ข่าว
100 year

"เมาแล้วชนคนตาย" เสนอแก้กฎหมาย "โทษประหาร"

ไทยรัฐออนไลน์15 เม.ย. 2562 18:10 น.
SHARE

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความเห็นกรณี นายสมชาย เมาซิ่ง พุ่งชนรถ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล อายุ 48 ปี

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความเห็นกรณี นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี เมาซิ่งรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ พุ่งชนรถ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล อายุ 48 ปี รองผู้กำกับ และนางนุชนาฎ งามสุวิชชากุล อายุ 44 ปี ภรรยาเสียชีวิต ส่วน ด.ญ.พิชญาภา อายุ 12 ปี ลูกสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยส่งฟ้องศาลข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา แต่ศาลจังหวัดตลิ่งชันให้กลับมาแจ้งข้อหาใหม่ ตัด 2 ข้อหาฉกรรจ์ออก และให้ประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์ 2 แสนบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

โดยตนเห็นว่า เมื่อกฎหมายที่ใช้อยู่ยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และพฤติการณ์ในสังคมที่เปลี่ยนไป สมควรยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญาเสียเลย มาตรา 291 เดิม กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ให้เพิ่มเติมอีกวรรค เป็นวรรคเหตุฉกรรจ์ไว้เพิ่มโทษ บัญญัติเพิ่มเติมว่า หากการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เกิดจากผู้กระทำอยู่ในภาวะมึนเมา เพราะเสพสุราหรือเสพวัตถุมึนเมาอย่างอื่น และควบคุมยานพาหนะเดินด้วยเครื่องจักรกล ให้ระวางโทษประหารชีวิต หรือให้เพิ่มโทษกึ่งหนึ่ง เมื่อเพิ่มโทษในกฎหมายแล้วจะไม่เป็นอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายอีกต่อไป

“ที่ตำรวจตั้งข้อหาเจตนาฆ่าโดยเล็งเห็นผลตาม ป.อาญา มาตรา 299 ประกอบ 59 วรรค 2 ยอมรับว่า การนำเสนอพยานหลักฐานในชั้นศาลเพื่อพิสูจน์เจตนาของจำเลยค่อนข้างยาก ยิ่งข้อหาพยายามฆ่า ยิ่งไกลไปกันใหญ่ที่จะหาพยานหลักฐานมาสนับสนุน พิสูจน์ยากมาก ดังนั้นหากแก้ไขกฎหมายประมาทให้ผู้กระทำผิดรับโทษหนักขึ้นน่าจะเป็นทางออก” นายโกศลวัฒน์ กล่าว

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวด้วยว่า ส่วนทางแพ่ง ถามว่าญาตินายสมชายบอกว่าจะรับเลี้ยงดูเด็กไปเป็นหลานนั้น เพียงแค่พูดมันพอแล้วหรือ เอาเป็นว่า 1. ในส่วนคดีละเมิด อัยการสามารถรับไว้เป็นคดีแพ่งเรียกค่าสินไหมให้ได้ เพื่อเรียกค่าขาดไร้อุปการะ ค่าขาดโอกาส ค่าปลงศพ ค่ารักษาพยาบาล ยึดผลคดีอาญาเป็นหลัก ทางแพ่งแทบไม่ต้องนำสืบว่าเมาแล้วขับจริงหรือไม่ พ่อแม่ของ พ.ต.ท.จตุพร พ่อแม่ของภรรยา ลูกๆ ทั้ง 2 คน สามารถฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูได้พร้อมดอกเบี้ย เรื่องนี้อัยการทำให้ได้

2. เรื่องสัญญาประนอมยอมความทางแพ่ง ที่พูดว่าจะรับเลี้ยงดูนั้น จะเลี้ยงแค่ไหน อย่าแค่พูด แน่จริงมาทำสัญญาต่อหน้าอัยการที่สำนักคุ้มครองสิทธิและประชาชนทางกฎหมาย สามารถตรวจดูสัญญาให้ได้เพื่อรักษาประโยชน์ของเด็กทุกเม็ด และจะร้องศาลตั้งผู้ปกครองเด็กให้อีกทาง

“ตนเสียดายที่ พ.ต.ท.จตุพร หรือ ตี๋ ต้องมาจบชีวิตเพราะอุบัติเหตุ ตี๋เป็นเนติบัณฑิตรุ่นน้องที่กำลังจะตามมาเป็นอัยการ เพราะทราบว่าตี๋ทำข้อสอบอัยการผู้ช่วยได้คะแนนสูงเกือบสอบได้แล้ว ปีนี้ทราบว่ายื่นใบสมัครสอบเป็นอัยการอีก ลูกๆ กำลังจะมีอนาคต ถ้าไม่ตายเสียก่อนน่าจะสอบอัยการได้คราวนี้ ตี๋เป็นคนสมถะ ไม่กินไม่เที่ยว ใช้รถเล็กๆ ไม่ติดหรู เป็นตำรวจสายวัดคือ มุ่งปฏิบัติธรรม ไม่นอกลู่นอกทาง” นายโกศลวัฒน์ กล่าว

มีรายงานข่าวด้วยว่า พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.ดูแลงานสอบสวน เคยเข้าหารือผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุด ถึงกรณีการตั้งข้อหาเมาแล้วขับทำให้คนตายต้องรับโทษหนัก โดยฟ้องเจตนาฆ่าโดยเล็งเห็นผล แต่ที่ผ่านมาศาลยังไม่เห็นพ้องด้วยว่าจะแก้ไขอย่างไร ทั้งนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายอาญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทางอัยการรับไว้พิจารณา และจะร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียกอบรมพนักงานสอบสวนระดับผู้กำกับการ ให้มีความรู้ความเข้าใจการสอบสวน และเสนอความเห็นในคดีอาญาก่อนส่งสำนวนให้อัยการเร็วๆ นี้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เมาแล้วขับสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์เสี่ยรถเบนซ์

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้