ข่าว
100 year

เคมีพิษแฝงพืชเกษตร คนไทยกินแบบไม่รู้ตัว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 มิ.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

สารพิษอันตรายในอุตสาหกรรมเกษตร “พาราควอต” คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต” กลับมาเป็นประเด็นร้อนระอุอีก เมื่อในปี 2562 มีการอนุญาตนำเข้าวัตถุอันตราย 3 ชนิดนี้ เพิ่มขึ้น สวนทางมติผู้ตรวจการแผ่นดิน เคยเสนอเลิกใช้ใน 2 ปีนี้ เพราะคำนึงถึงอันตรายด้านสุขภาพ แม้ไม่เกิดขึ้นฉับพลันแต่ก็สะสมในร่างกาย

ด้วยเหตุความตระหนักผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนนี้ ทำให้เกิดการรวมตัวของนักวิชาการอีกครั้ง ในเวทีเสวนา “รวมพลคนสู้ทุน...(ผูกขาด)” ในการนี้มี ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หน.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ ให้ข้อมูลว่า ตามรายงานกรมการเกษตรในปี 2560 มีการนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอันตรายมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดมีอันตรายทั้งต่อคนและสิ่งแวดล้อม

ในจำนวนนี้มีสารเคมีอันตราย 3 ชนิด คือ 1.ไกลโฟเซต หรือ สารควบคุมวัชพืช มีการนำเข้า 59.85 ล้าน กก. ที่มีความเสี่ยงก่อมะเร็ง โรคไต และศาลแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เคยตัดสินให้บริษัทจ่ายค่าเสียหายแก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เกิดจากการฉีดพ่น

2.คลอร์ไพริฟอส หรือสารกำจัดแมลงศัตรูพืช มีการนำเข้า 3.32 ล้าน กก. ที่ศาลสหรัฐอเมริกา สั่งให้ EPA แบนใน 60 วัน เมื่อปี 2561 เพราะมีผลต่อสมองทารกและเด็ก และ 3.พาราควอต หรือสารกำจัดวัชพืชประเภทไม่เลือกทำลาย มีการนำเข้า 44.50 ล้าน กก. ในหลายประเทศ “ประกาศแบน” เพราะมีพิษฉับพลันสูง

ย้ำว่า...ในต่างประเทศประกาศแบน มีการควบคุมการนำเข้าสารเคมีอันตราย แต่ประเทศไทยมีลักษณะนำเข้าอย่างกึ่งเสรี...ปริมาณมหาศาลมากที่สุดในโลก เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่การเกษตรกรรมของประเทศ ประมาณว่ามากเกินกว่าความจำเป็น...

ที่ผ่านมา ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เคยมีโอกาสศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลจอห์นส ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา มีผู้ค้นพบว่า สาร MPTP หรือสารพิษต่อเซลล์ประสาทโดพามีน มีโครงสร้างเหมือนกับ “ยาฆ่าหญ้าพาราควอต” ทำให้เกิด “โรคพาร์กินสัน” อย่างฉับพลัน ในการสืบค้นจากผู้ป่วยที่ติดเฮโรอีน หรือฉีดเฮโรอีนสังเคราะห์ชนิดใหม่

นับตั้งแต่ปี 1985 สหรัฐอเมริกามีมาตรการจับตาตรวจสอบประวัติของผู้ป่วย “โรคพาร์กินสัน” หรือ “โรคสมองเสื่อม” ทั่วทั้งประเทศ เพราะมีกระบวนการข้อพิสูจน์ว่า พาราควอตสามารถผ่านเข้าไปยังสมองมนุษย์ได้ชัดเจน สาเหตุเกิดโรคพาร์กินสัน ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นการเฝ้าติดตามผู้ที่สัมผัสกับยาฆ่าหญ้านี้...

ถัดมาปี 2006 มีรายงานผู้ป่วยเสี่ยงเกิดโรคพาร์กินสันจากการสัมผัสสารเคมีเพิ่มขึ้น 70% สำหรับผู้สัมผัสกับพาราควอตมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า ทำให้มีการควบคุมสารพาราควอต ผู้ใช้ต้องขึ้นทะเบียนควบคุมมาตรการป้องกัน เช่น สวมชุดป้องกันระหว่างฉีดพ่น

การสวมชุดป้องกันระหว่างสัมผัสยากำจัดวัชพืชชนิดนี้ จะมีอันตรายลดน้อยลงมากจริง หากมีผลเกิดการสะสมระยะยาวแทน ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง โรคทางสมอง และโรคเบาหวาน...

ทั้งนี้ ใน 53 ประเทศ ประกาศแบนห้ามนำเข้าสารพาราควอต รวมถึงในประเทศลาว เขมร เวียดนาม ศรีลังกา และประเทศจีนที่เป็นผู้ผลิต แต่ประเทศไทยนำเข้ามหาศาลมากกว่าพื้นที่ที่รองรับในภาคเกษตรด้วยซ้ำ

กระทั่งในปี 2012 วงการแพทย์ทั่วโลกเริ่มสนใจศึกษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง พบว่า สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการสัมผัส หรือรับสาร “ไกลโฟเซต” เข้าไปทำลายโรงงานพลังงานในเซลล์ต่างๆ ก่อตัวเกิดโรคมะเร็งน้ำเหลือง

ล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยพยายามฆ่าตัวตายด้วยการกินไกลโฟเซต 200 ซีซี แพทย์ตรวจเอกซเรย์ (X-Ray) สมอง พบว่า สารเคมีก่อเกิดปฏิกิริยาทางสมองเสื่อมฉับพลัน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่า สารเคมีมีผลเกิดโรคสมองเสื่อมเช่นกัน...และมีคำถามว่า...แล้วคลอร์ไพริฟอสมีอันตรายระดับใด!...

เพราะถือว่าเป็นสารเคมี 1 ใน 280 ชนิด ในประเทศไทย อนุญาตยินยอมให้เกษตรกรใช้ในการเกษตร แต่ประเทศพัฒนา...อย่างเช่นสหรัฐอเมริกา ห้ามเด็ดขาด เพราะเคยมีผลสำรวจ มีอันตรายกับเด็กทารกในหญิงตั้งครรภ์ อาศัยนอกพื้นที่เกษตร ที่ตรวจพบสารเคมีคลอร์ไพริฟอส สะสมในเด็กทารกตั้งแต่เล็กน้อยถึงมากที่สุด

เมื่อเด็กอายุ 7 ขวบ กลับมีลักษณะอาการสมองเสื่อมในระดับความรุนแรงตามจำนวนมากน้อยของการสะสมคลอร์ไพริฟอส...

หนำซ้ำ...เด็กกลุ่มนี้มีสภาพเพศเปลี่ยนแปลงผิดปกติ เช่น เพศผู้ชายกลายเป็นผู้หญิง หรือผู้หญิงกลายเป็นผู้ชาย เพราะช่วงเด็กอยู่ในครรภ์ของมารดาระยะ 8 สัปดาห์ ถึง 24 สัปดาห์ คลอร์ไพริฟอสได้เข้าไปก่อปฏิกิริยาฮอร์โมนบางตัว และปรับเซลล์สมอง เปลี่ยนสภาพความผิดปกติของการเลือกเพศขึ้น

“สุดท้ายไม่ว่าจะเป็นสารพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต สามารถเกิดโรคทางสมองได้ทั้งหมด ที่ไม่ใช่เฉพาะโรคพาร์กินสัน หรือโรคอัลไซเมอร์ แต่หนักถึงโรคไขกระดูกสันหลัง รวมถึงโรคกล้ามเนื้อด้วย”

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ว่า “ประเทศไทย...รับทราบถึงผลแฝงอันตราย... สารพิษของยากำจัดวัชพืชมานานกว่า 20 ปี และควรต้องหาสิ่งทดแทน ลดความเสี่ยงต่อเกษตรกรและผู้บริโภค แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไม่ทำอะไร ปล่อยส่งเสริมใช้กันอย่างแพร่หลายอย่างเสรี จนคนไทยถูกกระทำไม่อาจมีอาหารปลอดภัยมายาวนาน...”

ตามข้อมูลสมุดปกขาวถึงนายกรัฐมนตรี จัดทำโดยนักวิชาการ กรรมการวัตถุอันตรายมีการสรุปการตรวจสารเคมี 3 ชนิดนี้ ว่า สารพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ

แต่ที่น่าสังเกต...องค์กรเอกชนและมหาวิทยาลัยต่างๆ นำแหล่งน้ำตัวอย่างตามอ่างเก็บน้ำ หรือน้ำประปาในหมู่บ้าน ตามที่กรรมการวัตถุอันตรายเคยนำไปตรวจ มีการเก็บเวลาใกล้เคียงกัน พบว่า มีสารพิษทั้ง 3 ชนิด ปะปนเป็นจำนวนมากในหลายจังหวัด...นำมาสู่ต่างประเทศ ประกาศแบนสินค้าทางการเกษตรของประเทศไทย!

สิ่งที่น่าตกใจ...ตัวอย่างดินในจังหวัดหนองบัวลำภู มีสารพิษปะปนอยู่มากมาย มีผลต่อคนสัมผัสกับดินนั้น ก่อเกิดผลข้างเคียงเกี่ยวกับโรคอุบัติใหม่ แสดงให้เห็นว่าในดินเกิดการสะสมสารพิษมากเกินไป จนผืนดินรองรับการสะสมมากเกินไปไม่ไหว และปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ สู่พืชผักการเกษตร หรือผลไม้ มีผลให้พืชผลการเกษตรเกิดการสะสมสารพิษนี้ฝังในเนื้อลำต้น

จากข้อมูล สปสช. ใน 3 ปี มีผู้เสียชีวิตจากผลกระทบรับสารพิษเข้าไปในร่างกาย 1,700 คน หรือ 600 คนต่อปี และมีผู้ป่วยต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลต่างๆ 14,000 คน หรือ 1,300 คนต่อปี สูญเสียค่ารักษา 62.81 ล้านบาท หรือ 22 ล้านบาทต่อปี หากไม่จำกัดสารพิษนี้ มีกัญชาดีเลิศ...ประเสริฐศรีแค่ไหน ก็ไม่สามารถรักษาผู้ป่วยได้ เพราะต้นเหตุเกิดจากสารพิษเคมีพวกนี้...!

นับรวมไปถึงมีเอกสารอ้างอิงของกรมส่งเสริมสุขภาพสิ่งแวดล้อม ปี 2559-2560 แจ้งผลการตรวจหาสารตกค้างในตัวอย่างสิ่งแวดล้อมจากหลายแหล่ง มีสารตกค้างของคลอร์ไพริฟอสในดิน น้ำ ผัก ผลไม้ และสัตว์ต่างๆ อาทิ ในพื้นที่ จ.น่าน เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา นครปฐม

และสุ่มตัวอย่าง 446 สินค้าส่งออก และในห้างสรรพสินค้า ส่งวิเคราะห์สารเคมีตกค้างเกินมาตรฐาน 478 ชนิด ในผลไม้ ผักยอดนิยม ผักพื้นบ้าน และกระทรวงสาธารณสุขของประเทศมาเลเซีย ตรวจพบการตกค้างสินค้าส่งออกเกินกว่าค่าที่กำหนดในผัก ผลไม้สด ได้แก่ มะม่วงสด ลองกอง และเงาะ

สิ่งที่ทุกคนกินอยู่นี้มีแต่สารพิษปะปนอยู่ทั้งหมด แม้ล้างน้ำกี่ครั้ง หรือต้มสุก 300 องศาฯก็ไม่มีผลทำให้สารเคมีที่ฝังตัวอยู่ในพืชผัก ผลไม้ เจือจางลง

นี่คือสิ่งที่คนไทยกำลังเผชิญ...สารเคมีอันตรายเข้าสู่ร่างกายแบบไม่รู้ตัว ทุกชีวิตมีความเสี่ยง และเราแค่ร้องขอความปลอดภัยในชีวิต จากการรับประทานอาหารปลอดสารพิษ...เท่านั้นเอง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พาราควอตคลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซตเคมีพิษสารเคมีอันตรายธีระวัฒน์ เหมะจุฑายาฆ่าหญ้าพาราควอตสกู๊ปหน้า1เกษตร

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้