สสส. ห่วงใยสุขภาพจิตแรงงานนอกระบบ สนับสนุนโครงการ “สร้างสุข ลดทุกข์” เดินหน้าพัฒนาโมเดลหมอสุขชุมชนช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตเพื่อนแรงงาน วัดผลพบความสุขเพิ่มขึ้นร้อยละ 69.3 เล็งขยายภาคีเครือข่ายใหม่ พร้อมดึงทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุน
ทพ.ศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวภายในการเยี่ยมเยือนและแลกเปลี่ยนการดำเนินงาน โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำและกลไกการสร้างเสริมสุขภาพจิตกลุ่มแรงงาน “การสร้างสุข ลดทุกข์” พื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ผลสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า จำนวนแรงงานนอกระบบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 20.8 ล้านคน ในปี 2560 เป็น 21.2 ล้านคน ในปี 2561 ซึ่งคนกลุ่มนี้มีความน่าเป็นห่วงเนื่องจากมีรายได้ไม่แน่นอน ไม่มีสวัสดิการสังคมรองรับ และต้องประสบกับความเครียดที่มาจากปัญหาอาชีพและรายได้ การเจ็บป่วย สิ่งเสพติด (เหล้า-บุหรี่) และความสัมพันธ์ในครอบครัว สสส.
โดยแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต ร่วมกับแผนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ และภาคีที่เกี่ยวข้อง จึงได้สนับสนุนโครงการ “สร้างสุข ลดทุกข์” เพื่อพัฒนากระบวนการ สังเคราะห์ชุดความรู้ และจัดทำคู่มือผู้ปฏิบัติงาน ในการสร้างเสริม สุขภาพจิตเชิงรุกในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน โดยการดำเนินงานของกลุ่มแกนนำแรงงาน ที่ผ่านกระบวนการพัฒนาเป็นอาสาสร้างสุขชุมชน และหมอสุขชุมชน ทั้งนี้ สสส. กำลังเตรียม เสนอให้กองทุนสุขภาพตำบล (กองทุนร่วมของ สปสช.และ อปท.) และทีมพยาบาล จิตเวช ประจำโรงพยาบาลชุมชน ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เข้ามาร่วมสนับสนุน
นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า แผนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะของ สน.9 ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบมาโดยตลอด จึงกำหนดให้มีกรอบการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน พร้อมกับสนับสนุนสมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SADA) ให้พัฒนาผู้นำเพื่อขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตแรงงานด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งล่าสุดได้บูรณาการการทำงานร่วมกับแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิตของ สน.2 พัฒนาสุขภาพจิตแรงงานนอกระบบ โดยใช้ฐานผู้นำแรงงานกลุ่มเดิมขับเคลื่อนโครงการ เริ่มจากพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร 4 เขต คือ เขตลาดกระบัง เขตวังทองหลาง เขตประเวศ เขตมีนบุรี และพื้นที่นำร่อง 7 จังหวัด คือ เชียงใหม่ พะเยา อุตรดิตถ์ ขอนแก่น สุพรรณบุรี นครปฐม และสงขลา โดยอยู่ระหว่างขยายผลไปยังภาคีแรงงานนอกระบบกลุ่มอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย อาทิ กลุ่มคนจนเมือง และเครือข่ายสลัม 4 ภาค และการใช้เครื่องมือใหม่ๆ เข้ามาเสริมในเรื่องนี้ด้วย เช่น ธนาคารเวลาที่จะช่วยลดความเหงา ซึมเศร้า และสร้างสัมพันธภาพที่ดีของคนในชุมชน
นางอรพิน วิมลภูษิต ผู้จัดการโครงการ “การสร้างสุข ลดทุกข์”สมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SADA) กล่าวว่า กระบวนการสร้างสุข ลดทุกข์ เริ่มจากการคัดกรองผู้นำเข้าสู่กระบวนการพัฒนาและสร้างความตระหนักให้สามารถเห็นคุณค่าในตนเองและยอมรับว่าตนเองมีความเครียด ความกังวลที่ส่งผลต่อจิตใจและร่างกายอะไรบ้าง ก่อนจะพัฒนาและไต่ระดับขึ้นไปเป็น ‘อาสาสมัครสร้างสุข’ คือผู้ที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองและเป็นตัวอย่างได้ และพร้อมช่วยครอบครัวและเพื่อน และระดับสุดท้ายคือ ‘หมอสุขชุมชน’ คือผู้ที่มีศักยภาพขยายเครือข่ายในระดับนโยบายท้องถิ่น อำเภอ และจังหวัด ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานระยะที่ 2 ช่วงแรก (กันยายน 2560 - มีนาคม 2562) พบว่ากลุ่มเป้าหมายมีความสุขเพิ่มขึ้นร้อยละ 69.3 โดยมีจำนวนผู้นำที่มีศักยภาพเป็นหมอสุขชุมชนที่เป็นแรงงานทั้งในและนอกระบบ จำนวน 31 คน อาสาสร้างสุข 100 คน และผู้นำระดับพื้นฐาน 281 คน จากทั้งหมด 192 พื้นที่ (ชุมชน) นำร่องทั่วประเทศ
นางนวลใย พึ่งจะแย้ม อาชีพแม่ค้า ชุมชนน้อมเกล้า เขตวังทองหลาง กล่าวว่า ก่อนหน้าจะเข้าร่วมโครงการ ตนประสบปัญหาภาวะน้ำหนักตัวมาก สาเหตุมาจากความเครียดเรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัวและความสัมพันธ์กับสามี และมีความรู้สึกว่าต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในบ้านเพียงลำพัง เมื่อตัดสินใจเข้าร่วมโครงการจากคำชักชวนของเพื่อนที่เป็นหมอสุขชุมชน ตนได้ทำแบบประเมินคุณสมบัติของผู้นำจำนวน 8 ข้อ และแบบประเมินความสุขความทุกข์ เพื่อตรวจสอบตัวเองว่าอะไรคือความสุข-ทุกข์ และถ้าเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมแล้วจะเป็นอย่างไร จนกระทั่งพบสาเหตุปัญหาว่ามาจากการไม่พูดคุยเปิดใจกับสามี สามีจึงไม่ทราบว่าภรรยาต้องแบกรับภาระอะไรบ้าง หลังจากนั้นตนจึงเริ่มเปิดใจคุยกันมากขึ้น โดยทำบัญชีรายรับรายจ่ายร่วมกัน และรายงานผลความคืบหน้าให้หมอสุขชุมชนทราบเป็นระยะ ซึ่งล่าสุดตนได้ผ่านระดับการเป็นอาสาสมัครสร้างสุข และกำลังเตรียมตัวเป็นหมอสุขชุมชน ชุมชนน้อมเกล้า เขตวังทองหลาง