ้นมา สิ่งที่สำคัญคือ Lifelong Learning การเรียนรู้ตลอดชีวิต นี่คือหัวใจการเรียนรู้ เพราะถ้าไม่ระวังจะหยุดอยู่แค่การเรียนแบบผิวเผิน ไม่รู้จริง จึงต้องเติมในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงตัวเองไว้ที่จุดสูงสุดด้วย

เชื่อพรแสวง มานะ พยายาม ฝึกฝนทำให้เด็กเก่งได้

...การพัฒนาเต็มศักยภาพมีจุดหนึ่งที่สำคัญคือ ความเชื่อในพรแสวง คือ Growth Mindset การเรียนนั้นไม่ใช่แค่เรียนวิชาเท่านั้น การเรียนวิชามีความสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือการเรียน Character คุณลักษณะ คือเชื่อในพรแสวง เชื่อในความมานะพยายาม ไม่มีทางสอนได้ ถ้าเด็กได้ปฏิบัติ เด็กจะเรียนรู้เรื่องพวกนี้ไปเอง โดยมีครูเป็นผู้ตั้งคำถามให้เขาเห็น เด็กบางคนหัวไม่ไว แต่มีครูที่ดีช่วยส่งเสริมสร้างความมานะพยายาม เด็กก็จะเรียนเก่ง นี่คือสิ่งที่วงการศึกษาไทยต้องช่วยกันทำให้ได้ ยิ่งกว่านั้นเรื่องของความอดทนมานะพยายามหรือ Grit เป็นเรื่องที่เรารู้จักกันมานานแล้วในนามอิทธิบาท 4 คือ Passion ในการหลงใหลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง กับ Perseverance ความอดทนมานะพยายาม เรียน ฝึกฝน จนทำได้ดีมาก นี่คือหัวใจของการพัฒนา

...ศตวรรษที่ 21 ต้องการคนที่คิดอะไรใหม่ๆ แหวกแนว การเรียนสมัยก่อนได้ข้อมูลก็พอ แต่ในยุคใหม่ต้องเป็น Transformative เรียนแล้วเป็นผู้นำของการเปลี่ยนแปลง พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นด้วย

การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างไร

...การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงคืออะไร เป็นการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง การเรียนรู้ Transformative Learning มี 3 ระดับ ได้แก่ 1.Informative Learning คือการเรียนรู้แบบทั่วไป ได้ความรู้ ข้อมูล ทักษะ เรียนแล้วเป็นผู้รู้แต่ไม่พอ 2.Formative Learning คือ มีการปฏิสัมพันธ์กันกับคนในกลุ่มในวิชาชีพมีค่านิยมร่วมกันภายในกลุ่ม เช่น จรรยาบรรณครู เรียนไปแล้วนอกจากได้ความรู้ยังมีคุณค่า เป็นคนในวิชาชีพ เรียนแบบฝึกอย่างเข้มข้นทั้งทักษะและจิตใจ 3.Transformative Learning ยุคปัจจุบันเรียนแล้วต้องให้ถึงตรงนี้ คือเรียนแล้วเป็นผู้นำ มิติผู้นำไม่ใช่เพื่อการดำรงตำแหน่งสูง แต่เพื่อการมีชีวิตที่ดี

อย่าตราหน้าเด็กว่า โง่ หัวช้า เพี้ยน

...ท่านผู้บริหารทั้งหลาย ต้องสร้างบรรยากาศในโรงเรียน ไม่ให้มีเด็กคนไหนถูกตราหน้าว่าโง่ หัวช้า เพี้ยน เพราะว่าคิดอะไรทำอะไรแผลงๆ โลกสมัยนี้ต้องการเด็กที่มีความคิดที่แตกต่าง

...การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงต้องการการเรียนแบบอยู่กับตัวเอง หรือ Individual Learning ใคร่ครวญอยู่กับตัวเองอย่างสงบและในขณะเดียวกันก็ต้องการ Social Learning คือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนที่ไว้ใจกัน ต้องการทั้งสองอย่างนี้ จะเห็นว่ายังมี Action Learning + Reflection Learning เป็นเรื่องที่ย้ำอยู่เสมอ และ Integrated Learning การใคร่ครวญสะท้อนคิดหรือ Reflecting ทำได้หลายแบบมาก ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถาม การตั้งทฤษฎี หาเหตุผล ตีความ วิเคราะห์ สังเคราะห์ คิดแหวกแนว การคิดแบบไม่คิด (ปัญญาญาณ)

6 ปัจจัยก้าวสู่ Transformative Learning

...การที่จะเกิด Transformative Learning ยังมีอีก 6 ปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ 1.การปฏิบัติ เป็นทั้งเป้าหมายและวิธีการ คือทำให้สำเร็จ ได้เรียนวิธีคิด ครูต้องชวนเด็กถามว่าที่ทำได้เรียนรู้อะไร ถ้าสอนแบบท่องจำเรื่องแบบนี้จะไม่ได้ฝึกเลย 2.เผชิญอำนาจและยอมรับความต่าง กล้ากับความเคยชิน ยอมรับความแตกต่างที่เกิดขึ้น เพื่อหาความหมาย 3.ใช้/ยอมรับ พลังจินตนาการ ความคิดเด็กๆที่ดูเพ้อฝันอาจสามารถเป็นจริงได้ 4.นำการเรียนรู้สู่ชายขอบ/ดินแดน ไม่ชัดเจน/สับสน การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้ ณ จุดที่สับสน ไม่ชัดเจน ต้องทำสิ่งนั้นท่ามกลางความไม่ชัดเจนให้ได้ แล้วสะท้อนคิดทีหลัง การเรียนที่ดีคือการตั้งเป้าแล้วทำให้บรรลุ เรียนทั้งจากความสำเร็จและความล้มเหลวที่เกิดขึ้น การเรียนรู้ที่ดีคือเรียนรู้ทักษะ ความพยายาม อดทน ไม่ท้อถอย 5.Reflection เป็นทั้งเครื่องมือและเป้าหมายการฝึกฝน เป็นเครื่องมือของการเรียน คนที่ Reflect เก่ง คนนั้นจะคิดได้ลึก เป็นเรื่องที่ต้องฝึก และ 6.Modeling สร้างรูปแบบขึ้นมา ทำตามรูปแบบแล้วดูว่าสำเร็จหรือไม่สำเร็จ พร้อมอธิบายการเรียนรู้ อย่างไรก็ตามชีวิตที่ยิ่งใหญ่จะต้องผ่านการเติบโตจากภายใน 12 อย่าง ได้แก่ 1.มั่นคงในคุณธรรม 2.แตกต่างหลากหลาย 3.ทำประโยชน์ 4.รับผิดชอบ 5.จัดลำดับความสำคัญ 6.จงรักภักดี 7.เสียสละ 8.เรียนรู้ 9.สอน 10.รับใช้ 11.กตัญญู 12.เปลี่ยนสู่สภาพใหม่ ซึ่งเป็นข้อที่สำคัญที่สุด

ชี้ครูควรทำ-ไม่ควรทำอะไร

...สิ่งสำคัญตามพระราชกระแสฯ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับแนวทางปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้เด็ก Transformative Learning 1.ให้ครูรักเด็ก และเด็กรักครู 2.ให้ครูสอนเด็กให้มีน้ำใจต่อเพื่อน ไม่ให้แข่งขันกัน แค่ให้แข่งขันกับตัวเอง ให้เด็กที่เรียนเก่งกว่าช่วยสอนเพื่อนที่เรียนช้ากว่า 3.ให้ครูจัดกิจกรรมให้เด็กทำร่วมกัน เพื่อให้เห็นคุณค่าของความสามัคคีการเรียนสมัยก่อนเป็นแบบแข่งขัน สมัยนี้ต้องให้เด็กร่วมมือกัน เพราะทักษะนี้จะทำประโยชน์ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว 1.ครูต้องฝึกฝนการสอนแบบไม่ถ่ายทอดความรู้สำเร็จรูป 2.ให้นักเรียนเรียนโดยการถาม ทำ สะท้อนความคิดให้เด็กเรียนแบบฝึกการตั้งคำถาม ทักษะการตั้งคำถามสำคัญกว่าการให้คำตอบ 3.เรียนเป็นทีม 4.เรียนให้เกิด Transformative Learning, Mastery Learning คือการเรียนแล้วรู้จริง เอาไปใช้ได้แบบไม่ต้องใช้สมอง ทำแบบอัตโนมัติ ต้องฝึกให้มาถึงตรงนี้ให้ได้ 5.เรียนให้เกิดการพัฒนาทั้งส่วน Cognitive และ Non Cognitive

แนะเคล็ดลับครูสู่ความสำเร็จ

...เคล็ดลับครูสู่ความสำเร็จ คือ อย่าทำงานคนเดียว ต้องหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ รู้จักทำงาน เป็นทีม สร้างแพลตฟอร์มการทำงาน ซึ่ง ผอ.ต้องช่วยเยอะ เมื่อทำไป 2-3 ปี ชีวิตครูก็จะดีขึ้น ในระบบการศึกษาครูต้องได้ดีเพราะลูกศิษย์ได้ดี แต่ถ้าไม่เป็นแบบนั้นการศึกษาของประเทศก็จะไม่ได้เรื่อง บทบาทครูไทยในศตวรรษนี้ คือ 1.เป็น Learner ใน PLC (Professional Learning Community) เรียนรู้ร่วมกันกับเพื่อนครู ผ่านการปฏิบัติหน้าที่ครู PLC ตั้งเป้าเพื่อปรับปรุงนักเรียน แยกกันไปคิด แล้วกลับมาคิดร่วมกัน แต่พอทำแล้วรวบรวมข้อมูลให้ดี วิทยฐานะไม่ไปไหน นี่คือผลงานจริง ไม่ใช่กระดาษ ผู้บริหารต้องวางระบบนี้ให้ได้ ศิษย์ได้ดี ครูก็ได้ดี 2.เป็นการเรียนรู้แบบไม่รู้จบ ไม่ใช่แค่สอนแต่ครูได้เรียน ได้วิจัยไปด้วย 3.ต้องการการจัดการการเปลี่ยนแปลงในระดับสถาบัน 4.เป็นผู้ปฏิบัติงานเพื่อเรียนรู้ และ 5.มุ่งมั่นเรียนรู้จากการทำหน้าที่ครู อยากให้ทุกโรงเรียนมีการวิจัย ครูเปลี่ยนใจจากการที่รักเด็กบางคน มาเป็นทุกคน จากรักเฉพาะเด็กที่ตั้งใจเรียน มาเป็นเด็กเกเรก็รัก โดยการสอนแบบไม่สอน หัวใจคือ 1.การตั้งเป้า ชวนเด็กตั้งเป้า ว่าอยากเรียนอะไร เรียนไปทำไม ครูต้องหาวิธีคุยกับเด็กแล้วออกแบบ นี่คือดินแดนของความไม่ชัด 2.ออกแบบ ชวนเด็กออกแบบการเรียนรู้ แบบ Inquiry-Based Learning 3.ฝึกตั้งคำถาม ให้เด็กหาคำตอบกันเอง ครูหลีกเลี่ยงการบอกหรือสอน 4.วัสดุช่วยเรียน เครื่องมือต่างๆ หรือแม้กระทั่งแหล่งเรียนรู้ในชุมชนเพื่อให้เด็กได้เรียนเอง

...ครูต้องสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกศิษย์ ครูต้องให้ความคาดหวังสูงแก่เด็ก ครูเชื่อว่าเธอสามารถทำได้ แค่นี้มีผลมหาศาล ครูทำอะไรให้ลูกศิษย์ ทำแก่ตัวเอง และเพื่อนครูด้วย นี่คือหัวใจสำคัญ ครูต้องสร้างศาสตร์ของการสอนในศตวรรษที่ 21 ครูต้องทำงานไปเรียนรู้ไป โดยเฉพาะศาสตร์ทางด้านการสอน เมื่อครูเอาใจใส่นักเรียนขนาดนี้ ศักดิ์ศรีของความเป็นครูก็จะกลับมา

ระบบการศึกษาต้องทำ-ไม่ทำอะไรบ้าง

...สิ่งที่โรงเรียนต้องทำ คือ 1.กำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย ยุทธศาสตร์ เปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้จาก knowledge transfer ไปเป็น inquiry-based 2.ต้องเปลี่ยนจากโรงสอนเป็นโรงเรียน โรงถ่ายทอดการเรียนรู้ โรงให้รู้จักปฏิบัติแล้วคิด จัดการการเปลี่ยนแปลง 3.เรียนรู้จากโรงเรียนอื่นที่ทำได้ดีกว่า 4.ประชาคมของโรงเรียนร่วมกันกำหนดเป้าหมายและร่วมกันดำเนินการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทาย 5.ให้นักเรียนและผู้ปกครอง เป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง 6.ให้เวลาและส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันจากการปฏิบัติ 7.สร้างวัฒนธรรม CQI ในหน่วยงานผ่าน Professional Development (PLC) 8.ท้าทายเป้าหมาย High Expectation, High Support 9.จัด “คุณอำนวย” ทีมผู้นำ 10.ให้รางวัล ความชื่นชม กับครูที่ทำดี 11.ผู้บริหารทำ storytelling ความสำเร็จเล็กๆ ใส่ AI อยู่ภายใน 12.ใช้จิตวิทยาเชิงบวก 13.จัดการเรียนรู้แก่เด็กทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ฟินแลนด์และสิงคโปร์ทำเยอะมาก การเรียนรู้ในห้องเรียนสำคัญ แต่นอกห้องเรียนสำคัญกว่า แล้วโรงเรียนต้องเป็นผู้จัดการเรียนแบบที่เด็กทำเองเลือกเอง ผู้บริหารต้องมีส่วนในการจัดกิจกรรมในพื้นที่ของท่าน ในหมู่บ้าน ตำบลที่โรงเรียนตั้งอยู่ 14.กำหนดนโยบาย : เด็กทุกคนบรรลุ Learning Outcome ที่กำหนด 15.ร่วมกับภาคีในพื้นที่จัดพื้นที่เรียนรู้และชมรมเรียนรู้โดยการรับใช้สังคมของเด็ก... school-community engagement 16.สร้าง alignment & coherence ของนโยบายและการปฏิบัติ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กำพล วัชรพลยูเนสโก100 ปี ชาตกาล กำพล วัชรพลโรงเรียนไทยรัฐวิทยาณัฏฐพล ทีปสุวรรณรมว.ศึกษาธิการบุคคลสำคัญของโลก100 ปีกำพล

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้