ข่าว
100 year

เปิด 15 เส้นทางลัดหนีรถติด เหนือ-อีสาน-ตะวันออก-ใต้

ไทยรัฐฉบับพิมพ์27 ธ.ค. 2561 04:50 น.
SHARE

ทางหลวงเปิด 15 เส้นทางลัดเลี่ยงจากกรุงเทพฯไปเหนือ-อีสาน-ตะวันออก-ใต้ ส่งประชาชนกลับบ้านรับความสุขเทศกาลปีใหม่ พร้อมจัดทำ QR Code Scan สำหรับติดตามสภาพจราจรได้แบบเรียลไทม์ เปิดโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ระดม “ขนส่งทางบก-ทางหลวง-ทางหลวงชนบท” ยกระดับความเข้มข้นทุกมาตรการเพิ่มความปลอดภัยใช้รถใช้ถนน ดอนเมืองคาดปีใหม่ ผู้โดยสารบินทะลุ 1.5 ล้านคน 9.4 เที่ยวบิน จัดชุดตรวจผสม เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่คุมเข้มความปลอดภัย พาณิชย์ตรวจผู้ประกอบการห้ามฉวยโอกาสปีใหม่ ตำรวจพระนครศรีอยุธยาจัดกำลังดูแลทุกเส้นทางถนนที่ผ่านพื้นที่เป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่ต้องมีการจัดเส้นทางการจราจรในถนนทุกสายทั้งขึ้นเหนือ ล่องใต้ไปอีสานหรือผ่านภาคตะวันออก เนื่องจากจะมีประชาชนเดินทางกันทั่วประเทศเพื่อกลับภูมิลำเนาเยี่ยมญาติพบปะครอบครัวหรือท่องเที่ยวเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะในเส้นทางสายหลัก

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.61-3 ม.ค.62 จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและใช้ถนนทางหลวงเดินทางออกจาก กทม.ไป ตจว.จำนวนมาก เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกประชาชน กรมทางหลวงจึงแนะนำ 15 เส้นทาง ทางลัดทางเลี่ยงช่วงเทศกาลเพื่อออกจาก กทม.ไปยังภาคเหนือ อีสาน ตะวันออกและภาคใต้ ดังนี้ ออกจาก กทม.ไปภาคเหนือไปได้ 5 เส้นทางคือ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไปรังสิต ถนนพหลโยธิน-อยุธยา-อ่างทอง-สิงห์บุรี ตามทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย-อ.มโนรมย์ ตามทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธินมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์

ส่วนเส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไปยังภาคเหนือใช้เส้นทาง จ.นนทบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง-สุพรรณฯ-จ.สุพรรณบุรี ตามทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณฯ-ชัยนาท ถึงชัยนาทใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งสู่จังหวัดนครสวรรค์ ส่วนเส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไปรังสิต-อ.วังน้อย-จ.สระบุรี-จ.ลพบุรี ตามทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน-อ.ตากฟ้า ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 11 มุ่งหน้าสู่จังหวัด พิษณุโลก

นายอานนท์กล่าวว่า เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯ ไปรังสิต-ต่างระดับคลองหลวง ใช้ทางหลวงหมาย เลข 1 ถนนพหลโยธิน-เชียงรากน้อย ใช้ทางหลวงหมายเลข 3214 และทางหลวงหมายเลข 347 มุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 เข้าสู่ภาคเหนือ เส้นทางที่ 5 จากกรุงเทพฯไปวงแหวนตะวันออก (ใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9)-ต่างระดับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.)-วังน้อย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน-ถนนโรจนะ ใช้ทางหลวงหมายเลข 309 มุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 เข้าสู่ภาคเหนือ

นายอานนท์กล่าวต่อว่า ส่วนเส้นทางไปภาคอีสาน จากกรุงเทพฯจะมีทางเลี่ยงอยู่ 4 เส้นทางคือเส้นทางที่ 1 กรุงเทพฯ-สระบุรี ตามทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน-ต.ม่วงค่อม ตามทางหลวงหมายเลข 205-อ.ท่าหลวง ตามทางหลวงหมายเลข 2256-อ.ด่านขุนทด ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2148-อ.ขามทะเลสอ ตามทางหลวงหมายเลข 2068 มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไปยัง อ.วังน้อย ตามทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน-จ.สระบุรี-อ.ปากช่อง-อ.สีคิ้ว ตามทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าสู่นครราชสีมา

เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ ไปนครนายก ตาม ทางหลวงหมายเลข 305-อ.บ้านนา ตามทางหลวงหมายเลข 3051-อ.แก่งคอย ตามเส้นทางทางหลวงหมายเลข 3222-อ.ปากช่อง ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ส่วนเส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯ ไปฉะเชิงเทรา ตามทางหลวงหมายเลข 314 หรือหมายเลข 304-อ.พนมสารคาม-อ.กบินทร์บุรี-อ.วังน้ำเขียว-อ.ปักธงชัย ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา

ส่วนเส้นทางภาคตะวันออก ใช้ 3 เส้นทาง มีเส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ไปชลบุรี ตามเส้นทาง ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 หรือมอเตอร์เวย์ เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ ไป อ.บางปะกง ตามเส้นทางทางหลวงหมายเลข 34 ถนนบางนา-ตราด มุ่งสู่จังหวัดชลบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท หรือจากกรุงเทพฯ ไปยัง อ.พนัสนิคม-จ.ชลบุรี ตามเส้นทาง ทางหลวงหมายเลข 304

ขณะที่ผู้เดินทางลงใต้ ใช้ 3 เส้นทาง คือเส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ไปสมุทรสาคร-จ.สมุทรสงคราม ตามทางหลวงหมายเลข 35-แยกวังมะนาว-จ.เพชรบุรี ใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม มุ่งสู่ประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ ไป อ.สามพราน-อ.นครชัยศรี-จ.นครปฐม-จ.ราชบุรี-แยกวังมะนาว-จ.เพชรบุรี ตามทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม มุ่งสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ ไป ถนนบรมราชชนนี ใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 338 ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี-อ.นครชัยศรี-จ.นครปฐม-จ.ราชบุรี-แยกวังมะนาว-จ.เพชรบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายอานนท์กล่าวด้วยว่า ประชาชนที่เดินทาง อยากรู้สถานการณ์จราจรในเส้นทางที่จะเดินทางว่า แออัดหรือไม่ ทางหลวงจึงจัดทำ QR Code Scan ติดตามสภาพจราจรได้แบบเรียลไทม์ โดยสแกน QR Code ได้ที่ http://www.doh.go.th/content/page/news/24645 หรือจะสอบถามข้อมูลการเดินทาง/แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างเดินทาง ติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทร.ฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) ศูนย์บริการข้อมูลทางหลวงพิเศษ (Motorway) 1586 กด 7 และ ตำรวจทางหลวง 1193 (ตลอด 24 ชั่วโมง) รวมถึงเปิดใช้มอเตอร์เวย์ฟรีของขวัญปีใหม่จากใจกรมทางหลวง (ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 27 ธันวาคม 2561 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 3 มกราคม 2562)

ในส่วนพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่มีการจราจรติดขัดบนถนนสายเอเชียทั้งขาขึ้นขาล่อง ตั้งแต่ช่วงตำบลเชียงรากน้อย อ.บางปะอิน เพื่อเป็นการช่วยรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ภาพ ผบ.ตร.และรอง ผบ.ตร. มีข้อความ “ขับรถมีน้ำใจ รักษา วินัยจราจร” “ง่วง เหนื่อย เมื่อย เพลีย พักสักนิดชีวิตจะปลอดภัย” ตามเส้นทางสำคัญขาขึ้น อาทิ ถนนสายเอเชียทางหลวงหมายเลข 9 ทางหลวงหมายเลข 32 และทางหลวงหมายเลข 347 เพื่อกระตุ้นเตือนให้ผู้ขับขี่รถมีสติ ขับรถอย่างระมัดระวังและปลอดภัยและให้มีการปรับช่องการเดินรถบนทางต่างระดับบางปะอินจาก 3 ช่องทางเป็น 4 ช่องทาง

พล.ต.ต.โชคชัยกล่าวอีกว่า ได้วางแผนอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ตามถนนในเส้นทางสายเอเชีย ถนนหมายเลข 340 หมายเลข 9 ทางต่างระดับบางปะอิน หมายเลข 347 ถนนพหลโยธิน หมายเลข 356 และ 309 จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร อาสาจราจรตามปั๊มน้ำมันที่มีปริมาณรถเข้าใช้จำนวนมาก ทำป้ายประชาสัมพันธ์กรณีรถเต็ม เพื่อให้สัญญาณรถที่จะเข้าปั๊มไม่ต้องชะลอตัว และสั่งการให้ทุกสถานีในสังกัดมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง เพื่อให้ ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทางมากที่สุด

ที่บริเวณด้านหน้าอาคาร 1 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร วันเดียวกัน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมบูรณาการร่วมกัน ภายใต้ One Transport เพื่อมอบความสุข ความสะดวก ความปลอดภัยเป็นของขวัญปีใหม่ และยกระดับความปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ตามมาตรการ 777 ดังนี้ 7 วันก่อนเทศกาลปีใหม่, 7 วันระหว่างเทศกาลปีใหม่ และ 7 วันหลังเทศกาลปีใหม่ มีการตั้งเต็นท์บริการประชาชนและเฝ้าระวังความปลอดภัยทางถนน ปรับปรุงถนน ไหล่ทาง ติดตั้งไฟวับวาบ ป้ายเตือนบนเส้นทางที่มีความเสี่ยง การซ่อมแซมหลุมบ่อในผิวทางให้ดี ปลอดภัย คืนผิวทางในพื้นที่ก่อสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทาง

ส่วนกรมการขนส่งทางบกมีมาตรการตรวจเข้มข้นรถโดยสารทุกคัน พนักงานขับรถทุกคนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารทั่วประเทศ ตั้งจุดตรวจความพร้อมรถโดยสารระหว่างทางในเส้นทางหลักและสายรอง ผู้โดยสารต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการโดยสาร ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะโดยสารและภายในสถานีขนส่งผู้โดยสาร พนักงานขับรถและผู้ประจำรถทุกคน ต้องไม่มีสารเสพติด และแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ 100%

นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบความปลอดภัยระหว่างทางบนถนนสายหลักและสายรอง 17 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พิษณุโลก ลำปาง ตาก ขอนแก่น บุรีรัมย์ นครราชสีมา อุดรธานี ร้อยเอ็ด ชัยนาท ระยอง ฉะเชิงเทรา ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ และสงขลา ติดตามควบคุมพฤติกรรมการขับรถผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ทั่วประเทศแบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการตรวจสอบความเร็วของรถโดยสารและรถบรรทุก ด้วยกล้องเลเซอร์ พร้อมเปิด “ศูนย์อำนวยการบริหารการดูแลประชาชนเทศกาลปีใหม่ 2562 กรมการขนส่งทางบก” เพื่อควบคุมการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของกรมการขนส่งทางบก เปิดให้บริการ Call Center ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง จัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ด้านนายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการสนามบินดอนเมือง เปิดเผยหลังเป็นประธานปล่อยแถวการปฏิบัติการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้กับผู้โดยสารในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า ระหว่างวันที่ 25 ธ.ค.61-7 ม.ค.62 คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนเที่ยวบิน 9,447 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 787 เที่ยวบิน แบ่งเป็น ระหว่างประเทศ 3,613 เที่ยวบิน ภายในประเทศ 5,834 เที่ยวบิน ผู้โดยสารอยู่ที่ 1,507,726 คน เฉลี่ยวันละ 125,644 คน แบ่งเป็น ระหว่างประเทศ 632,619 คน ภายในประเทศ 875,107 คน และยังจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานและอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562” ที่ห้องปฏิบัติงานเวรบริการข้อมูลข่าวสารการบิน (AIS) ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2 โทร.0-2535-3861 และ 0-2535-1192 ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มเจ้าหน้าที่เก็บรถเข็นกระเป๋า จัดเจ้าหน้าที่จัดเรียงและขนย้าย กระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสาร ในส่วนของพื้นที่ช่องตรวจศุลกากร ได้เพิ่มช่องไม่มีสิ่งของต้องสำแดงเป็น 2 ช่อง อีกทั้งนำระบบบัตรคิวมาใช้แทนการยืนต่อคิว รอรับบริการรถ TAXI ที่จุดให้บริการ ที่ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ประตู 8 ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 และเพิ่มจำนวนรถโดยสารสาธารณะสาย A1-A5

นายนพดล ปิ่นสุภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) ปตท. อนุมัติขยายเวลาสนับสนุนส่วนลดราคาก๊าซเอ็นจีวี สำหรับรถโดยสารสาธารณะ รถแท็กซี่ รถของบริษัทขนส่งจำกัด หรือ บขส. รถตุ๊กๆ ตามนโยบายของรัฐบาลในราคาเดิมที่ 10.62 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค.2562 ส่วนรถยนต์ของประชาชนทั่วไป อยู่ในราคา 16.06 บาทต่อ กก. และยังได้เตรียมความพร้อมสำรองก๊าซเอ็นจีวี ที่สถานีบริการทุกแห่งไว้ให้เพียงพอ สำหรับให้บริการกับผู้บริโภคช่วงวันหยุดปีใหม่ 2562 เพื่อรองรับความต้องการใช้ของประชาชน

นอกจากนี้ ปตท.ยังมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการในปั๊มน้ำมัน ปตท. ทั่วประ เทศ โดยผู้ที่เติมน้ำมันและไม่จำกัดการเติมขั้นต่ำในวันที่ 1 ม.ค.2562 จะได้รับสินค้าเกษตรแปรรูปจากโครงการ “ไทยเด็ด” ผลิตภัณฑ์จากกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน (โอทอป)

ขณะที่นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจสอบผู้จำหน่ายสินค้าและบริการ ณ สถานีขนส่งหมอชิต 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ราคาจำหน่ายสินค้าและค่าบริการส่วนใหญ่ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว เช่น ข้าวราดแกง 1 อย่าง ราคา 30 บาท/จาน ข้าวราดแกง 2 อย่าง ราคา 35 บาท/จาน ข้าวกะเพรา (หมู, ไก่) ราคา 35-40 บาท/จาน น้ำเปล่าขวดเพ็ท ขนาด 600 มิลลิลิตร (มล.) ราคา 7-10 บาท/ขวด ค่าบริการรับฝากสัมภาระเริ่มต้นที่ 20 บาท/ชิ้น และยังเปิดให้มีร้านหนูณิชย์พาชิมภายในสถานีขนส่งฯ โดยจำหน่ายสินค้าในราคาประหยัดด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปีใหม่2562เดินทางกลับบ้านจราจรเดินทางปีใหม่ข่าวหน้า1

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้