ข่าว
100 year

สร้างป่าดูดฝุ่นคลุมเมือง ไม้ปากใบกว้างใบทางช่วยได้

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.พ. 2562 07:15 น.
SHARE

ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ฝุ่นละอองขนาดเล็กคลุมท้องฟ้ากรุงเทพฯและปริมณฑล...ปรากฏการณ์นี้แม้จะเกิดขึ้นมาหลายปีแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนมาตรการแก้ปัญหาที่ออกมายังไม่เป็นรูปธรรม

ไม่เหมือนต่างประเทศ มีมาตรการชัดเจน ฝุ่นปกคลุมเซี่ยงไฮ้รัฐบาลจีนสั่งปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน 5 แห่ง...ส่วนฝุ่นที่เกิดในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และโตเกียว ของญี่ปุ่น แก้ไขด้วยการลดจำนวนรถยนต์ที่วิ่งเข้าเมือง รณรงค์ให้ใช้รถไฟฟ้า

ส่วนบ้านเราคงยากจะทำเช่นนั้น เพราะวิธีการเช่นนี้ คงยากจะนำมาบังคับใช้กับคนไทยได้ เราจึงได้แต่เห็นการแก้ปัญหาแบบไทยๆ ฉีดละอองน้ำขึ้นฟ้า กับทำฝนหลวง แต่ดูเหมือนจะช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะสภาพอากาศในฤดูกาลนี้ ไม่เป็นใจให้ทำฝนหลวงได้ง่ายนัก

กระนั้นยังมีอีกแนวทางที่ต่างประเทศใช้ได้ผลมาแล้ว แต่เรามองข้ามกันไป นั่นคือ การปลูกป่าในเมือง...ต้องปลูกกันอย่างไร ใช้ไม้ชนิดไหน จำนวนเท่าไหร่ ถึงจะเหมาะสมในการลดปัญหาฝุ่นคลุมเมืองได้

“มาตรฐานโลกระบุไว้เลยว่า หากพื้นที่ใดมีประชากรอาศัยอยู่ 1 คน จะต้องมีพื้นที่ป่าไม้อย่างน้อย 9 ตร.ม. แต่จำนวนประชากรใน กทม. มีปริมาณพื้นที่ป่าเฉลี่ยแค่คนละ 2 ตร.ม.เท่านั้นเอง”

ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก คณบดีคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เสนอความเห็น...ถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐควรเร่งลงมือให้มีการปลูกป่าไม้ สร้างพื้นที่สีเขียวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานโลก และต้นไม้ที่จะนำมาปลูก สร้างป่าลดฝุ่น ต้องมีพันธุ์ไม้ มีพืชพันธุ์หลากหลายชนิด ตามความหมายที่แท้จริงของคำว่าป่า

สร้างป่า อย่างสวนสมรมที่เกษตรกรภาคใต้ ทำกันมาในอดีต มีทั้งมะพร้าว ยางพารา มีไม้ผล สวนป่าสมุนไพร เพียงเท่านี้จะช่วยดูดซับปริมาณฝุ่นละอองที่ลอยคละคลุ้งได้เป็นอย่างดี

“ต้นไม้ดูดซับฝุ่นได้ทุกระดับ โดยเฉพาะไม้จำพวกปากใบกว้าง และมีทางใบยาวๆ เช่น มะพร้าว ปาล์ม หมาก เพราะต้นไม้กลุ่มนี้จะมีคุณสมบัติดูดควันพิษเพื่อนำไปปรุงอาหารสร้างลำต้นได้รวดเร็วและดูดได้ปริมาณมากกว่าไม้ปากใบแคบ ที่มักจะมีการผลัดใบในฤดูหนาวที่มีปัญหาฝุ่นเยอะ ต้นไม้ประเภทนี้เลยไม่ได้ช่วยลดปัญหาฝุ่นที่เกิดขึ้นในฤดูหนาวเลย”

วิธีการปลูกป่าในเมือง ผศ.ดร.นิคมบอกว่า ตามหลักวนศาสตร์ ควรจะมีโครงสร้างป่า 3 ระดับ คือ มีทั้งไม้เรือนยอดเด่น ไม้ขนาดกลางหรือไม้ใช้สอย และไม้ล่างคลุมดิน

ไม้เรือนยอดเด่น เช่น ไม้สัก พะยูง ยางนา ปีบ ประดู่ จิก ชิงชัน มะค่าโมง ฯลฯ เพื่อช่วยดูดซับฝุ่นในระดับความสูงตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป

ไม้ขนาดกลาง จำพวกไม้ผล ไม้ใช้สอย เช่น ทุเรียน มะม่วง โกโก้ และไผ่ ฯลฯ เพื่อช่วยดูดฝุ่นในระดับต่ำกว่า 10 เมตร หรือในระดับที่คนเราหายใจกันเข้าไป

สุดท้ายไม้ล่างคลุมดิน อย่าง สมุนไพร ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กระชายดำ ขิง ข่า ขมิ้นชัน ดาวเรือง กุหลาบ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับดินและอากาศโดยรอบ ส่งผลให้การฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองลดน้อยลง

“มลพิษในเขตเมืองไม่ใช่มีแค่ฝุ่น PM 2.5 ยังมีแก๊สอื่นๆอีกที่เล็กกว่า PM 2.5 เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ สารทังสเตนจากเบรกรถยนต์ แม้กระทั่งฟอร์มาลดีไฮด์ สารตะกั่วในห้องนอน ภายในบ้าน จากสีทาผนัง จากเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน”

ฉะนั้นคนที่อาศัยอยู่ตามอาคารตึกสูง คอนโดมิเนียม ซึ่งไม่มีพื้นที่พอให้ปลูกต้นไม้สร้างป่าได้ จึงควรมีต้นไม้ประดับไว้บ้าง อย่าง ตะบองเพชร ว่านงาช้าง เตยหอม พลูด่าง ไทรแคระ ฯลฯ ไม้พวกนี้ช่วยดูดฝุ่นควันพิษได้ดี

สามารถนำไปปลูกวางได้ทั้งในห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องน้ำ บนโต๊ะอาหาร ระเบียง...แต่ในห้องที่มีแอร์คอนดิชัน อย่าง ห้องนอน อย่านำไปวางไว้เยอะ เพราะเมื่อต้นไม้คายน้ำ อาจทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นได้.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าฝุ่นละอองPM2.5ฝุ่นพิษปลูกป่าในเมืองป่าไม้เกษตร

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้