ข่าว
100 year

แกะรอยอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ "ลุ่มน้ำบางปะกง" ที่…พิพิธภัณฑ์ปราจีนบุรี

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

วันหยุดสุดสัปดาห์ก่อน นึกอยากขับรถออกไปดูทุ่งนาเขียวๆนอกเมือง แน่นอน...นครนายก...นี่ละใกล้ที่สุด ยกหูโทรศัพท์หา พี่อ๋อย...เสาวนีย์ คนกล้า รอง ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก ว่า นครนายกมีอะไรน่าสนใจบ้าง...

คำตอบไม่ใช่นครนายกแต่เป็นการแนะนำ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี” ที่เพิ่งปรับปรุงเสร็จหมาดๆ ว่าแล้วก็มุ่งหน้าปราจีนบุรีเลย...จะรออะไร

อาคารหลังเล็กๆตั้งอยู่ด้านหลังศาลจังหวัดปราจีนบุรี บนถนนปราจีนอนุสรณ์ คือที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี ที่ด้านนอกอาจจะดูเล็กๆไม่อลังการนัก แต่สิ่งของที่อยู่ด้านใน ล้วนทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ได้จากแหล่งโบราณคดีต่างๆ ที่ทำให้ได้เรียนรู้ถึงอารยธรรมของการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่หลายพันปีก่อน จน กระทั่งถึงปัจจุบัน

โคกพนมดี...หนองโน...ศรีมโหสถ...ดงละคร ...เมืองพระรถ...ชื่อแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ ในวัฒนธรรมลุ่มน้ำบางปะกงอาจไม่คุ้นหูนัก แต่ถ้าได้เชื่อมโยงเรื่องราวยุคก่อนประวัติศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกราว 3,500-4,000 ปีก่อน ซึ่งกินพื้นที่ครอบคลุมทั้งจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด แล้วจะรู้ว่าแผ่นดินตรงนี้...เคยรุ่งเรืองมาแต่ครั้งบรรพกาล

เราเริ่มต้นเรื่องราวอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ จากการขุดพบโครงกระดูกและเครื่องประดับมีค่าอายุกว่า 5,000 ปี ที่แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี ปัจจุบันคือ อ.พนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เป็นหลักฐานว่า ผู้ที่เคยอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ในครั้งนั้น น่าจะเป็นมนุษย์โบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่มีชีวิตอยู่เมื่อราว 4,500 ปีมาแล้ว พอๆกับยุคบ้านเชียงที่อุดรธานี

โครงกระดูกที่ขุดพบ เป็นโครงกระดูกของหญิงสาว แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับบนโครงกระดูกนั้นประดับประดาด้วยเครื่องประดับทำจากลูกปัดเปลือกหอยกว่า 120,000 เม็ด มีแผ่นเครื่องประดับวงกลมมีเดือย กำไลข้อมือ และเครื่องประดับศีรษะ ภายในหลุมศพพบภาชนะดินเผาหลายใบ ทำให้สันนิษฐานได้ว่า หญิงสาวในหลุมศพน่าจะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อชุมชน จนกลายมาเป็นเรื่องราวของ “เจ้าแม่โคกพนมดี” ในเวลาต่อมา

ภายในพิพิธภัณฑ์...มีการจัดแสดงพัฒนาการของชุมชนและเมืองโบราณในภาคตะวันออก โบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นพัฒนาการของชุมชนผ่านวิถีความเชื่อ เห็นจะเป็นทับหลังจากปราสาทเขาน้อยสีชมพู และทับหลังจากปราสาทสด๊ก-ก็อกธม ที่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ รวมทั้งจารึกสด๊ก–ก็อกธม ที่กล่าวถึงกษัตริย์ของเขมรถึง 14 พระองค์

อีกห้องจัดแสดงที่น่าสนใจ คือ ห้องเมืองศรีมโหสถ ที่ปรากฏหลักฐานว่าน่าจะเป็นนครรัฐเริ่มแรกแห่งลุ่มน้ำบางปะกง เป็นเมืองโบราณที่เจริญรุ่งเรืองตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 6-16 ในวัฒนธรรมทวารวดี และในราวพุทธศตวรรษที่ 17-18 ในวัฒนธรรมเขมรโบราณ

โบราณวัตถุจำนวนมากที่ขุดได้จากเมืองโบราณศรีมโหสถ ไม่ว่าจะเป็น พระวิษณุจตุรภุช พระพุทธรูปปางสมาธิ รวมทั้ง เครื่องสำริดประกอบพิธีกรรมที่มีจารึกภาษาเขมรกล่าวถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แสดงให้เห็นถึงลักษณะของชุมชนโบราณที่อาศัยอยู่บริเวณแห่งนี้ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย สมัยทวารวดี ประมาณพุทธศตวรรษที่ 11-12 หลักฐานทางโบราณวัตถุชิ้นสำคัญสำหรับเมืองศรีมโหสถ คือ รอยพระพุทธบาทคู่ ธรรมจักร และพระพุทธรูป

แต่ที่เป็นไฮไลต์สำคัญ เห็นจะเป็น พระคเนศ หรือพระพิฆเนศ ศิลปะทวารวดีในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 12 ขุดพบที่โบราณสถานกลางเมืองศรีมโหสถ เป็นพระคเนศประทับอยู่เหนือฐานสี่เหลี่ยม มีร่องรองน้ำสรง ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู ที่เรียกว่า ฐานโยนิ หรือโยนิโทรณะ องค์พระคเนศมีลักษณะทางศิลปกรรมที่เหมือนช้างตามธรรมชาติ และไม่ทรงเครื่องประดับเทียบได้กับพระคเนศสมัยก่อนเมืองพระนครในศิลปะเขมร

แม้จะไม่เป็นองค์พระคเนศที่สมบูรณ์นัก แต่พลังของพระพิฆเนศองค์นี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา ถ้ามีโอกาสควรหาเวลาไปสักการะสักครั้งหนึ่ง

และจากจารึกภาษาเขมรโบราณ รวมถึงประติมากรรมรูปเคารพตามความเชื่อรูปแบบศิลปะเขมร ทำให้ยืนยันได้ว่า สมัยสุดท้ายเมืองศรีมโหสถอยู่ภายใต้อิทธิพลเขมรโบราณ ราวพุทธศตวรรษที่ 17-18 และมีการผสมผสานกันระหว่างพระพุทธศาสนาและศาสนาฮินดู

นอกจากนี้ ยังมีลูกปัดและเหรียญตราที่เชื่อมโยงได้ว่าในอดีตศรีมโหสถเป็นนครรัฐที่มีการติดต่อค้าขายกับจีน อินเดีย และเปอร์เซีย

เราใช้เวลามากกว่าชั่วโมงครึ่งในการชมโบราณวัตถุและเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ภายในพิพิธภัณฑ์อย่างไม่รู้เบื่อ...เสียดายก็ตรงที่พิพิธภัณฑ์ดีๆขนาดนี้ยังมีคนแวะเวียนไปเยี่ยมชมน้อยมาก

เลยอยากนำสิ่งดีๆมาขยายความต่อ หากสนใจเรื่องของประวัติศาสตร์ และอารยธรรมลุ่มน้ำบางปะกงแล้วล่ะก็... แนะนำให้ไปที่นี่เลย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี ขับรถจากกรุงเทพฯไปไม่ไกล แค่ 130 กว่ากิโลเมตร ใช้เส้นทางหมายเลข 33 นครนายก-ปราจีนบุรี ถึงสามแยกหนอง-ชะอม ประมาณกิโลเมตรที่ 155 แยกขวาเข้าเส้นทางหมายเลข 319 จนถึงตัวจังหวัดปราจีนบุรี จากนั้นไปที่ถนนปราจีนอนุสรณ์ พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ด้านหลังศาลจังหวัดปราจีนบุรี

แล้วคุณจะรู้ว่าพิพิธภัณฑ์ดีๆไม่ต้องไปไกลถึงเมืองนอกเมืองนา...แค่ปราจีนบุรีก็มีอะไรๆให้สัมผัสได้แบบอัศจรรย์...!!!

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ลุ่มน้ำบางปะกงพิพิธภัณฑ์ปราจีนบุรีเที่ยวตามตะวันพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรีนครนายกข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้