สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องที่น่าสนใจกับข่าวของคุณป้าท่านหนึ่ง ใช้มีดปลายแหลมเสียบหน้าอกสามีของตนเอง จนเสียชีวิตภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง โดยคุณป้าอ้างว่า ได้เลิกรากับสามีไปนานแล้ว เนื่องจากสามีมักจะแอบมีผู้หญิงอื่น ที่ผ่านมาสามีมักจะนัดเจอที่โรงแรมเป็นประจำ วันที่เกิดเหตุสามีของตัวเองจะลงมือข่มขืน ซึ่งที่ผ่านมาสามีได้พยายามข่มขืนมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะคุณป้าไม่ยอม เนื่องจากเกรงว่าจะติดโรคร้ายจากสามี มาครั้งนี้ จึงเตรียมอาวุธมีดมาด้วย เพื่อป้องกันตัว ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน
เหตุการณ์ครั้งนี้มีอุทาหรณ์ที่จะนำมาพิจารณาได้ คือ กรณีแบบนี้จะอ้างว่ากระทำความผิด เพื่อป้องกันตัวได้หรือไม่ ส่วนใหญ่เมื่อมีการกระทำความผิดทางอาญาเกิดขึ้น ผู้กระทำผิดมักจะอ้างเรื่องป้องกันตัว เพื่อให้ตนเองพ้นผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 วางหลักไว้ว่า “ผู้ใดจำต้องกระทำการใด เพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่น ให้พ้นภยันตราย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้น ไม่มีความผิด” แต่ข้อเท็จจริงจะปรับเข้ากับข้อกฎหมายหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
หลักกฎหมายดังกล่าวมีองค์ประกอบทางกฎหมาย ทั้งที่เขียนไว้ในตัวบทกฎหมาย และที่ตีความโดยคำพิพากษาศาลฎีกา อีกทั้งยังต้องพิจารณาข้อเท็จจริงประกอบกับพฤติการณ์ อายุ จำนวนคน และเพศของผู้กระทำความผิดด้วย เนื่องจากอายุ จำนวนคน และเพศ ย่อมทำให้เกิดความกลัวภยันตรายที่แตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อมีคดีความเกิดขึ้น ส่วนใหญ่ไม่มีฝ่ายใดพูดความจริงทั้งหมดให้ศาลฟังครับ สุดท้ายศาลจะชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานจากธรรมชาติของมนุษย์ วิสัยปกติของมนุษย์ ที่มนุษย์พึงกระทำในภาวะสถานการณ์เช่นนั้น
นอกจากนี้ผู้ที่จะอ้างเหตุป้องกันตัวได้นั้น จะต้องไม่เป็นฝ่ายยั่วยุหรือท้าทาย ไม่ใช่ฝ่ายที่ก่อภยันตรายขึ้น ไม่ใช่ฝ่ายที่สมัครใจร่วมทะเลาะวิวาท หรือเข้าเสี่ยงภัยเอง และไม่ใช่ฝ่ายที่ยินยอมให้ผู้อื่นกระทำความผิดต่อตนเองนะครับ
ดังนั้น หากข้ออ้างของคุณป้าฟังขึ้น คือ เป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย คุณป้าก็จะพ้นผิด หรือ หากเป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ ก็จะได้รับโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่ถ้าข้ออ้างของคุณป้าฟังไม่ขึ้น และจากพฤติการณ์ที่มีการเตรียมมีดไปด้วย อาจจะเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 289 (4) ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีโทษประหารชีวิต ทั้งนี้ ต้องรอผลสรุป หรือคำพิพากษาของศาลอีกครั้ง
มีกรณีเทียบเคียง โดยจำเลยใช้มีดแทงผู้ตายที่บริเวณหน้าอกเช่นเดียวกัน แต่จำเลยไม่ได้เตรียมมีดไปเอง จำเลยได้แย่งมีดจากพนักงาน ซึ่งอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ประกอบกับผู้ตายกับพวกมารุมทำร้ายจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิที่จะป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาฎีกาที่ 3250/2555 การที่จำเลยได้แย่งมีดชำแหละไก่จากพนักงานชำแหละไก่ที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นอาวุธที่หาได้โดยทันทีทันใดในขณะนั้น แล้วแทงผู้ตายที่บริเวณหน้าอกเพียงครั้งเดียวในขณะที่ถูกผู้ตายกับพวกรุมทำร้ายอันเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมาย เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงเพื่อให้ตนพ้นภัยในขณะนั้น จำเลยย่อมไม่มีโอกาสเลือกแทงอวัยวะที่สำคัญได้ และจำเลยก็ไม่ได้ตามไปแทงผู้ตายซ้ำอีกทั้งที่สามารถตามไปแทงได้ ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงแสดงให้เห็นว่าจำเลยกระทำไปโดยมีเจตนาเพื่อป้องกันตนเอง ไม่มีเจตนาจะฆ่าผู้ตาย และเป็นการกระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตาม ป.อ. มาตรา 68
สุดท้ายนี้ ขอฝากไว้กับทุกท่านครับ การใช้ความรุนแรงในการยุติปัญหานั้น ผลสุดท้ายก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ซึ่งอาจจะทำให้ท่านสูญเสียเวลา ค่าใช้จ่าย และอิสรภาพก็เป็นไปได้ ประการสำคัญ ท่านไม่ควรจะพาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับสถานการณ์ ที่อาจจะมีอันตรายกับตัวท่าน และอาจจะนำมาซึ่งปัญหาอาชญากรรม โดยท่านอาจจะตกเป็นผู้ต้องหาเองก็เป็นไปได้ครับ
...
สำหรับใครที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ
Facebook: ทนายเจมส์ LK