ชีวิตของตำนานมือปราบนักแม่นปืน
พล.ต.ต.อมร ยุกตะนันทน์ เสมือนครูของการทำงานสืบสวน คือ ทั้งสอนในโรงเรียนสืบสวนของนายตำรวจสัญญาบัตรทางทฤษฎี และยังเป็นแบบอย่างของภาคปฏิบัติให้กับรุ่นน้องได้เรียนรู้การทำงานจริง
เจ้าตัวอาศัยวิธีการถ่ายทอดสั่งสอนและเปิดให้ลูกน้องเรียนรู้แบบครูพักลักจำในกลวิธีการทำงานสืบสวนให้ประสบความสำเร็จ
ตำรานักสืบของเขาจะบอกทุกคนเสมอว่า การประกอบคดีไม่มีสมบูรณ์แบบ จะต้องทิ้งหลักฐานร่องรอยไว้ให้เราสืบสวน
สำคัญสุด พล.ต.ต.อมรเน้นย้ำอุดมการณ์ว่า “ความเหน็ดเหนื่อยเอามาชโลมจิตใจ เงินทองไม่ใช่สิ่งสำคัญ จะไปรีดไถใครมาไม่ได้ จะเสียเกียรติภูมิของนักสืบแล้วเราจะจับเขาไม่ได้”
แม้สไตล์การทำงานของเขา คือ ใช้วิธีการปราบปรามที่เฉียบขาดรุนแรง ทว่าไม่ใช่เพราะชอบความรุนแรงเป็นการส่วนตัว แต่เหตุผลความจำเป็นต้องทำ คือ เพื่อสร้างความสงบสุขให้กับสุจริตชน
เพราะก้นบึ้งของหัวใจการทำงานของเขาเพื่อประชาชน ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง
“ถ้าคนร้ายมีพฤติการณ์ที่รุนแรงต่อคนสุจริต ท่านจะใช้วิธีการปราบปรามที่รุนแรง เพราะว่าถ้าไม่แรง มันจะไม่ทันกับความเดือดร้อนของคนสุจริต” นี่คือวิธีการทำงานของอดีตนายพลมือปราบผู้ล่วงลับตามคำบอกเล่าของผู้ใต้บังคับบัญชา
คุณสมบัตินักสืบที่ดี พล.ต.ต.อมรถึงพยายามปลูกฝังว่า ต้องไม่ถือเนื้อถือตัวกับลูกน้องผู้ร่วมงาน ไม่ถือยศ ถืออย่าง เพราะงานนักสืบทำคนเดียว เก่งคนเดียวไม่ได้ ต้องได้รับความร่วมมือจากลูกน้อง ชั้นประทวนสามารถเดินเข้าไปหาไปคุยกับเขาได้ทุกเมื่อ
คนเอาการเอางานจะสนับสนุนเต็มที่ ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของลูกน้องอย่างดี มีบำเหน็จให้ขั้นประจำปี ถ้ามีโอกาสก็สนับสนุนให้ไปได้ตำแหน่งที่สูงขึ้นทุกคน
ใช้ความเป็น “สุภาพบุรุษนักกีฬา” มาปรับใช้ในการทำงาน ไม่ใช่เอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่
กลายเป็นความผูกพันที่ก้าวเข้าไปอยู่ในหัวใจลูกน้อง
ไม่ต้องพะวงกลัวโดนไล่สาปส่งตอนถอดหัวโขน!!!
"สหบาท"