ไลฟ์สไตล์
100 year

เรือจำลองโกอินเตอร์ ลำละแสน...ต้องรอคิว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
12 ธ.ค. 2561 05:01 น.
SHARE

ใครจะคาดคิดว่า อดีตเด็กชายตัวน้อยโนเนมจากครอบครัวชาวนาแถบวังน้อย พระนครศรีอยุธยา วันหนึ่งโชคชะตาจะพลิกผันสุดขั้ว นำพาทั้งเงินทองและชื่อเสียงมาสู่ตัวเองและครอบครัว อย่างที่น้อยคนนักยากจะทำได้

เส้นทางชีวิตที่หลากรสของชายผู้นี้น่าสนใจไม่แพ้แต่ละชิ้นงานที่เขากำลังปลุกปั้นมันอยู่...

ข่าวแนะนำ

เขาชื่อ พิพัฒน์ รื่นสาด เจ้าของรางวัลชนะเลิศการประกวดสุดยอดเยาวชนโอทอปไทย ประเภทรายกลุ่ม รางวัลบุษราคัมมณีศรีราชภัฏ สาขาศิลปกรรมการช่างฝีมือ และอีกมากมายเป็นตั้ง

พัฒน์เล่าว่า เหตุการณ์แรกที่หักเหชีวิตของเขาจากลูกชาวนาให้กลายมาเป็นนักสร้าง เรือจำลอง (Miniature Boat) ที่มีคำสั่งซื้อทั้งจากลูกค้าชาวไทยและต่างชาติมากมาย เช่น เยอรมนี ญี่ปุ่น และจีนว่า

“ตอนนั้นผมเรียนอยู่ ม.2 โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ พอดีมีหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นสอนต่อเรือจำลองของกรมอาชีวศึกษามาสอนให้ฟรีที่โรงเรียน ใช้เวลาเรียนแค่ 5 วัน ผมจึงไปสมัคร แต่เขาไม่รับ บอกว่ายังเด็กเกินไป รับเฉพาะผู้ใหญ่ จึงมีแต่ครูในโรงเรียน ภารโรง กับชาวบ้านแถวนั้นที่ได้เรียน”

พัฒน์เล่าต่อว่า ปีถัดมาซึ่งตอนนั้นเขาเรียนจบชั้น ม.3 แล้ว หลักสูตรเดียวกันมาเปิดสอนให้ฟรีอีก เด็กหนุ่มไม่ลดละความพยายาม เขาลองไปสมัครเรียนอีกครั้ง คราวนี้คนที่มารับสมัครจำเขาได้ ด้วยความสงสาร และคงมองเห็นในความมุ่งมั่นของเด็กหนุ่มจึงยอมรับเขาไว้

“จำได้ว่ามีผมที่เป็นเด็กไปเรียนอยู่คนเดียว นอกนั้นเป็นครูบ้าง ชาวบ้านบ้าง ทีแรกเรียนกันอยู่สิบกว่าคน พอวันสุดท้ายของการเรียน คือวันที่ 5 เหลือคนเรียนอยู่แค่ 5 คน แถมอีก 4 คนที่เหลือก็ไม่มีใครสร้างเรือป๊าบลำที่ครูสั่งให้ทำไปส่งเสร็จเลยสักคน มีแค่ผมคนเดียวที่ทำเสร็จ”

พิพัฒน์บอกว่า ครูผู้สอนต่อเรือจำลองให้แก่เขาในวันนั้น และถือเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ในใจเขาเสมอมาไม่มีวันลืม ชื่อ ไพฑูรย์ ขาวมาลา จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา

เขาบอกว่า สาเหตุที่ทำให้ผู้เรียนต่อเรือจำลองหลายคนไม่ประสบความสำเร็จ หรือถอดใจกันไปก่อน เพราะมีหลายขั้นตอนที่ละเอียดอ่อน เช่น หลังจากเลื่อยไม้และขัดแต่งไม้จนสวยดีแล้ว พอถึงตอนที่ต้องดัดไม้เพื่อขึ้นโครงเรือ ไม้ที่ขัดแต่งเอาไว้อย่างดีดันหัก ทำให้ต้องมาเริ่มต้นเลื่อยไม้ใหม่ซ้ำซาก หลายคนที่ไม่มีความใจเย็นและอดทนพอ จึงไม่ประสบความสำเร็จกับศิลปกรรมแขนงนี้

แม้ภาษิตว่า เริ่มต้นดี...มีชัยไปกว่าครึ่ง แถมพิพัฒน์เองก็เริ่มรู้ตัวดีว่าเขาทั้งรักและหลงใหลในศิลปกรรมแขนงนี้เข้าแล้วอย่างจัง จึงต้องการจะไปศึกษาต่อยอดงานช่างแขนงนี้กับ อ.ไพฑูรย์จนชำนาญ ที่ตัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้างเขา...แม้แต่น้อย

“ตอนนั้นผมเรียนจบ ม.3 แล้ว บังเอิญแถวบ้านกำลังจะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าวังน้อย ทุกคนในบ้านอยากให้ผมเรียนต่อสายอาชีวะ สาขาช่างไฟฟ้า เพราะหวังว่าพอโรงไฟฟ้าสร้างเสร็จ จบออกมาจะได้ไปสมัครเข้าทำงาน อีกอย่างคงจะกลัวว่าขืนเรียนต่อเรือจำลองจบออกมาแล้วคงจะอดตาย แต่ใจผมมันกลับร่ำร้องอยากจะไปเรียนแต่ต่อเรือ สุดท้ายยายของผมยื่นคำขาด ถ้าเอ็งไม่ยอมเรียนต่อสายช่าง ก็ให้ออกมาช่วยกันทำนา”

ในที่สุดหนุ่มน้อยจำต้องไปเรียนต่อสายช่าง แต่เขาเลือกเรียนช่างเขียนแบบ เพราะเจ้าตัวชอบขีดๆเขียนๆและวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก เขาทนกัดฟันเรียนอยู่ 3 ปี จนจบ ปวช. พัฒน์เล่าว่า ระหว่างที่เรียนเขียนแบบ ตกเย็นตอนนั่งรถประจำทางกลับบ้านต้องผ่านพิพิธภัณฑ์เรือไทยของ อ.ไพฑูรย์ ความรู้สึกของเขาไม่ต่างกับผ่านบ้านหญิงสาวคนที่เขาหลงรัก...แต่ชาตินี้คงไร้วาสนาได้แอ้ม เพราะสาวเจ้าเข้ากับคนทางบ้านไม่ได้เลย!!!

หลังจบ ปวช.ช่างเขียนแบบ พัฒน์บอกว่า เขาได้ไปเรียนต่อระดับ ปวส. สาขาก่อสร้าง ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยลงกรณ์ อีก 2 ปี ต่อด้วยระดับปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ ที่สถาบันเดิม ซึ่งใช้เวลาเรียนเฉพาะช่วงวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น

ระหว่างนั้นเอง เกิดการหักเหครั้งใหญ่อีกหนในชีวิตของเขาเขาบอกว่า เห็น อ.ไพฑูรย์ไปออกรายการทีวี ทันทีที่รายการจบ เขารีบจิ้มเบอร์โทร.หาและแนะนำตัวกับครูคนแรกที่สอนต่อเรือจำลองให้แก่เขาตอนสมัยเรียนมัธยม ผู้เป็นครูบอกเขาว่า พรุ่งนี้ครูอยู่บ้าน ให้ลองเข้าไปคุยกันดูอีกที

“บ้านครูอยู่แถวหลังสถานี บขส.อยุธยา พอไปถึงแกถามว่า มาเรียนต่อเรือจำลองกับครูแล้ว เธอจะเอาไปทำขายที่ไหน ผมตอบท่านไปว่า ยังไม่รู้เลยครับ รู้แต่ว่าใจมันรัก แต่ผมไม่มีความรู้เรื่องการตลาดเลย แกบอกผมว่า ลูกศิษย์คนนี้จะรับไว้เป็นกรณีพิเศษ เพราะเห็นว่ามีความตั้งใจจริง สอนศิษย์ไป 100 คน ถ้าเขาประสบความสำเร็จสักคน ท่านก็ถือว่าความเป็นครูของท่านประสบความสำเร็จแล้ว”

พัฒน์เล่าว่า หลังจากนั้นเขาใช้เวลาว่างช่วงวันจันทร์-ศุกร์ ไปเรียนต่อเรือจำลองหลายประเภทกับ อ.ไพฑูรย์ เป็นเวลา 4-5 เดือน และใช้วันเสาร์-อาทิตย์ ไปเรียนต่อระดับปริญญาตรี ช่วงนั้น อ.ไพฑูรย์รับซื้อผลงานของเขาไว้ทั้งหมด ทำให้พัฒน์เริ่มมีรายได้ในระหว่างที่เรียนปริญญาตรี โดยไม่ต้องรบกวนเงินจากทางบ้าน

หลังจากผลงานของเขาเริ่มได้รับการตอบรับจากลูกค้าในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อปี 2557 พิพัฒน์จึงได้รับการชักชวนจากพัฒนากรอำเภอวังน้อย ให้ไปสมัครเข้าร่วมในโครงการสินค้าโอทอปของทางอำเภอ และเข้าสู่กระบวนการคัดสรร ซึ่งเรือจำลองของเขาได้รับการคัดสรรให้เป็นสินค้าโอทอประดับ 3 ดาวในทันที และเริ่มนำไปขายที่งานโอทอปเมืองทองธานีในปีเดียวกันนั้นเป็นครั้งแรก ซึ่งเจ้าตัวคุยด้วยใบหน้าอาบรอยยิ้มว่า

“ที่งานโอทอป เรือจำลองทำจากไม้สักเก่า ที่ผมต่อไว้ราวๆ 40 กว่าลำ ขายได้หมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว ได้เงินมาแสนกว่าบาท ดีใจมากครับ ผมเอามาซื้อเครื่องมือหมด เช่น เครื่องขัดสายพาน เลื่อยฉลุแท่นไฟฟ้า เครื่องรีดไม้-ปรับหน้าไม้ให้เรียบ เพื่อช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น”

การออกงานโอทอปครั้งนั้น ไม่เพียงเป็นจุดเริ่มของการแจ้งเกิดของบัณฑิตหนุ่มดาวรุ่งนักต่อเรือจำลองหน้าใหม่ เขายังได้ลูกค้าอีกมากมาย ซึ่งมีทั้ง ตัวแทนขายเรือจำลอง ร้านขายของที่ระลึก โรงแรมดัง พิพิธภัณฑ์ สถานทูต หน่วยงานราชการ และ นักสะสมเรือ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ซื้อหาเรือจำลองของเขาไปประดับสถานที่ เป็นของฝาก ของขวัญ หรือของชำร่วย ที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกันในแต่ละลำ!!!

จึงไม่แปลกที่วันนี้ผลงานของพิพัฒน์ รื่นสาด จะไปผงาดอยู่ตามโรงแรมดังกลางกรุง สถานเอกอัครราชทูตหลายแห่ง บ้านเศรษฐีหลายคน รวมทั้งเป็นของที่ระลึกซึ่งทางราชการไทยใช้มอบเพื่อสานไมตรีให้แก่บุคคล หรือหน่วยงานสำคัญระหว่างประเทศ

เรือจำลองของเขาบางลำ เช่น เรือยาวสุพรรณหงส์ หรือเรือนารายณ์ทรงสุบรรณ ซึ่งมีราคาลำละกว่าแสนบาท ลูกค้าหลายคนเห็นแล้วอยากได้ แต่ถึงมีเงินจ่ายก็ใช่ว่าจะคว้าไปได้เลย เพราะพัฒน์บอกว่า แต่ละลำล้วนมีเจ้าของสั่งจองไว้แล้วทั้งสิ้น ถ้าอยากได้ต้องสั่งทำไว้ล่วงหน้า และรอรับสินค้าตามคิว ลำหนึ่งใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 2 เดือนขึ้นไป เพราะมีทั้งชิ้นส่วน และรายละเอียดที่ต้องใช้ความประณีตเป็นอย่างยิ่ง

แต่ใช่ว่าเรือจำลองของเขาจะมีราคาเรือนแสนบาททุกลำไม่ เขายังมีเรือจำลองรูปแบบอื่นในราคาย่อมเยา ที่ราคาแค่หลักร้อยถึงหลักพัน แต่ฝีมือยังคงเนี้ยบตามแบบฉบับของเขา จึงไม่ต้องประหลาดใจ ที่ชายผู้นี้จะมีออเดอร์มาสั่งทำเรือเป็นของที่ระลึก หรือของชำร่วยในงานแต่ง ครั้งละนับร้อยนับพันชิ้นอยู่เสมอ

เป็นอีกตัวอย่างลูกหลานชาวนา ที่นำพาชีวิตตัวเองไต่เต้าขึ้นไปสู่จุดสูงสุดแห่งความฝัน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เรือลำลองพิพัฒน์ รื่นสาดรางวัลบุษราคัมมณีศรีราชภัฏต่อเรือสกู๊ปหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 10:13 น.