ก.แรงงานระบุ ว่า รายได้ที่คนงาน ไทยในต่างประเทศส่งกลับบ้านผ่านระบบธนาคารแห่งประเทศไทยปี 2561 ในแต่ละเดือน มีจำนวนมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท

นั่นเป็นเพียงตัวเลขรายได้ของคนงานไทยที่เดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น...

ปัจจุบันยังมีแรงงานไทยทำงานอยู่ในประเทศต่างๆ จนถึงเดือน เม.ย. 2562 จำนวน 154,302 คน อยู่ในไต้หวันมากที่สุด 71,315 คน อิสราเอล 26,885 คน เกาหลี 23,014 คน ญี่ปุ่น 7,724 คน มาเลเซีย 3,003 คน สิงคโปร์ 2,958 คน ฮ่องกง 1,992 คน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1,689 คน คูเวต 1,367 คน และบรูไน 1,038 คน

ในปี 2562 กระทรวงแรงงานตั้งเป้าจะจัดส่งคนไปทำงานเพิ่มอีก 45,000 คน ประเทศเป้าหมายในการไปโกยเงินกลับบ้าน ไล่ลำดับตามความสนใจ ก็มี ไต้หวัน สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น อิสราเอล และสิงคโปร์ รวมถึงประเทศแถบตะวันออกกลาง และยุโรป

ตัวเลขนี้ยังไม่รวมไปถึงกลุ่มที่เข้าประเทศเป้าหมายในคราบนักท่องเที่ยวแล้วโดดทัวร์ลักลอบทำงาน มีมากนับแสนคน โดยเฉพาะในเกาหลี ชื่อของ “ผีน้อย” ที่ใช้เรียกแรงงานไทยโผล่ขึ้นมาให้ได้ยินจนชินหู หลังจากแรงงานไทยแห่ไปทำงานมากขึ้น

น.ส.พินยุดา แจ่มจันทร์ศรี อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล เกาหลีใต้ ให้ข้อมูลว่า เพียง 3 เดือน ตั้งแต่ ม.ค.-มี.ค.2562 คนไทยถูกปฏิเสธเข้าเมืองราว 10,000 คน เฉลี่ยสูงสุด 150 คนต่อวัน ทั้งที่ตลอดปี 2561 คนไทยถูกห้ามเข้าเมืองทั้งปี 26,400 คน เหตุเพราะปีนี้เกาหลีเข้มงวดมากขึ้น

คนไทยที่อยากไปทำงาน มีสารพัดวิธีที่จะพาตัวเองเข้าเกาหลีให้ได้ มีทั้งสายและนายหน้าชักชวนผ่านโซเชียลคึกคัก วางแผนแต่งตัวเนี้ยบวางมาดเฉียบ เครื่องประดับจัดเต็มหวังตบตาเจ้าหน้าที่ แต่ก็ถูก ตม.เกาหลี สกัดห้ามเข้าเมือง ผลักดันส่งกลับประเทศทั้งเที่ยวบินมาแล้ว

ถึงจะตรวจเข้มยังไง “ผีน้อย” ยังเดินหน้าสู่เกาหลี และคงไม่หมดไปในเร็ววัน...

เนื่องจากมีปัจจัยดึงดูดจากค่าจ้างสูงกว่าเดือนละ 5 หมื่น นายจ้างชื่นชอบแรงงานไทย ในขณะที่เจ้าหน้าที่ถึงจะดูขึงก็อาจหลับตาข้างหนึ่ง เพราะเกาหลียังขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะงาน 3 D คืองานยากลำบาก งานสกปรก และงานเสี่ยงอันตราย จึงจำเป็นต้องใช้คนต่างชาติ

เหมือนการใช้แรงงานต่างด้าวในเมืองไทย ทุกวันนี้แม้การปราบปรามจะดูขึงขัง เอาจริงเอาจัง แต่ต่างด้าวผิดกฎหมาย โดยเฉพาะเมียนมา กัมพูชา ยังมีให้เห็นทุกไซต์งาน ทุกตรอกซอกถนน เอาเป็นว่าแค่ออกไปตลาดหน้าปากซอยก็เจอต่างด้าวขายของแล้ว ทั้งที่เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย

การไปเป็น “ผีน้อย” ในเกาหลี หากเข้าเมืองได้แล้วงานหาไม่ยาก ส่วนใหญ่ชักชวนกันไป ไม่มีใครชวนกันกลับ

กระทรวงยุติธรรมเกาหลีได้ให้คนต่างชาติที่ลักลอบทำงานออกมารายงานตัวกลับประเทศ ระหว่าง 1 ต.ค.61-31 มี.ค.62 เป็นการปลดแบล็กลิสต์ เพื่อให้มีโอกาสกลับเข้ามาทำงานอย่างถูกต้อง มีคนไทยรายงานตัว 15,275 คน คิดเป็นอัตราส่วนของแรงงานไทยผิดกฎหมาย 1.4 แสนคน ร้อยละ 10.7 เท่านั้น

“สาเหตุที่ไม่ยอมกลับ เพราะค่าจ้างที่นี่สูง จึงยอมเสี่ยง โดยเฉพาะคนที่นายจ้างดูแลดี จะอ้างเรื่องภาระหนี้สิน ค่าใช้จ่ายของครอบครัว ประกอบกับเกาหลียังขาดแคลนแรงงาน นายจ้างจึงต้องใช้ต่างชาติ” น.ส.พินยุดากล่าว

“ผีน้อย” ไม่ได้กลัวเลย ถูกจับก็กลับบ้าน ยังไม่ถูกจับก็ทำงานกันต่อไป มีการนำชีวิตในเกาหลีมาโพสต์ในโซเชียลกันคึกคัก ยังอยู่สบาย ได้ลุ้นกับการวิ่งหนี ตม. จะรอดหรือไม่รอด อาหารการกินแบบเมืองไทยหากินไม่ยาก สินค้าไทยพวก กะปิ น้ำปลา ปลาร้า หาซื้อง่าย ขายคล่อง

ที่เห็นตามโซเชียลทั้งในเฟซบุ๊ก หรือในยูทูบ แรงงานไทยแค่มีแหปากเดียวไม่อดตาย ในเกาหลีปลาในหนองคลองบึงชุกชุม ตัวโต แรงงานไทยมีการโพสต์คลิปจับปลามาโชว์กันบ่อยๆ

ในขณะที่การไปทำงานอย่างถูกกฎหมาย ต้องผ่านการจัดส่งโดยรัฐตามระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ หรือ EPS ซึ่งกระทรวงแรงงานรับผิดชอบเปิดรับสมัครคนทำงาน กำหนดอายุไว้ไม่เกิน 39 ปี สมัครแล้วต้องเข้าคอร์สเรียนภาษาเกาหลีพื้นฐาน เพื่อใช้ในการสัมภาษณ์ทำงาน

ล่าสุดตัวเลข EPS มีกว่า 2 หมื่นคน อยู่ในภาคการผลิต ก่อสร้างเกษตรกรรม ได้รับค่าจ้างต่อเดือนสูงกว่า 5.5 หมื่นบาท และได้รับการคุ้มครองดูแลตามกฎหมาย

ที่จำนวน “ผีน้อย” มีมากถึง 1.4 แสนคน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะระบบ EPS ยุ่งยากมาก ใช้เวลารอนานกว่า และนายจ้างจะเอาผู้ชายมากกว่าหญิง การลักลอบไปทำงานในสถานะนักท่องเที่ยว ดูจะเป็นช่องทางที่รวดเร็วและนิยมกว่า

รัฐบาลไทยและเกาหลีต่างฝ่ายต่างคลอดมาตรการแก้ปัญหา กระทรวงแรงงานพยายามขอเพิ่มโควตาจัดส่งจากปีละ 5 พันคน เป็น 1 หมื่นคน และขอขยายอายุการทำงาน เพื่อเพิ่มจำนวนคนถูกกฎหมายมากขึ้น

แต่ “ผีน้อย” ก็เพิ่มยอดจาก 1.2 แสนคน มาเป็น 1.4 แสนคนในปี 2562

ข้อมูลที่น่าตกใจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี ระบุถึงคนไทยที่พำนักแบบผิดกฎหมายส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง 6 หมื่นคน ในจำนวนนี้ 5 หมื่นคน ทำงานในร้านนวดและสถานบันเทิง มีรายได้เดือนละเกือบแสนบาท

โดยระบุด้วยว่า คนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงต่อการตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ หลายรายถูกกดขี่ข่มเหง บังคับค้าประเวณี และมีการจับตามองในเรื่องยาเสพติดมากขึ้นด้วย

การทำงานในเกาหลีมีรายได้สูงกว่าในไทย แต่รายจ่ายก็สูงเช่นกัน เจ็บป่วยค่ารักษาพยาบาลสูงมากถึงหลักสิบล้านวอน คนที่ทำงานผิดกฎหมายจึงมักโพสต์ทางสื่อโซเชียลขอรับบริจาคเพื่อจ่ายค่ารักษา เมื่อเรื่องราวออกสื่อฯ รัฐก็ต้องยื่นมือช่วย...

“ผีน้อย” ถูกจับตาในเกาหลี ส่วน “ใหลตาย” เป็นสาเหตุใหญ่ในการเสียชีวิตของแรงงานไทยในประเทศอิสราเอล ทั้งสองสถานการณ์เป็นสิ่งที่กระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข

...

นายโดมเดช บุนนาค อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอิสราเอล เผยข้อมูลในการเข้าหารือกับผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ถึงสถานการณ์ของแรงงานไทยในอิสราเอล ที่มีกว่า 2 หมื่นคน ทำงานภาคเกษตรกรรม มีบางส่วนไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามสัญญาการจ้างงาน

โดยเฉพาะกรณีการเสียชีวิตจากการหยุดหายใจฉับพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือที่เรียกกันว่า “ใหลตาย” เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทางการอิสราเอลไม่ทำการชันสูตรพลิกศพ

“สถิติปี 2555-2561 แรงงานไทยที่กรมการจัดหางานส่งไปทำงานในโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศไทย-อิสราเอล เพื่อการจัดหางาน เสียชีวิต 172 ราย จากอาการเจ็บป่วย ฆ่าตัวตาย ส่วนใหญ่เสียชีวิตจาก “ใหลตาย” จึงควรที่จะทำการวิจัยเพื่อให้ทราบสาเหตุของการตายที่แน่นอน จะได้แก้ไขปัญหาที่ต้นตออย่างถูกจุด” นายโดมเดชกล่าว

“ใหลตาย” ไม่ได้มีแค่ในอิสราเอล จากสถิติกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศระหว่างปี 2559-2561 แรงงานไทยเสียชีวิตจากสาเหตุต่างๆ 413 คน ในไต้หวัน 181 คน เกาหลี 154 คน อิสราเอล 61 คน ญี่ปุ่น 7 คน แต่เป็นการไหลตายในอิสราเอลมากที่สุด 33 คน ไต้หวัน 7 คน

เหตุก็เพราะงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ ชอบกินอาหารรสจัด และดื่มแอลกอฮอล์ ประกอบกับไม่ได้ตรวจสุขภาพ จึงเจ็บป่วยเรื้อรัง หลายคนต้องเอาชีวิตมาทิ้ง

อย่าปล่อยให้ปัญหานี้ต้องรอการแก้ไขอย่างไม่มีจุดหมาย เพราะ “ผีน้อย” ที่ไปแล้วไม่กลับ หรือคนที่ “ใหลตาย” เพราะหลับไม่ตื่น ล้วนเป็นแรงงานไทยที่ส่งรายได้กลับประเทศปีละเป็นแสนล้าน...