ข่าว
100 year

อนาคตข้าวไทย 5 ปี ไม่ขยับ...ดับแสง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 ม.ค. 2562 07:15 น.
SHARE

เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ - วัลลภ มานะธัญญา - บุญมี สุระโคตร

ปีที่ผ่านมา แม้ราคาข้าวไทยจะดีกว่าปีก่อนๆ แต่ท่ามกลางปัจจัยหลายๆอย่าง ที่ทำให้อาจพลิกผันได้ตลอดเวลา...ปีหมูข้าวไทยจะเป็นเช่นไร

“ข้าวเป็นหนึ่งในสินค้าการเมือง นโยบายมักเปลี่ยนไปตามรัฐบาล เอกชนผู้ส่งออกไม่กล้าลงทุนระยะยาว เพราะกลัวจะได้ไม่คุ้มเสีย เพราะนโยบายเดินสะเปะสะปะมาตลอด ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่มีความแน่นอน ไม่เคยมีนโยบายว่าควรปลูกข้าวอะไร ปริมาณเท่าไร ผู้ซื้อต่างประเทศต้องการอย่างไร มีแต่นโยบายระยะสั้น เน้นแต่เรื่องราคา เลยแก้ปัญหาได้แต่ในระยะสั้นที่ทำๆกัน แค่ปรับเปลี่ยนนโยบายไปตามสถานการณ์เท่านั้นเอง เพราะรัฐบาลมองปัญหาที่ต้นน้ำอย่างเดียว ไม่เคยมองถึงปลายน้ำว่าจะค้าขายอย่างไร ไปทิศทางไหน

ประเทศอื่นที่เขาผลิตข้าว เขาเน้นไปที่ความต้องการของผู้ซื้อ แต่เราไม่เคยให้ความรู้เรื่องนี้กับชาวนาเลย ฉะนั้นรัฐจึงควรเปลี่ยนบทบาทมาเป็นแค่พี่เลี้ยง วางนโยบายอย่างเดียว ไม่ใช่ลงมาเล่นเอง แล้วให้ชาวนาผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วม อีก 5 ปี ถ้ายังไม่ทำอะไร เราเสียตลาดให้ประเทศอื่นแน่”

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เริ่มต้นวิเคราะห์ปัญหาข้าวไทยที่จะเกิดในกาลข้างหน้า

ช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ไทยอาจยังไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ เพราะไม่มีคู่แข่ง แต่ตอนนี้จะมัวมานั่งฝันหวานกินบุญเก่าไม่ได้ เพราะเพื่อนบ้านเริ่มสปีดตัวเอง เวียดนามตอนนี้นำเราไปแล้ว...ส่วนเขมรกับพม่ากำลังมาแรง มีการวิจัยและพัฒนา ทั้งในเรื่องการผลิตและสายพันธุ์ข้าวอย่างต่อเนื่อง...ยังไม่รวมประเทศผู้นำเข้าข้าวทั้งหลายหันมาปลูกข้าวกินเอง ปลูกข้าวในน้ำเค็ม ในทะเลทราย...อินโดนีเซีย มาเลเซียเพิ่มพื้นที่ปลูกเพื่อรับมือสถานการณ์ขาดแคลนอาหารจากภาวะโลกร้อน...อินเดียตอนนี้กลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลกไปแล้ว

นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เตือนให้คิด...นอกจากเพื่อนบ้านจะแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน สิ่งที่ต้องวิตกอีกเรื่อง ตลาดจีน แม้จะมีข้าวอยู่ในสต๊อกจำนวนมากถึง 113 ล้านตัน แต่กลับยังนำเข้าข้าวอีกจำนวนมาก หลายฝ่ายจึงวิตก...นี่จะเป็นเกมการเมืองถ่วงดุลประเทศผู้ส่งออกข้าวในอนาคตหรือไม่

“ปีนี้ข้าวหอมมะลิราคาดี เนื่องจากผลผลิตน้อย เพราะฝนตกไม่ทั่วถึงในพื้นที่ปลูกหลัก โดยเฉพาะภาคอีสาน ปัญหาที่น่าห่วง หากราคายังพุ่งไม่หยุด อาจทำให้ต่างประเทศหันไปซื้อข้าวหอมเวียดนามได้ โดยเฉพาะตลาดฮ่องกงที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดกว่า 60% แม้ชื่อชั้นและความหอมของข้าวเวียดนามจะสู้เราไม่ได้ แต่ราคาถูกกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง หากไม่อยากเสียตลาดส่วนนี้ เราควรเอาข้าวหอมที่ไม่จัดเป็นหอมมะลิ (ข้าวหอมมะลิบริสุทธิ์ไม่ถึง 92%) ส่งออกทดแทน เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด”

ดร.วัลลภ มานะธัญญา ประธานกรรมการบริหาร บ.บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวหงษ์ทอง วิเคราะห์ปัญหาข้าวหอมมะลิที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2562...ส่วนตลาดข้าวขาวยังคงไปได้เรื่อยๆ

แต่ไทยควรปรับเปลี่ยนมาผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้น

เพราะตลาดใหญ่อย่างจีนรวมถึงเอเชียนิยมบริโภคข้าวนิ่ม ในขณะที่ข้าวขาวของไทยส่วนใหญ่เป็นข้าวแข็ง เนื่องจากข้าวนิ่มเป็นข้าวพื้นเมืองให้ผลผลิตน้อย เกษตรกรจึงมักปลูกร่วมกับข้าวชนิดอื่น แล้วนำไปสีรวมกันเป็นข้าวขาว...เปอร์เซ็นต์ข้าวแข็งจึงมีมากกว่าข้าวนิ่ม

ลุงบุญมี สุระโคตร ประธานนาแปลงใหญ่ระดับประเทศ จ.ศรีสะเกษ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ข้าวอินทรีย์ลุงบุญมี ที่ส่งไปขายถึงยุโรป มองว่า สถานการณ์ข้าวทั่วไป คงไม่ต่างจากปีที่ผ่านมามากนัก เพราะข้าวหอมมะลิเราได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค แต่เกษตรกรต้องรักษาคุณภาพเอาไว้ เพื่อไม่ให้โดนแบ่งตลาด

และราคาควรรักษาให้อยู่ระดับนี้ อย่าให้แพงไป เพราะตัวเลือกมีเยอะขึ้น คุณภาพอาจด้อยกว่าของเรา แต่ราคาถูกกว่า อาจทำให้ลูกค้าไขว้เขวได้

หากเกษตรกรจะอยู่ให้รอดในภาวะการแข่งขันสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประการสำคัญอันดับแรก เกษตรกรต้องเอาตัวให้รอดก่อน ต้องรวมกลุ่มให้เข้มแข็งเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง เข้าถึงแหล่งทุน เข้าถึงปัจจัยการผลิตหลายด้านที่ไม่สามารถมีไว้เองได้ เช่น เครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อลดต้นทุนการผลิต

ที่สำคัญเกษตรกรจำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วมในหลายด้านให้มากที่สุด เพื่อให้สะท้อนถึงปัญหาที่แท้จริง โดยมีเอกชน ภาครัฐ เป็นพี่เลี้ยงหรือให้คำปรึกษา

“เมื่อเรารวมกลุ่ม มีพื้นที่ชัดเจน รู้จำนวนผลผลิตแท้จริง จะง่ายต่อการกำหนดเป้าหมาย เข้าถึงแหล่งทุน เครื่องมือ ปัจจัยการผลิต สามารถซื้อหาได้ในราคาถูกกว่าซื้อเดี่ยวๆ แต่หากยังไม่พร้อมอาจติดต่อเช่าจากกลุ่มที่เขามีอยู่แล้วไปก่อน เมื่อมีแล้วค่อยลงขันซื้อทีหลัง ส่วนเรื่องการตลาด จุดอ่อนของเกษตรกร ให้ค่อยๆเรียนรู้ไป หากรวมกลุ่มแล้ว เรื่องของตลาดส่วนใหญ่จะวิ่งเข้ามาเองจากภาครัฐ รวมถึงความร่วมมือจากเอกชน ฉะนั้นต่อไปการร่วมมือกันอย่างสอดประสานทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ต้องมีอย่างจริงจัง”

โดยมีรัฐคอยแนะนำในฐานะพี่เลี้ยง ไม่ใช่เป็นผู้กำหนดสั่งการแต่ฝ่ายเดียว...สินค้าเกษตรทุกชนิดถึงจะหมดปัญหา ที่สำคัญต้องจัดการทุกปัญหาอย่างเป็นระบบ

แค่เริ่มจากตัวเลขผลผลิตสินค้าเกษตร ต้องเป็นตัวเลขจริง ไม่ใช่มั่วตัวเลขเหมือนในปัจจุบัน เพื่อให้คนทำตลาดจะได้สะดวกในการคำนวณผลผลิต ที่จะมีผลกระทบต่อเรื่องราคา...นี่เกษตรกร ชาวนาพูดเองนะท่านผู้นำ.

ทีมข่าวเกษตร

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อนาคตข้าวไทยราคาข้าวข้าวไทยส่งออกข้าวข้าวหอมมะลิเกษตร

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้