มาว่ากันต่อเรื่อง...นโยบายถนนพาราซอยซีเมนต์ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ของ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่แกนนำชาวสวนยาง อย่าง นายเพิก เลิศวังพง อดีตหัวหน้าพรรคยางพาราไทย และอดีตประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ยกมือเชียร์สุดลิ่มทิ่มประตู เพราะเชื่อว่าเป็นแนวทางที่ช่วยดึงราคายางตกต่ำให้กระเตื้องขึ้นมาได้อย่างยั่งยืน
แต่จะช่วยให้ชาวสวนยางได้ผลประโยชน์แบบเต็มๆ เพิกให้ข้อคิดทิ้งท้ายเมื่อตอนที่แล้ว...ต้องทำให้ได้แบบครบวงจร
มิเช่นนั้น ผลประโยชน์จะไหลกลับไปอยู่ในมือฝูงเหลือบวงการยางเช่นเดิม
จะทำให้ครบวงจร ไม่มีอะไรมาก แค่ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และ กระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนให้ชาวสวนยาง หรือสถาบันเกษตร รู้จักเทคโนโลยีผลิตน้ำยางข้น 60% เพื่อนำมาใช้เป็นส่วนผสมทำถนนพาราซอยซีเมนต์
ให้ชาวบ้านทำน้ำยางข้นขายเองเป็น...ได้ราคามากกว่าเท่าตัว
เพราะถ้ายังปล่อยให้ขายเป็นน้ำยางสดอยู่เหมือนเดิม สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์จากโครงการ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร จะเป็นโรงงานเหมือนเดิม เพราะน้ำยางสดเก็บได้แค่ 3 ชั่วโมง จะเริ่มแข็งตัว เกษตรกรต้องเร่งขายไร้อำนาจต่อรอง ไม่เหมือนทำเป็นน้ำยางข้นเก็บได้นานเป็นปี เกษตรกรเก็บรอเวลาดึงราคาได้ มีอำนาจต่อรองมากขึ้น
เทคนิคทำน้ำยางข้น เพิก อธิบายว่าไม่มีอะไรมากมาย สามารถทำได้ 2 แบบ ใช้เครื่องปั่นแยกน้ำออกจากน้ำยาง ราคาค่าเครื่องมีตั้งแต่ 3 แสนขึ้นไปจนถึง 1 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับว่าผลิตจากประเทศไหน รัฐสามารถสนับสนุนได้ด้วยการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำได้
อีกวิธีถูกกว่า เติมสารเคมีลงไป ให้น้ำกับน้ำยางแยกออกจากกัน วิธีนี้ กยท.รู้ดี เพราะมีการทำวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ไว้หมดแล้ว ไปสอบถามกันเองได้
...
ฉะนั้นปัญหา ณ วันนี้ มันอยู่ที่ว่า ภาครัฐมีความจริงใจที่จะลงมือทำจริง เพื่อช่วยพี่น้องชาวสวนยางจริงแค่ไหน เท่านั้นเอง.
สะ–เล–เต