ฆ่า ‘ประหาร’ ขืนใจถ่ายคลิปโดนหนักกฎหมายอาญาฉบับแก้ไขเพิ่มเติมความผิดฐานข่มขืน อนาจาร และความผิดเกี่ยวกับศพ ประกาศใช้แล้ว มีโทษทั้งหนักขึ้นและเบาลง แต่ความผิด ข่มขืนฆ่าเพิ่มโทษถึงประหารชีวิตรวมทั้งเพิ่มโทษ 1 ใน 3 ความผิดถ่ายคลิปข่มขืนไว้ แบล็กเมล์ และเพิ่มโทษข้อหากระทำชำเราต่อบุคคลที่ต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ เช่น คนทุพพลภาพ สตรีมีครรภ์ และคนชรา “ครูหยุย” เชื่อเพิ่มโทษหนักขึ้น ช่วยคดีข่มขืนลดลง “สุวรรณี” จี้เจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้ กฎหมายอย่างจริงจังถึงจะได้ผล ส่วน “อังคณา” ติง ขาด เรื่องฟื้นฟูเยียวยาเหยื่อข่มขืนที่สภาทนายความ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 28 พ.ค. ว่าที่ พ.ต.ดร.สมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ และกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เนติบัณฑิตยสภา เผยว่า วันนี้เป็นวันแรกของการบังคับใช้กฎหมายอาญาฉบับแก้ไขใหม่ที่แก้ไขเพิ่มเติมในความผิดฐานข่มขืน อนาจาร และความผิดเกี่ยวกับศพ เมื่อบังคับใช้แล้วกฎหมายบางมาตราโทษจะน้อยลงกว่าเดิม หลักคือต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณกับผู้กระทำผิดก่อนกฎหมายฉบับนี้บังคับ กฎหมายใหม่ที่น่าสนใจดังนี้ 1.คำว่า “ข่มขืนกระทำชำเรา”จากเดิมอยู่ในมาตรา 276 ย้ายเป็นมาตรา 1 (18) และยกเลิกบทนิยามเดิมตามมาตรา 276 วรรคสอง และมาตรา 277 วรรคสอง มีผลต่อ ข้อหาชำเราศพทันที“มาตรา 1 (18) กระทำชำเรา หมายความว่า กระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่นคือ ผู้เสียหายที่มีชีวิตอันเป็นองค์ประกอบภายนอก และผู้กระทำต้องรู้ข้อเท็จจริงส่วนนี้ จากการเปลี่ยนแปลงข้างต้นส่งผลทำให้การใช้วัตถุอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศของผู้อื่น ไม่เป็นการข่มขืนกระทำชำเราอีกต่อไป แต่จะย้ายไปมาตรา 278 วรรคสอง และ 279 วรรคสี่แทน เป็นว่าการกระทำอนาจารที่มีโทษเท่าการข่มขืนกระทำชำเรา ส่วนข้อหาข่มขืนตามมาตรา 276 วรรคสอง ถ้ากระทำโดยให้ผู้ถูกกระทำเข้าใจว่ามีอาวุธปืนหรือระเบิด ต้องรับโทษหนักขึ้น เช่น ใช้ปืนของเล่นหรือปืนบีบีกัน” โฆษกสภาทนายความกล่าวว่าที่ พ.ต.ดร.สมบัติกล่าวต่อว่า ที่น่าสนใจอีกประการคือ 2.เพิ่มมาตรา 280/1 กำหนดบทเพิ่มโทษ 1 ใน 3 กรณีการข่มขืนกระทำชำเราหรือกระทำอนาจารที่บันทึกภาพหรือเสียง (แอบถ่ายคลิป) ไว้ เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ถ้าส่งต่อภาพหรือเสียงนั้นต้องบทเพิ่มโทษถึงกึ่งหนึ่ง 3.แก้ไขมาตรา 281 เกี่ยวกับการยอมความในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา โดยกำหนดใหม่ว่า 1) ถ้าเป็นกรณีข่มขืนกระทำชำเราตามมาตรา 276 วรรคหนึ่ง หรืออนาจารที่เทียบเท่าข่มขืน ตามมาตรา 278 วรรคสอง ต้องเป็นการกระทำระหว่างคู่สมรส (ดังนั้นข่มขืนบุคคลที่ไม่ใช่คู่สมรสจึงยอมความไม่ได้) และนอกจากนี้ต้องเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งคือ ไม่เกิดต่อหน้าธารกำนัล หรือไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย 2) ถ้าเป็นกรณีกระทำอนาจารตามมาตรา 278 วรรคหนึ่ง ต้องไม่เกิดต่อหน้าธารกำนัล หรือไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย หรือเป็นการกระทำต่อบุคคลที่ต้องได้รับการปกป้องตามมาตรา 285 หรือมาตรา 285/2โฆษกสภาทนายความกล่าวต่อว่า 4.แก้ไขมาตรา 285 และเพิ่มมาตรา 285/2 กำหนดบทเพิ่มโทษสำหรับการกระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราต่อบุคคลที่ต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ เช่น คนทุพพลภาพ สตรีมีครรภ์ คนชรา คนป่วยเจ็บ คนโรคจิต เป็นต้น ตัวอย่างคดีมีมากที่ชอบข่มขืนหญิงชราที่อยู่บ้านลำพัง 5.แก้ไขมาตรา 286 กำหนดฐานความผิดเกี่ยวกับการดำรงชีพจากการค้าประเวณีเพิ่มเป็นหกอนุมาตรา เช่น ขัดขวางการดำเนินงานของหน่วยงานดูแลช่วยเหลือผู้ค้าประเวณี และในความผิดเกี่ยวกับศพมาตรา 366/1 เรื่องการสนองความใคร่ของตน โดยการใช้อวัยวะเพศของตนล่วงล้ำอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของศพ โดยไม่ใช้คำว่ากระทำชำเรา ตามมาตรา 1 (18) เพราะคำว่า “ผู้อื่น” แสดงว่าข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดต้องเป็นบุคคลมีชีวิตอยู่และผู้กระทำต้องรู้ข้อเท็จจริงตามมาตรา 59 วรรค 3 ด้วย“การแก้กฎหมายอาญาครั้งนี้ มีทั้งส่วนขยายลักษณะการกระทำที่เป็นความผิดกว้างออกไป ส่วนที่เป็นอัตราโทษ และส่วนที่เป็นวิธีประทุษร้าย อย่างการใช้อุปกรณ์อื่นกับช่องคลอดจะเป็นข่มขืน ถูกเปลี่ยนมาเป็นอนาจาร แสดงว่า การร่างแก้กฎหมายต้องการให้การชำเรา เป็นวิธีการใช้อวัยวะเพศตามเดิม” ว่าที่ พ.ต.ดร.สมบัติกล่าวด้านนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือครูหยุย อดีตประธานกรรมาธิการเด็ก สตรี ผู้สูงอายุและคนพิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า การเพิ่มโทษคดีข่มขืนมีการแก้กฎหมายมา 3-4 ครั้งแล้ว แต่ถ้าวัดสถิติคดีข่มขืนพบว่า คดีข่มขืนไม่ได้ลดลง เพราะคนกระทำผิดส่วนใหญ่ที่พบเป็นผลมาจากการขาดสติ การใช้ยาเสพติด การควบคุมอารมณ์ความต้องการตัวเองไม่ได้ รวมถึงเป็นบุคคลใกล้ชิด กับเหยื่อ แต่หวังว่าการแก้ไขกฎหมายเพิ่มโทษคดีข่มขืนครั้งนี้จะทำให้คนที่คิดจะทำผิดเกิดความยับยั้ง ชั่งใจ เกรงกลัวต่อโทษที่รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่กระทำต่อเด็ก เชื่อว่าน่าจะมีส่วนช่วยลดการกระทำผิดได้ แต่อย่างน้อยกฎหมายฉบับนี้ช่วยปกป้องคุ้มครองเด็ก ผู้หญิงจากการถูกล่วงละเมิดได้มากขึ้น เพราะมีการแก้ไขนิยามของคำว่าข่มขืนกระทำชำเราให้กว้างมากขึ้น ให้รวมถึงการกระทำชำเราทางปากและทวารหนักด้วย จะช่วยให้เหยื่อได้รับการปกป้องคุ้มครองมากขึ้นกว่าเดิมส่วนนางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ อดีตประธานกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27) พ.ศ.2562 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นความตั้งใจของรัฐบาลและ สนช. ที่จะเสนอกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาคดีข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศที่มีจำนวนสูงขึ้น ต้องเพิ่มโทษให้เกิดความเกรงกลัว รวมถึงบทบัญญัติลงโทษกรณีถ่ายคลิปการล่วงละมิดทางเพศให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความจริงที่เกิดขึ้นในสังคม หวังว่ากฎหมายฉบับนี้ที่มีบทลงโทษรุนแรงจำคุกหลายปี กรณีทั้งการกระทำต่อเด็ก การถ่ายคลิป รวมถึง การลงโทษประหารชีวิตผู้กระทำผิดทำร้ายเหยื่อจนเสียชีวิต จะช่วยให้ผู้คิดจะทำผิดเกิดความยับยั้งชั่งใจ เกรงกลัวบทลงโทษ ขณะเดียวกันขึ้นอยู่กับการบังคับใช้กฎหมายต้องลงโทษอย่างจริงจัง จับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ จะส่งสัญญาณให้ไม่มีใครกล้าทำความผิด เพราะถ้ากฎหมายมีบทลงโทษรุนแรงแต่จับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษไม่ได้คงไม่เกิดประโยชน์ ส่วนของผู้หญิงและเด็กเองก็ต้องระวัง ไม่พาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยง ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยทำให้คดีข่มขืนลดลงได้นางอังคณา นีละไพจิตร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวถึงการเพิ่มโทษใน คดีข่มขืนว่า เห็นด้วยในหลายกรณีถือว่าดี แต่ยังไม่ค่อยเห็นเรื่องฟื้นฟูเยียวยาผู้ถูกกระทำ ส่วนการกำหนดโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตจะทำให้คดีข่มขืนลดลงหรือไม่ คงตอบไม่ได้ต้องรอดูต่อไป เนื่องจากบางกรณีถูกกระทำจากผู้มีอำนาจหรือจากคนในบ้านเดียวกัน อาจทำให้เกิดความเกรงกลัวไม่กล้าพูดหรือเปิดเผย กรณีแบบนี้ต้องมีปัจจัยอื่นๆประกอบด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อท้วงติงในบางมาตราที่เห็นว่า ถดถอยจากเดิมที่เคยคุ้มครอง เช่น มาตรา 277 ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีซึ่งมิใช่ภรรยาหรือสามี มาตรานี้เท่ากับว่าหากเป็นภรรยาหรือสามีจะทำได้ ตรงนี้ไม่ค่อยเห็นด้วย