คำค้นหา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าว

พรรคพลังประชารัฐ ชู 3 เหตุผลสำคัญ หนุน บิ๊กตู่ เข้าชิงเก้าอี้นายกฯ

คลิปวีดีโอ

กีฬา

เมดิคัลฮับ..จะเกิดมั้ย มีดหมอไทยไม่แพ้เกาหลี

ไทยรัฐฉบับพิมพ์7 มิ.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

ปัจจุบันเรื่องเสริมแต่งเติมสวยยังเป็นกระแสต่อเนื่องและเป็นเรื่องที่พูดถึงกันปกติในวงกว้าง จนกลายเป็นอุตสาหกรรมความงาม ในประเทศไทย...“ธุรกิจความงาม” เป็นหนึ่งในธุรกิจดาวเด่น สถานประกอบการด้านความงามผุดขึ้นตามกระแสนิยมของลูกค้าที่อยากเสริมสร้างบุคลิกด้วย...“มีดหมอ”

ลุกลามถึงขั้นเดินทางไปทำสวยถึงต่างแดน น่าสนใจว่า...ทั้งๆที่ศัลยแพทย์ตกแต่งไทย มีฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลก ประกอบกับศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ก็มีความพร้อมเป็นที่ยอมรับ

แต่ทว่า...คนไทยจำนวนมากก็หลงไปกับกระแสการท่องเที่ยวเชิงศัลยกรรมที่สร้างรายได้ในเชิงเศรษฐกิจระดับประเทศ โดยเฉพาะประเทศเกาหลีใต้

ต่อเนื่องจากตลาดคอสเมติกส์แห่งเอเชีย วันนี้ “เกาหลีใต้” ประสบความสำเร็จกับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์สู่ “การท่องเที่ยวเชิงศัลยกรรม” ชัดเจน กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ในแต่ละปีมีชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศและรับการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมความงามโดยเฉพาะ

...ใช้จ่ายกับการผ่าตัดมากถึง 250,000 ล้านวอน หรือราว 188.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

จากกระแสเคป๊อปที่ยังมาแรงโดยเฉพาะในตลาดเอเชีย คาดว่าจะยิ่งทำให้ธุรกิจศัลยกรรมเฟื่องฟูขึ้นต่อเนื่อง โดยประเมินว่าภายในปี 2020 จะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงศัลยกรรมมากขึ้นถึง 100,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้แน่นอนว่าส่วนหนึ่งคือคนไทยที่หอบเงินบินไปสร้างรายได้ให้เกาหลีใต้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

เหลียวมามองบ้านเรา...ประเทศไทยถูกจำกัดด้วยข้อกฎหมาย ไม่สามารถโฆษณาเรื่องการทำศัลยกรรม ตลอดจนรูปแบบการตลาดระบบเอเจนซี ยิ่งเหมือนเป็นปัจจัยหนุนนำทำให้เกาหลีใต้นำมาเป็นข้อได้เปรียบ โกยรายได้เข้าประเทศกับอุตสาหกรรมความงามอยู่อย่างต่อเนื่อง

“ประเทศไทย”...นับว่ามีความพร้อมในการลงแข่งขันผลักดันอุตสาหกรรมความงามให้เป็น เมดิคัลฮับ (Medical Hub) ของโลก แต่วันนี้ทำไมยังไปไม่ถึงจุดนั้น คำถามสำคัญมีว่าเหตุเพราะ...ข้อจำกัดด้านกฎหมายโฆษณาเพียงอย่างเดียวหรือไม่ ที่ทำให้เกิดผลเป็นเช่นนั้น?

นายแพทย์กำธร ศิริพันธุ์ แพทย์ในวงการศัลยกรรมตกแต่งและความงาม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดับเบิ้ลยู มองว่า ทุกวันนี้การเติบโตของธุรกิจความงามเติบโตแบบหยั่งรากลึก ไม่เพียงแค่ในเกาหลีใต้ ในประเทศไทยธุรกิจความงามก็ขยายตัวในรูปแบบต่างๆมากมาย

แต่....ยังไม่ได้รับการบูรณาการ เพื่อใช้เป็นจุดขาย

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อกฎหมาย การสนับสนุนในเชิงนโยบายของบ้านเรา อาจเป็นอุปสรรคอยู่บ้างในการทำให้ประเทศไทยใช้ประโยชน์ยังไม่เต็มที่กับอุตสาหกรรมความงามในการสร้างรายได้ให้ประเทศ ทั้งๆที่ฝีมือศัลยแพทย์ตกแต่งคนไทยไปไกลเป็นที่ยอมรับ

“ถึงขนาดแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งเกาหลี และอีกหลายประเทศในเอเชีย ยังต้องเดินทางมาดูงาน โดยเฉพาะการแปลงเพศ ซึ่งเป็นการศัลยกรรมที่มีความละเอียดอ่อน”

จากการไปดูงานศัลยกรรมตกแต่งในต่างประเทศ อาจารย์ด้านศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีชื่อเสียงอย่าง รศ.นพ.ศิรชัย จินดารักษ์ อดีตนายกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาฝ่ายการแพทย์ของโรงพยาบาลดับเบิ้ลยู ยังบอกว่า “การไปดูงานไม่ได้ไปเอาความรู้ ไปดูเพื่อให้รู้ว่าเราก็มี” แสดงให้เห็นว่า ศัลยแพทย์ตกแต่งบ้านเรามีองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ที่ไม่แพ้ชาติใด

เอาเข้าจริงๆเมื่อเปรียบเทียบกับเกาหลีใต้ นายแพทย์กำธร บอกว่า วันนี้เราก็พร้อมแข่งขัน โดยเฉพาะในเชิงฝีมือ เทคนิคทางการแพทย์ ถึงแม้วันนี้ประเทศไทยจะมีศัลยแพทย์ที่ผ่านการเทรนนิงให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างเป็นระบบไม่ถึง 400 ท่าน ในขณะที่สถานบริการมีมากกว่าหลายเท่าตัว ซึ่งไม่ต่างจากเกาหลีใต้ ที่จำนวนสถานประกอบการมีมากกว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และอาจตรวจสอบได้ยากกว่าด้วยซ้ำ

ดังนั้น “โอกาส” ที่ประเทศไทยจะสามารถสร้างรายได้จาก “อุตสาหกรรมความงาม” จึงเป็นฝันที่ไม่ไกลจากความจริง เนื่องจาก บุคลากรซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมี “Know How”...องค์ความรู้ที่พร้อมในการลงแข่งขัน แต่มีความจำเป็นที่จะต้องต่อยอดด้วย 3 แนวทาง

แนวทางที่ 1...รวบรวมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มาผนึกกำลังสร้างจุดแข็งที่แข่งขันได้ พร้อมๆกับการพัฒนา ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้บุคลากรด้านศัลยกรรมตกแต่งให้มีความชำนาญเฉพาะทาง ซึ่งแตกต่างจากศัลยแพทย์หรือแพทย์ทั่วไป

แนวทางที่ 2...ยกระดับการให้บริการไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือ ระบบการให้บริการที่เป็นมาตรฐานโรงพยาบาลเต็มรูปแบบ ภายใต้บรรยากาศเสมือนโรงแรม 5 ดาว ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยเสริมความมั่นใจของผู้เข้ารับบริการในระดับนานาชาติ

และ แนวทางสุดท้าย...ต้องมุ่งเน้นการติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิด ซึ่งแนวทางในข้อนี้นับว่าเป็นจุดอ่อนของทั้งเกาหลีและไทยที่ผู้รับบริการไม่ได้รับการติดตามการรักษา ส่งผลกระทบเกิดปัญหาต้องแก้ไขอย่างที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าวในหลายต่อหลายครั้ง

ซึ่งทั้ง 3 แนวทาง ปัจจุบันศัลยแพทย์ตกแต่งในประเทศได้มีความพยายามอย่างยิ่งในการ “สร้าง” ให้เกิดขึ้นอย่างชัดเจน อย่างน้อยก็เพื่อให้ “คนไทย” ที่คิดอยากทำ “ศัลยกรรม” ตกแต่งหันมามอง ตระหนักคิดก่อนเดินทางไปสร้าง “รายได้” ให้เพื่อนบ้าน

อย่างที่เรียกกันว่า...“เสียดุลการค้า” นั่นเอง

ถึงตรงนี้...สำหรับผู้ที่คิด และสนใจอยากเสริมบุคลิกภาพด้วยวิธีศัลยกรรมตกแต่ง คุณหมอกำธร ขอฝากไว้ว่าต้องคิดให้ดี เพราะศัลยกรรมตกแต่งแก้ไม่ได้ทุกเรื่อง การผ่าตัดมีโอกาสผิดพลาด

ต้องเข้าใจว่าความ “เสี่ยง” บางชนิดแก้ไม่ได้ บางชนิดแก้ยาก

ดังนั้น เมื่อจะทำต้อง “เสี่ยงอย่างเข้าใจ” ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ “สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่ง” หรือ “แพทยสภา”

“เมื่อปรึกษาแล้วต้องไปคิดไตร่ตรอง อาจปรึกษาหาข้อมูลจากแพทย์มากกว่าสองท่าน ต้องคิดให้เยอะก่อนเจ็บตัว ซึ่งการเดินทางไปทำศัลยกรรมต่างประเทศ อาจไม่ตอบโจทย์ข้อควรระวังเหล่านี้...จากข้อจำกัดด้านการสื่อสารผ่านล่าม ข้อจำกัดความแตกต่างด้านสรีระ เนื้อเยื่อ โครงหน้า รูปร่าง”

ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องศึกษาให้รอบคอบก่อน “เสี่ยง”

แน่นอนว่า...การนำรูปศิลปิน ดารา ไปเป็นแบบให้แพทย์ อาจได้ “ความเหมือนที่แตกต่าง” กลับมา เพราะไม่ใช่ตัวเรา จากที่คิดว่าทำแล้วสวย ชีวิตดีขึ้น อาจสร้างปม...เป็นปัญหาไปทั้งชีวิตก็เป็นได้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดคอสเมติกส์ศัลยกรรมตกแต่งหมอไทยหมอเกาหลีธุรกิจความงามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสกู๊ปหน้า1สุขภาพ

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้