king10
Thairath Logo
กีฬา

บัดดี้โมเดลกัญชา สมดุลหยิน-หยาง

Share :
line-share-logo

“เห็นสถาบันโน้นนี้จะอบรมเพื่อขอใบอนุญาตสกัดกัญชากันแล้ว...อย่างผมที่สกัดรักษาแม่เขาเรียกว่าอะไรครับ อาจารย์หมอ...ผมเองจบครู เป็นครูจบ ป.โท เขาต้องระดับไหนถึงจะผลิตได้ครับ เห็นระบุว่าหมอชาวบ้าน หรือผมต้องไปสอบหมอชาวบ้านเพื่อมาสกัดรักษามารดาตัวเอง

เริ่มงงๆกะขั้นตอนและหลักการครับ ผมพูดได้เลยว่าปลูกเองยันสกัดเอง ชอบที่อาจารย์หมอว่ามีบัดดี้ดูแลคนป่วย...แม่จบ ป.4 หูพิการไม่ได้ยิน นั่งรถเข็นตลอด รู้สึกว่ามันปิดกั้นยังไงไม่รู้ครับ

ผมอาจไม่รู้ว่า น้ำมันกัญชามันเข้าไปทำปฏิกิริยายังไงในร่างกายที่เห็นกัน เอามาทำเป็นกราฟิกอินโฟอธิบายอ่านก็พอเข้าใจ แต่สิ่งที่เห็นทุกวันคืออาการแม่สามารถอธิบายได้เลยหัวเราะ ใช้และอยู่กับท่านทุกวันตั้งแต่ป่วยใกล้ตายและกลับมาสุขภาพดี ขอบคุณสำหรับพื้นที่ที่ได้อธิบายให้ได้รับทราบเรื่องของผมครับ”

จากเพื่อนในเฟซบุ๊กท่านหนึ่ง...หมอไม่เอ่ยนามนะครับ แต่สะท้อนให้เห็นว่า “กัญชา”...ใช้ให้ถูก เป็นพืชแห่ง “ความเมตตา”

“บัดดี้โมเดลกัญชาทางการแพทย์”...เริ่มจาก “บัดดี้” หมายถึงผู้ป่วย...ครอบครัว แพทย์ เภสัชกรและผู้มีประสบการณ์ในการใช้ในชมรมใต้ดิน หลายคนอาจจะสงสัยแล้ว...ทำไมต้องมีบัดดี้?

คำตอบก็คือ ข้อจำกัดในการให้ “กัญชา” คือ “แพทย์แผนปัจจุบัน” ไม่เคยใช้ ไม่กล้าใช้ และแม้แต่ได้รับการอบรมสองวันแล้วก็ตาม และแม้แต่มีคำแนะนำว่าควรจะเริ่มต้นใช้อะไร อย่างไร เท่าไหร่ และขนาดที่ไม่ควรจะต้องใช้เกิน รวมกระทั่งถึงผลข้างเคียงและปฏิกิริยาระหว่างกัญชากับยาปัจจุบันก็ตาม

...ยังคงต้องยอมรับว่ายังมีความแยบยลของการใช้มากหลายที่ต้องอาศัยผู้มีประสบการณ์

แล้วจะเริ่มต้นโครงการบัดดี้ได้อย่างไร? ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หรือ “หมอดื้อ” บอกว่า การเริ่มอบรมแพทย์แผนปัจจุบันที่จะมาจากจังหวัด หรือเขตต่างๆทั่วประเทศ ต้องมีประชาชนในชมรมใต้ดินที่มีประสบการณ์เข้าอบรมด้วยเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน “ชมรมใต้ดินจะได้ทราบถึงข้อจำกัดและประโยชน์ที่จะได้รับ ถ้ามีการควบรวมการใช้ของยาปัจจุบันกับกัญชาเข้าด้วยกัน ...แพทย์แผนปัจจุบันสามารถบอกข้อควรระวังในการใช้กัญชากับผู้ป่วยในภาวะต่างๆได้” ถึงตรงนี้ก็จะนำไปสู่คำถามที่ว่า...ใครจะเป็นผู้สั่งจ่ายยากัญชากับผู้ป่วย?

ตามกฎหมายจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน แต่วิธีการ กระบวนการและการติดตามควรจะกระทำร่วมกันระหว่างคู่บัดดี้ ซึ่งจะมีคำถามตามมาอีกว่า...ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นและซับซ้อนจะมีวิธีทางแก้อย่างไร?

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ย้ำว่า “โรค” หรือ “ภาวะ” ที่เกิดขึ้นและจะนำ “กัญชา” มาใช้นั้น หลายโรคมีความซับซ้อนมาก เช่น โรคสมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน และผู้ป่วยหลายรายมีอาการทางจิตประสาทอยู่แล้ว หรือมีอาการในภายหลังซึ่งเกิดจากผลข้างเคียงของยาปัจจุบัน

ในกรณีนี้ต้องมีบัดดี้ระดับอาวุโสขึ้นทั้ง 2 ด้านในการให้คำปรึกษาทางด้านตัวโรค

ตัวอย่างล่าสุดคือ มีผู้ป่วยสมองเสื่อมได้รับกัญชาและมีอาการสดชื่นขึ้นจากที่นอนสามวัน ตื่นสี่วัน กลายเป็นสามารถตื่นขึ้นและกระฉับกระเฉงได้ และ...นอนตามปกติ ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่าการที่นอนมากในขณะแรกนั้นเนื่องจากในสมองมีขยะมาก การนอนจะเป็นการช่วยระบายขยะออกจากสมองในคนไข้รายนั้น

เมื่อเริ่มใช้กัญชาน่าจะเป็นการระบายขยะมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่...หลังจากที่ผู้ป่วยกระฉับกระเฉงขึ้น อาการของโรคจะแสดงออกได้ชัดเจนขึ้นคือเรื่องของความจำจะมีการถามซ้ำถามซาก และเกิดความโกลาหลในครอบครัว

ดังนั้น ต้องเข้าใจ การถามซ้ำซากเป็นลักษณะประจำตัวและครอบครัวต้องเรียนรู้ที่จะรับมือโดยใช้พลังงานน้อยที่สุด อาจไม่จำเป็นต้องอธิบายมากเพราะไม่นานก็ลืมแล้ว ตอบแต่เบี่ยงเบนประเด็นจุดสนใจต่างๆ...ในภาวะดังกล่าวต้องไม่ตีความว่าเป็นภาวะฟุ้งซ่าน และนำไปสู่การใช้ยาโรคจิตหรือ...การเพิ่มยากัญชาชนิดต่างๆเข้าไปอีก

ต่อมา...กระบวนการทำงานระหว่างบัดดี้ในระนาบเดียวกันกับบัดดี้อาวุโสจะต้องการอะไรบ้าง?

สิ่งที่ต้องการก็คือระบบสื่อสารซึ่งกันและกันในพื้นที่...ในโรงพยาบาล หรือแม้แต่ในเขตเดียวกัน ซึ่งสามารถใช้บัดดี้อาวุโสในเรื่องของความซับซ้อนของตัวโรค จากโรงพยาบาลศูนย์ หรือโรงเรียนแพทย์ช่วยด้วย

ดังนั้น กระบวนการทำงานดังกล่าวจะเป็นต้นแบบของ “เทเลเมดิซีน” ...“ระบบแพทย์ทางไกล” ซึ่งสามารถใช้ได้ในระบบการดูแลสุขภาพทุกชนิด

“หมอดื้อ” บอกอีกว่า การใช้กัญชาทางการแพทย์ให้ได้ประโยชน์และปลอดภัยสูงสุด ต้องรู้ธรรมชาติของกัญชา ที่ถึงแม้ว่าจะระบุในเอกสารหรือตำราว่าภาวะต่างๆควรต้องใช้สารออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงก็ตาม แต่ที่จะแสดงให้เห็นถึงนี้ เป็นตัวอย่างที่บอกให้เราทราบว่าสารออกฤทธิ์ของกัญชาอาจไม่จำเป็นที่จะต้องดำเนินตามกฎ...ทั้งนี้ กัญชาที่ได้รับจะปฏิบัติตัวเป็นตัวกระตุ้นกัญชาตามธรรมชาติให้ทำงานได้

“กัญชา” ซึ่งเป็น CBD อย่างเดียว ไม่มีอย่างอื่นเจือปน (ข้อมูลวันที่ 28 เมษายน 2562)

“ผู้ป่วยที่เป็นโรคพาร์กินสันค่อนข้างรุนแรง ทั้งอาการเกร็งและสั่น อาการดีขึ้นหลังจากได้หนึ่งหยดเช้าและหนึ่งหยดเย็น....อีกรายซึ่งเป็นโรคนอนไม่หลับค่อนข้างรุนแรงใช้เพียงหนึ่งหยดก่อนนอนโดยไม่ต้องใช้ยานอนหลับชนิดอื่น”

ที่แสดงให้เห็นนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้แต่ CBD อย่างเดียว โดยน้ำมันกัญชาที่สกัดในพื้นที่จะใช้ไม่ได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง และไม่ได้หมายความว่า ผู้ป่วยที่มีอาการจากโรคเดียวกันจะตอบสนองด้วยขนาดของกัญชาในปริมาณเท่ากันและชนิดเดียวกัน...“ผู้ป่วยหลายรายที่มีอาการแบบเดียวกันก็มีอาการดีขึ้นได้จากน้ำมันกัญชาที่สกัดในประเทศไทย”

ความละเอียดอ่อนของการปฏิบัติอยู่ที่ หนึ่ง...ต้องเริ่มต้นในปริมาณน้อยมาก ไม่เกินหนึ่งหยดก่อนนอน ในขณะที่ผู้ผลิต CBD จะแนะนำให้ใช้สี่หยดก่อนนอนตั้งแต่วันแรกก็ตาม

ในหนึ่งหยดจะมีปริมาณ CBD ประมาณ 10 มิลลิกรัม

สอง...การเพิ่มปริมาณยาแต่ละครั้ง ควรรอประมาณหนึ่งถึงสองวัน และประเมินการตอบสนองและผลข้างเคียง สาม...เมื่อได้ปริมาณที่เหมาะสมและอยู่ในระยะเวลา 10 ถึง 14 วัน และถ้ายังได้ผลไม่เต็มที่ ไม่ควรเพิ่มยาเข้าไปอีก ให้ถอยยาลง และเริ่มพิจารณากัญชาที่มี THC เด่น ควบรวมด้วย โดยใช้ปริมาณน้อยที่สุดตั้งแต่ต้น...

ทั้งนี้ เท่าที่ทราบในประเทศไทย THC จะเป็นสารออกฤทธิ์ที่สำคัญในน้ำมันกัญชาที่ใช้อยู่ขณะนี้และมีความเข้มข้นค่อนข้างสูง

สี่...CBD แม้จะถือว่ามีความปลอดภัยสูง ไม่ติด ไม่เมา โดยมีข้อควรระวังว่าอาจเพิ่ม หรือลดฤทธิ์ยาปัจจุบันที่ใช้อยู่ แต่ถึงกระนั้นก็ตามมีผู้ป่วยที่ได้รับยาเพียงหนึ่งหยดก่อนนอนแต่มีอาการนอนไม่หลับ ปวดท้อง และเหมือนหัวใจเต้นผิดปกติ ทั้งนี้โดยยาที่ใช้อยู่ไม่ควรจะตีกับ CBD เลย

ซึ่ง...อาจจะแสดงว่าผู้ป่วยมีความไวต่อกัญชา หรือแพ้กัญชา

เฝ้าจับตารอดู อย่ากะพริบตา นโยบาย “กัญชาไทย” ในระดับนโยบายและปฏิบัติ ความคืบหน้าแต่ละขั้นแต่ละตอน จะเป็นจุดเปลี่ยนนำไปสู่ผลลัพธ์สำคัญในเร็ววันนี้.

อ่านเพิ่มเติม...
กัญชาธีระวัฒน์ เหมะจุฑากัญชาทางการแพทย์กัญชารักษาโรคกัญชารักษามะเร็งกัญชาไทยสกู๊ปหน้า1สุขภาพ