ข่าว
100 year

แกร็บถูกกฎหมายมาแน่

ลมกรด2 ก.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

ในขณะที่การจัดทำร่างนโยบายรัฐบาลกำลังเดินเครื่องอย่างไม่เป็นทางการ มีนโยบายหาเสียงอันหนึ่งที่น่าจะได้ขับเคลื่อนเป็นรูปธรรมค่อนข้างแน่ นั่นคือนโยบาย ทำ Grab ให้ถูกกฎหมาย ที่ พรรคภูมิใจไทยเอามาหาเสียงเรียกคะแนนจากคนกรุง โดยเน้นหลัก เศรษฐกิจแบ่งปัน sharing economy

ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่มั่นใจเช่นนี้ แม้แต่กลุ่มคนขับแท็กซี่ก็เชื่อว่านโยบายนี้จะเดินหน้าทำจริง

สัปดาห์ก่อน คุณวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีเครือข่ายมากกว่า 4 หมื่นคัน ชิงออกตัวไปยื่นแถลงการณ์ข้อเรียกร้องถึง คุณอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เนื้อหาในแถลงการณ์สรุปได้ว่า เครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ยินดีให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหารถแท็กซี่ และหากการผลักดันให้ Grab (แกร็บแท็กซี่) ถูกกฎหมายส่งผลกระทบต่อแท็กซี่ป้ายดำ ก็ขอให้พรรคภูมิใจไทยช่วยหามาตรการเยียวยาผลกระทบให้ด้วย

ในแง่ของผู้ใช้บริการ การมีแกร็บแท็กซี่มากๆเท่ากับเพิ่มทางเลือกในการใช้บริการ และไม่ต้องหงุดหงิดเจอแท็กซี่ปฏิเสธลูกค้า โก่งค่าโดยสาร รวมถึงเรื่องความปลอดภัย เพียงแต่ Grab ติดปัญหาข้อกฎหมายตรงที่ 1.รถต้องจดทะเบียนเป็นรถโดยสารสาธารณะ 2.คนขับต้องมีใบขับขี่สาธารณะ 3.อัตราค่าโดยสารต้องคิดตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด กลายเป็นว่ากฎหมายตามไม่ทันเทคโนโลยี เป็นอุปสรรคทำให้เทคโนโลยีใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ยิ่งมาเจอ ข้าราชการหัวสี่เหลี่ยม กับ รัฐมนตรียุค คสช.ที่ไม่กล้าตัดสินใจ แทนที่จะก้าวให้ทันกระแสโลก หาวิธีเพิ่มช่องทางให้ประชาชนได้ขับแกร็บแท็กซี่เป็นรายได้เสริม แต่กลับดองปัญหาเสียเวลาไป 2 ปีกว่า ส่วนโครงการ Taxi OK ที่ให้เรียกแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน ก็ไม่เป็นที่นิยม หนำซ้ำยังเพิ่มภาระแก่คนขับแท็กซี่ด้วย

ระหว่างที่รอเวลาให้พรรคภูมิใจไทยผลักดัน Grab ให้ถูกกฎหมาย (หรืออาจจะเปิดกว้างใช้เป็นแอปพลิเคชันอื่นๆก็ได้ที่มีประโยชน์ต่อทั้งคนขับและผู้โดยสาร) วันนี้ผมขอเอาแนวทางของ สิงคโปร์ และ มาเลเซีย ที่ทำไว้เมื่อ 2-3 ปีก่อนมาเล่าให้ฟังไปพลางๆ

เมื่อเดือน ก.พ.60 สิงคโปร์ออกกฎหมาย The Road TrafficAct 2017 เพื่อนำ Grab และ Uber เข้ามาสู่ระบบ และบังคับใช้ระบบการขอใบอนุญาต เพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้ขับขี่สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย โดยกำหนดให้ผู้ขับขี่รถยนต์ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน เป็น คนขับแท็กซี่แบบไม่เต็มเวลา (Private Hire Car Driver Vocational License-PDVL)

ผู้ขับขี่ในระบบ Grab และ Uber ต้องสอบใบอนุญาตวิชาชีพสำหรับ รถรับจ้างส่วนบุคคล ต้องอบรมหลักสูตรเป็นเวลา 10 ชั่วโมง ต้องมีการต่อใบอนุญาตทุก 6 ปี และต้องติดสติกเกอร์ที่กระจกรถเพื่อยืนยันสถานะ

ใบอนุญาตวิชาชีพผู้ขับขี่รถรับจ้างส่วนบุคคลจะแตกต่างจากใบอนุญาตวิชาชีพผู้ขับขี่รถแท็กซี่ในแง่รูปแบบการให้บริการ เนื่องจากสิงคโปร์ต้องการรักษาพื้นที่ทำมาหากินให้แท็กซี่ในระบบเดิม จึงไม่อนุญาตให้ Grab และ Uber รับผู้โดยสารที่จุดจอดแท็กซี่ หรือโบกรถริมถนน ส่วนบริษัทผู้ให้บริการแอปพลิเคชันต้องอยู่ภายใต้ การกำกับดูแลของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น มีการรายงานข้อมูลของรถยนต์ ข้อมูลคนขับ ข้อมูลเส้นทาง ให้ทางการรับทราบ

สำหรับมาเลเซีย ช่วงเดือน ส.ค. 59 คณะรัฐมนตรี เริ่มเปลี่ยนท่าทีเป็นการหาทางอยู่ร่วมกันระหว่าง Uber และ Grab กับแท็กซี่เดิม กระทั่งเดือน ก.ค.60 รัฐสภามาเลเซียผ่านร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ได้แก่ The Country’s Land Public Transport Act 2017 และ The Commercial Vehicles Licensing Board Act 2017

แนวทางของมาเลเซียตรงกับแนวทางสิงคโปร์คือ เปิดให้คนทั่วไปมาประกอบอาชีพได้ แต่เพิ่มมาตรการควบคุม เช่น คนขับต้องใช้ใบขับขี่สาธารณะ ทำประกันรถให้ครอบคลุม ต้องมีการลงทะเบียนและตรวจสภาพรถตามกำหนด ขณะเดียวกันมีการผ่อนปรนกฎเกณฑ์สำหรับรถแท็กซี่เดิม และจัดให้มีรถแท็กซี่ราคาประหยัด มีกองทุนสนับสนุนรถแท็กซี่ใหม่ และเปิดทางให้คนขับเดิมเป็นเจ้าของรถเองได้จากเดิมที่ต้องสังกัดบริษัท

ของไทยเสียเวลาไปเกือบ 3 ปี น่าเสียดายแทนคนที่ต้องการเอารถส่วนตัวมาหารายได้เสริมซะจริงเชียว.

ลมกรด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แกร็บถูกกฎหมายแท็กซี่พรรคภูมิใจไทยแกร็บแท็กซี่ลมกรดหมายเหตุประเทศไทย

คุณอาจสนใจข่าวนี้