นักสืบกลายพันธุ์เพราะไม่หมั่นดูแลรักษาต้นกล้า
เมื่อปี 2540 พล.ต.ท.โสภณ วาราชนนท์ ผบช.น. ผุดแนวคิดเนรมิต “โรงเรียนนักสืบนครบาล” รุ่นประวัติศาสตร์ สร้าง 30 ทายาทนักสืบ รองรับการเปลี่ยนโครงสร้างนครบาลเป็น บก.น.1-9
ใช้เวลาอบรมนาน 3 เดือน ในการปลูกฝังภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
นอกจาก พ.ต.ท.ปรีชา ธิมามนตรี รอง ผกก.สส.น.เหนือ ในสมัยนั้นรับบท หัวหน้าคุมการฝึก แล้วยังได้อาจารย์ระดับตำนานมือปราบชื่อดังเป็นวิทยากรบรรยายถ่ายทอดวิชา อาทิคงเดช ชูศรี, วรรณรัตน์ คชรักษ์, ประมวลศักดิ์ ศรีสมบุญ, สมคิด บุญถนอม, โกสินทร์ หินเธาว์ และ สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง
พวกเขาเสมือน “ครูต้นกล้า” ที่ทรงคุณค่าประเมินราคาไม่ได้
ขณะเดียวกัน ยังมี “พี่เลี้ยง” คอยประกบ “บ่มเพาะ” รุ่นน้อง ให้กลายเป็นนักสืบรุ่นใหม่ในอนาคต
น่าเสียดายเหล่ารุ่นพี่หลายคนในครั้งนั้นกลับก้าวไปไม่ถึงดวงดาว มีเพียง พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ เป็น รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ เป็น ผบก.น.1
ที่เหลือเจอมรสุมพัดให้ ผิดฝา-ผิดตัว เป็น “ปลาผิดน้ำ” จมปลักไม่งอกงามตามสายงานสืบสวนตามที่ควรจะเป็นอย่าง “ครูต้นกล้า” วาดหวังไว้
พ.ต.อ.อัครวิทย์ ดีเหมาะ ออกนอกหน่วยไปอยู่ภูธรจนเกษียณ เก้าอี้ ผกก.สภ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี ส่วน พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน หลุดเวย์เป็น รอง ผบก.อคฝ. พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท เป็นรอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ศุภชัจจ์ เปี่ยมมนัส เพิ่งขึ้นรอง ผบก. น.3 พ.ต.อ.สมเกียรติ มณีเนตร เป็น ผกก. ฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ บก.อก.จต.
พ.ต.ท.ธนกฤต กนิษฐกุล โดนเตะโด่งเป็น รอง ผกก.สส. สภ.แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา ขณะที่ พ.ต.อ.ศุภกร ศุภศิณเจริญ โอนย้ายไปนั่งตำแหน่ง ผอ.กองทัณฑวิทยา กรมราชทัณฑ์
เมื่อเบ้าหลอมของ “ครูต้นกล้า” ถูกทุบทำลาย
ไม่แปลกที่ทำไมนักสืบรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ถึงกลายพันธุ์.
"สหบาท"