ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    พริกเตรียมรับเพลี้ยไฟ

    สะ-เล-เต4 เม.ย. 2562 05:01 น.
    SHARE

    กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริกเตรียมรับมือการระบาดของเพลี้ยไฟพริก...แมลงขนาดเล็กจิ๋ว ลำตัวยาว 1 มม. ทั้งตัวอ่อนตัวเต็มวัย จะมาดูดกินน้ำเลี้ยงจากยอด ใบอ่อน ตาดอก และดอก

    ทำให้ใบหรือยอดอ่อนหงิก ขอบใบหงิกหรือม้วนขึ้นด้านบน...ถ้าเข้าทำลายในระยะที่ต้นพริกออกดอก จะส่งผลทำให้ดอกพริกร่วงไม่ติดผล...เข้าทำลายในระยะติดผล จะทำให้รูปทรงของผลพริกบิดงอ

    หากระบาดรุนแรง จะทำให้ต้นพริกชะงักการเจริญเติบโตหรือแห้งตายในที่สุด

    สภาพอากาศร้อนแล้งอย่างนี้ เกษตรกรปลูกพริกควรสุ่มสำรวจตรวจต้นพริก 100 ยอดต่อไร่ ทุกสัปดาห์อย่างสม่ำเสมอ ด้วยใช้วิธีการเคาะต้นพริกลงบนแผ่นพลาสติกหรือกระดาษ นับดูจำนวนเพลี้ยไฟ

    ถ้าพบเพลี้ยไฟพริกเฉลี่ยน้อยกว่า 5 ตัวต่อยอด แก้ปัญหาด้วยการ ฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชื้นให้ต้นพริก เพื่อสร้างความชื้นในอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยให้เพลี้ยไฟมาอยู่กินและวางไข่ เพราะแมลงชนิดนี้ชอบอากาศแล้งร้อน

    หากพบเพลี้ยไฟพริกเฉลี่ยมากกว่า 5 ตัวต่อยอด ถึงขั้นต้องใช้สารเคมีช่วย...พื้นที่ปลูกใหม่ เพลี้ยไฟยังไม่ดื้อยา ให้เกษตรกรฉีดพ่นด้วย คาร์บาริล 85% ดับเบิลยูพี อัตรา 20-30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ โพรไทโอฟอส 50% อีซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร และควรพ่นซ้ำตามการระบาด

    ส่วนแหล่งปลูกเดิมเพลี้ยไฟอาจจะมีอาการดื้อยา ให้ฉีดพ่นด้วย ฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อิมิดาโคลพริด 10% เอสเอล อัตรา 20-40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ขณะพ่นสารควรปรับหัวฉีดให้เป็นฝอยที่สุด พ่นให้ทั่วตามส่วนต่างๆของพืช

    กรณีระบาดรุนแรงในช่วงสภาพอากาศแห้งแล้ง เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยทางใบ เพื่อช่วยให้ต้นพริกฟื้นตัวจากอาการใบหงิกได้ดีและเร็วยิ่งขึ้น.

    สะ-เล-เต

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กรมวิชาการเกษตรเพลี้ยไฟพริกเกษตรกรปลูกพริกหน้ามองฟ้า เท้าหยั่งดินสะ-เล-เตเกษตร

    คุณอาจสนใจข่าวนี้