บางมุมอาจดูเหมือนเป็น “นายพลหนุ่ม” มากบารมี

ด้วยเพราะ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. มีขุมกำลังทีมทำงานเต็มไม้เต็มมือ อีกทั้งยังเป็นที่น่าเชื่อถือและได้รับ
ความไว้วางใจจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม

ทว่าเจ้าตัวไม่สนใจสิ่งที่หลายคนมอง ก้มหน้าสานงานตามหน้าที่ โดยเฉพาะ มาตรการตามเก็บกวาดนายทุนเงินกู้นอกระบบ

เพื่อทวงความเป็นธรรมให้ลูกหนี้ที่เดือดร้อนทั่วประเทศ

กระทั่งกลายติดเป็นภาพ “นายพลขวัญใจคนจน” ไปแล้ว

ตั้งแต่เริ่มต้นปฏิบัติการนำร่องในพื้นที่อีสานเหนือ จัดการบรรดานายทุนเงินกู้รายใหญ่ที่ปล่อยเงินกู้คิดอัตราดอกเบี้ยโหด นำโฉนดที่ดินค้ำประกันเงินกู้คืนแก่ชาวบ้านจนได้รับเสียงชื่นชมมากมาย

ก่อนขยายโครงการไปอีกหลายพื้นที่ ไม่มีแบ่งแยกภาค

ล่าสุด นำกำลังพร้อมด้วย พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 และทีมงานเฉพาะกิจของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ประสาน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ปูพรมตรวจค้นกลุ่มนายทุน 39 เป้าหมาย ในพื้นที่ 7 จังหวัด ประกอบไปด้วย สงขลา ตรัง พัทลุง สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส

ตามยุทธการ “ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองให้น่าอยู่”

ทลายเครือข่ายนายทุนเงินกู้รายสำคัญ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และยึดโฉนดที่ดิน 1,265 ฉบับ มูลค่า 1 พันล้านบาทไปตรวจสอบ

พฤติกรรมในลักษณะเดิม คือ หลอกทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับชาวบ้าน ให้ลูกหนี้ลงชื่อในกระดาษเปล่า ทำขายฝากทรัพย์สิน ขายจำนองที่ดินไม่ถูกต้อง

นับเป็นปฏิบัติการครั้งที่ 6 ในรอบไม่กี่เดือนเพื่อขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ “หนี้นอกระบบ” อย่างจริงจัง เพราะทำความเดือดร้อนให้ชาวบ้านไม่น้อย

“ผลงานทั้งหมดเป็นภาพที่ไม่ต้องสร้าง” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ว่าไว้เสมอ

เรื่องจริงต่างรู้กันอยู่แก่ใจ.


สหบาท