แม้แต่ครูกันเองยังไว้ใจไม่ได้ แล้วจะไว้ใจใคร?
ความมาแตกเอาเมื่อ น.ส.เยาวลักษณ์ ภูชุม อายุ 34 ปี ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ บุกเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ ว่า ถูกอมเงินกู้สหกรณ์กว่า 1.6 ล้านบาทไป
หลังจากไปทำเรื่องกู้เงิน 2 ล้านบาทจาก สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด ตามสิทธิ์ของสมาชิกที่ตัวเองเป็นอยู่
แต่หลังผ่านการอนุมัติ กลับไม่เคยได้จับเงินแม้แต่บาทเดียว ทั้งๆที่ตัวเองเริ่มถูกหักเงินจ่ายหนี้แล้ว
หลังจากเป็นเรื่องดัง พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จ.กาฬสินธุ์ ลงมากำชับให้ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัญย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ดูแลอย่างใกล้ชิด
หลังตำรวจเข้าทำคดีไม่นาน ชื่อของ นางสุมาพร ตาลชัย ครูโรงเรียนบ้านหนองโง้ง ต.กุดค้าว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ และ นายธนัทชาติ ไชยบัง รองปลัดเทศบาลตำบลห้วยโพธิ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ โผล่มาถูกออกหมายเรียก
เนื่องจากเป็นคดีไม่ซับซ้อน ใครจ่ายเงินให้ผู้ปลอมเอกสารรับมอบฉันทะเอาเงินไป มันเห็นกันโต้งๆ
เรียกว่า เอากันหน้าด้านๆก็ไม่ผิด!?
แต่ที่น่าสนใจกว่าคือ จากคำให้การของแม่พิมพ์ของชาติที่ตกเป็นเหยื่อพวกเดียวกันเอง นอกจากต้องถูกหักเงิน 419,700 บาทเป็นค่าหุ้นสหกรณ์แล้ว
ยังต้องถูกหักค่าหัวคิวอีก 13 เปอร์เซ็นต์!
เงินเหล่านี้ไปเข้ากระเป๋า “ไอ้โม่ง” คนไหน?
ไหนๆก็ปูดจนฝีเน่าแตกออกมาแล้ว ควรจะรื้อขบวนการสูบเลือดครูด้วยกันเองรายนี้ออกมาให้หมดว่า ใครหน้าไหนบ้างที่กินหัวคิว
แล้วยังใช้ชื่อสหกรณ์พะยี่ห้อสร้างความน่าเชื่อถือ
หน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่ปราบโกง ปราบทุจริต ไม่สนใจเข้ามาขุดรากถอนโคนขบวนการนี้บ้างหรือ?
ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป จนกลายเป็นเรื่องปกติ แล้วจะไปปราบทุจริต ปราบโกงเรื่องใหญ่ๆที่ไหนได้ ในเมื่อมีคดีให้ตรงหน้า ยังนั่งตีขิมกันอยู่เลย...
...
"สหบาท"