ในช่วงฤดูฝนเป็นช่วงที่อากาศมีความเย็นลง และมีความชื้นสูง สภาวะอากาศเช่นนี้ส่งผลให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี และแพร่กระจายได้ง่าย จึงทำให้เกิดโรคติดเชื้อในเด็กที่ต้องระวัง ดังนี้
1. โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่มีการระบาดอยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นฤดูที่มักมีน้ำขังตามที่ต่างๆ ส่งผลให้ยุงลายมาวางไข่ และสามารถนำเชื้อไวรัสเดงกี่จากตัวยุงลายมาสู่คนได้
อาการ ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน มีไข้สูงติดต่อกัน 2-3 วัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจเกิดภาวะการไหลเวียนโลหิตล้มเหลวหรือภาวะช็อก โดยผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย ปลายมือปลายเท้าเย็น ความดันโลหิตต่ำ
การวินิจฉัย นอกจากประวัติ อาการ และอาการแสดง แพทย์อาจตรวจเลือดว่ามีโอกาสจะเป็นโรคไข้เลือดออกได้มากน้อยเพียงใด แต่ในรายที่มีอาการไม่รุนแรง สามารถสังเกตการณ์ที่บ้านได้ และให้การรักษาโดยให้ยาลดไข้ และสารน้ำอย่างเพียงพอ แต่ถ้าพบว่าเด็กมีอาการรุนแรง หรือมีอาการแสดงของภาวะช็อก แพทย์ก็จะพิจารณาให้เฝ้าดูอาการที่โรงพยาบาล
การป้องกัน ป้องกันไม่ให้เด็กถูกยุงลายกัด โดยทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ไม่ให้มีน้ำขังตามภาชนะ ควรหาฝาปิดโอ่งหรือถังน้ำ เพื่อไม่ให้ยุงลายลงไปวางไข่ได้
2. โรคมือเท้าปาก เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม Enterovirus ซึ่งติดต่อกันโดยการสัมผัส และละอองฝอยของผู้ที่เป็นโรค
อาการ เด็กจะมีอาการไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย บางรายอาจมีแผลในเยื่อบุปาก มีตุ่มน้ำหรือตุ่มแดงๆ บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้คือการขาดน้ำ เนื่องจากการเจ็บปาก ทำให้เด็กรับประทานไม่ได้ นอกจากยังมีภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยแต่มีความรุนแรงมาก กล่าวคือ สมองอักเสบ และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะที่มีความรุนแรงและถึงแก่ชีวิตได้ ถ้าเด็กมีอาการซึม สับสน ชัก ปัสสาวะน้อย ปลายมือหลายเท้าเย็น ช็อก ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันที
การป้องกัน หมั่นล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่แออัด และหลีกเลี่ยงการเล่นของเล่นร่วมกับผู้อื่น หากโรงเรียนมีการระบาดของโรคนี้ ควรให้เด็กหยุดเรียน เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค
3. โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นอีกโรคที่ระบาดมากในช่วงฤดูฝน เนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงมีโอกาสที่เด็กๆ จะได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้
อาการ เด็กจะมีไข้สูง ไอ มีน้ำมูก ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว มีอาการซึม งอแง และไม่ค่อยกินอาหาร
การป้องกัน พาบุตรหลานของท่านไปฉีดวัคซีน หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีคนแออัด หากจำเป็นต้องอยู่ในที่ดังกล่าวจริงๆ ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน
ดูแลลูกอย่างไรในหน้าฝน
1. รับประทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ มีสารอาหารครบ 5 หมู่
2. รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ สด และสะอาด
3. หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ
4. หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีคนแออัด หากจำเป็นต้องไปในที่ที่มีคนจำนวนมาก ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน
5. ดูแลสภาพแวดล้อมภายในและนอกบ้านให้สะอาดและปลอดภัย
6. หากลูกมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที
หากทำตามคำแนะนำที่กล่าวมาข้างต้น ก็จะทำให้เด็กๆ มีสุขภาพที่ดี และห่างไกลจากโรคต่างๆ ในฤดูฝนนี้
--------------------------------------------------------
แหล่งข้อมูล
อ.พญ.โสภิดา บุญสาธร สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล