ข่าว
100 year

หนอนเจาะดอกมะลิ

สะ-เล-เต3 ก.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

สภาพอากาศร้อนสลับกับมีฝนตกในระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกมะลิเฝ้าระวังการระบาดของหนอนเจาะดอกมะลิ

จะพบการเข้าทำลายในระยะที่ต้นมะลิออกดอก ด้วยมีผีเสื้อตัวเต็มวัยเพศเมียวางไข่สีเหลืองเป็นฟองเดี่ยวๆ ตามบริเวณกลีบดอก ก้านกลีบเลี้ยง ใต้ใบ หรือรอยยอดอ่อน เมื่อตัวอ่อนหนอนฟักออกมาจากไข่จะเข้าทำลายดอกมะลิในระยะดอกตูมที่มีขนาดเล็ก โดยหนอนจะเจาะเข้าไปกัดกินอยู่ภายในดอกมะลิ

เกษตรกรสามารถ สังเกตลักษณะการเข้าทำลายของหนอนได้จากอาการของดอกมะลิเป็นรอยช้ำ จะเห็นมูลของหนอนเป็นขุยอยู่ภายใต้ดอก สีของดอกมะลิจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง สีน้ำตาลแห้ง เหี่ยวแห้ง และร่วงหล่น

กรณีถ้าต้นมะลิไม่มีดอก หนอนจะเข้าทำลายกัดกินใบอ่อนหรือยอดอ่อน...หากมีการระบาดรุนแรง จะทำให้เกษตรกรไม่สามารถเก็บดอกมะลิขายได้

แนวทางในการป้องกันและกำจัด หากพบการเข้าทำลายของหนอน ให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลง ฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอร์ไพริฟอส 40% อีซี อัตรา 80 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร เมื่อพบการระบาดให้พ่นสารทุก 4 วัน

ไม่ควรพ่นสารฆ่าแมลงชนิดเดียวติดต่อกันหลายครั้ง เพราะจะทำให้หนอนเจาะดอกมะลิสามารถสร้างความต้านทานต่อสารฆ่าแมลง หรือดื้อยาได้

กรณีในแหล่งที่หนอนเจาะดอกมะลิดื้อยา ให้ใช้ส่วนผสมของสารเคมีที่สูงขึ้น ให้เกษตรกรพิจารณาเลือกใช้สารเคมีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดหนอนเจาะดอกมะลิ ไม่ให้เข้าทำลายผลผลิตให้เกิดความเสียหายได้ตามความเหมาะสม

สำหรับสารคลอร์ไพริฟอส ห้ามใช้ในพื้นที่ปลูกพืชผักหรือพืชสมุนไพร พื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สาธารณะ ตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมีทางการเกษตร ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.นี้.

สะ–เล–เต

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอกมะลิกรมวิชาการเกษตรปลูกดอกมะลิหนอนเจาะดอกมะลิเกษตรกรหน้ามองฟ้า เท้าหยั่งดินสะ-เล-เต

คุณอาจสนใจข่าวนี้