ข่าว
100 year

ขลู่..สปาตูด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์2 ก.ค. 2562 05:15 น.
SHARE

ขลู่ มีชื่อภาษาอังกฤษ Indian Marsh หรือ Fleabane ชื่อเรียกพื้นบ้านไทยมีตั้งแต่ หนาดวัว หนาดงิ้ว หนวดวัว หนวดงิ้ว ภาคใต้เรียก ขลู่ ชาวจีนเรียกว่า หล่วงไซ

ต้นขลู่มีกรด chlorogenic มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการดูดซึมของกลูโคส และ sesquiterpene มีฤทธิ์ช่วยขับเหงื่อ ลดไข้ ขึ้นได้ง่ายในพื้นที่ชื้นแฉะตามท้องทุ่งคันนาและป่าละเมาะริมทาง หัวไร่ปลายนาและพื้นที่น้ำเค็ม ลักษณะเป็นไม้ทรงพุ่ม สูง 1-2 เมตร ใบออกเรียงสลับรูปไข่ ขอบหยักเป็นฟันเลื่อย มีขนละเอียดแน่น ดอกมีกลิ่นหอม กลีบดอกเป็นสีม่วง ดอกที่แก่จัดจะมีลักษณะเป็นเมล็ดเล็กๆ ปลายเมล็ดมีปีกติด เมื่อลมพัดผ่านกระทบ เมล็ดดอกจะปลิวฟุ้งไปตามแรงลม ตกที่ไหน ขึ้นเติบโตที่ตรงนั้นอย่างง่ายดาย

คนไม่รู้จักขลู่มักจะมองเป็นวัชพืช นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้ข้อมูล ...ขลู่มีสรรพคุณมากมาย ในสมัยเด็กเห็นหมอพื้นบ้าน จะนำขลู่ทั้งต้น ไม่รวมรากไปต้มให้ผู้ป่วยที่มีอาการคันตามร่างกายอาบ

ส่วนชาวจีนและแพทย์แผนไทย จะนำใบขลู่มาตากแดดให้พอแห้ง แล้วนำไปคั่วให้ใบขลู่มีสีเหลืองกลิ่นหอม นำมาทำชาชงดื่ม มีสรรพคุณแก้นิ่วขับปัสสาวะ แก้กษัยปวดเมื่อยเส้นตึง ขับเหงื่อล้างพิษ ลดน้ำตาลในเลือด ปัจจุบันมีชาวบ้านหลายพื้นที่นำใบขลู่มาแปรรูป ทำใบชาขลู่ ขายให้นักท่องเที่ยว สร้างรายได้โดยไม่ต้องลงทุน

และหากใช้ขลู่ทั้งรากทั้งต้นเอาไปต้ม ทำกระโจมคลุมให้ผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารหนักนั่ง อบก้นกับไอร้อน จะช่วยแก้ริดสีดวง...นี่กระมังที่บางคนถึงได้เรียกว่า “ขลู่สปาตูด”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ขลู่หล่วงไซช่วยขับเหงื่อสมเกียรติ กิมาวหาขลู่สปาตูดแก้ริดสีดวงต้านอนุมูลอิสระเกษตร

คุณอาจสนใจข่าวนี้