การกระจายสินค้าเกษตรบ้านเรา ใครๆต่างมองแต่ตลาดจีน ทั้งที่ประเทศเพื่อนบ้านผู้ผลิตเหมือนกับเรา คิดไม่ต่างกับเรา จ้องมองตลาดจีนตาเป็นมัน
ตลาดชาติอาหรับ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มประเทศสภาความร่วมมือแห่งอ่าวเปอร์เซีย หรือจีซีซี (Gulf Cooperation Council : GCC) 6 ประเทศ ประกอบด้วย บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
ด้วยเป็นประเทศส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ประชากรกว่า 54 ล้านคน มีกำลังซื้อสูงมาก
การสัมมนา “เจาะอาหรับยุคใหม่ ผ่านสัมพันธ์การค้าไทย-บาห์เรน” โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ร่วมกับสมาคมการค้าผู้ส่งออกเอเชียและตะวันออกกลาง (AMEE) เมื่อเร็วๆนี้ ยิ่งตอกย้ำความน่าสนใจของประเทศในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะประเทศเล็กๆอย่างบาห์เรน
เพราะมีเสถียรภาพความมั่นคงค่อนข้างมาก ด้วยความที่เป็นเกาะอยู่กึ่งกลางอ่าวเปอร์เซีย เลยกลายเป็นประเทศสำคัญในการเชื่อมโยงไทยกับตะวันออกกลางมาช้านานในแทบจะทุกมิติ โดยเฉพาะการค้าขายและเป็นจุดกระจายสินค้าไทยสู่ภูมิภาค ทั้งยังสามารถใช้เป็นจุดกระจายสินค้าไปยังตลาดแอฟริกาได้อีกด้วย
แม้บาห์เรนจะมีประชากรแค่ 1.4 ล้านคน แต่เป็นประเทศที่มีฐานะการเงินมั่นคง นักท่องเที่ยวปีละกว่า 11 ล้านคน ยังเป็นอีกสิ่งที่จะกระจายสินค้าไทยได้อีกทาง จึงถือเป็นตลาดสินค้าระดับบน และเป็นตลาดศักยภาพสำหรับสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว
นับเป็นโอกาสของสินค้าเกษตรไทยแทบจะทุกชนิด โดยเฉพาะข้าว และอาหารฮาลาล
ทั้งนี้ ในปี 2560 การค้าระหว่างไทยและบาห์เรนมีมูลค่า 290 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.06 ถือว่ายังน้อยมาก ที่สำคัญมีแต่สินค้าประเภทอัญมณีและเครื่องจักรเป็นส่วนใหญ่ แทบไม่มีสินค้าเกษตรเลย ฉะนั้นถือว่าโอกาสเปิดกว้างมากสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย.