ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ จำคุก “วันกษัตริย์” หรือ “อดีตพระวันกษัตริย์ วชิรญาโณ” รวม 2 ปี 9 เดือน ฐานฉ้อโกงประชาชนและทำหรือใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์โดยไม่มีสิทธิ์ ส่วนข้อหาหมิ่นเบื้องสูงให้ยกฟ้อง นำตัวไปคุมขังต่อที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังถูกจองจำในคดีครอบครองซากสัตว์ป่าสงวนคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตที่ตำรวจกองปราบฯบุกเข้าจับเมื่อวันที่ 18 พ.ค.

ที่ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 พ.ค. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.588/2559 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้องนายวันกษัตริย์ พรหมทอง หรืออดีตพระวันกษัตริย์ วชิรญาโณ อายุ 31 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และ พ.ร.บ.เครื่องหมายครุฑพ่าห์

กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 17 มี.ค.53 - 15 ก.ค.55 ต่อเนื่องกัน จำเลยกระทำผิดกฎหมายด้วยการดูหมิ่น แอบอ้างสถาบันเบื้องสูง โดยกล่าวแอบอ้างกับพระรูปหนึ่งว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานตั้งชื่อให้จำเลยว่า “วันกษัตริย์” โดยจำเลยเติบโตอยู่ในรั้วในวัง ได้รับพระราชทานสิ่งของ 5 อย่างของกระทรวงมหาดไทยและได้รับพระบรมราชานุญาต ให้สร้างครุฑแจกและจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไป ทั้งหมดล้วนเป็นความเท็จ ทำให้บุคคลอื่นที่ได้รับฟังหลงเชื่อข้อความที่จำเลยกล่าวอ้าง เหตุเกิดที่ ต.หินดาด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา และที่ ต.ท่าพญา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 พ.ร.บ.เครื่องหมายครุฑพ่าห์ พ.ศ.2534 ม.4,13 พ.ร.บ.เครื่องหมายครุฑพ่าห์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ม. 3,6 จำเลยให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี

คดีนี้ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 พ.ย.60 เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรม ฐานดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง จำคุก 5 ปี ฐานทำหรือใส่เครื่องหมายครุฑพ่าห์โดยไม่มีสิทธิ์ จำคุกกระทงละ 3 เดือน 3 กระทง เป็นจำคุก 9 เดือน รวมจำคุกจำเลย 5 ปี 9 เดือน และให้ริบของกลาง ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์และประกันตัวไประหว่างอุทธรณ์คดี โดยนัดนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวจำเลยจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาฟังคำพิพากษา หลังจำเลยถูกคุมขังในคดีครอบครองซากสัตว์ป่าสงวนคุ้มครองจำนวนมากโดยไม่ได้รับอนุญาต มีตำรวจ บก.ป. เป็นผู้จับกุมเมื่อวันที่ 18 พ.ค. และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างการฝากขัง

...

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นเพียงบางส่วน การที่จำเลยอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์นั้นฟังไม่ขึ้น เนื่องจากการจัดสร้างเครื่องหมายครุฑพ่าห์ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาสก่อน จะทำโดยพลการไม่ได้ ส่วนความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง จำเลยไม่มีเจตนาชัดแจ้งในการดูหมิ่นเบื้องสูง เป็นเพียงการแอบอ้างหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดโดยไม่สมควร ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือปกปิดความจริง เพื่อแสวงหาหรือเพื่อให้ได้ซึ่งผลประโยชน์อันมิควรได้ เป็นลักษณะความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 แต่การกระทำความผิดของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้องนั้น แต่ละอย่างเป็นความผิดในตัวอยู่แล้ว ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดนั้นได้

พิพากษาแก้ลงโทษจำเลยฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.343 วรรคแรก และฐานทำหรือใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์โดยไม่มีสิทธิ์ รวมจำคุกจำเลย 2 ปี 9 เดือน และยกฟ้องความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ก่อนนำตัวไปคุมขังต่อที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ