สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และยังถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายหลายแสนบาท เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่มีเด็กคนหนึ่งถูกผู้หญิง ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนหยิก และเด็กคนดังกล่าวก็ร้องไห้ แม่ของเด็กคนดังกล่าวได้ตั้งกระทู้ในสื่อสังคมออนไลน์จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างมาก เนื่องจากการกระทำดังกล่าวอาจจะไม่เหมาะสมในสายตาของประชาชนหลายๆ ท่าน
เรื่องนี้แม่ของเด็กคนดังกล่าวกับผู้หญิงที่ลงมือหยิก สามารถเจรจาตกลงกันได้ และมีการอธิบายเหตุผลที่ได้กระทำลงไปว่า เกิดมาจากความรักความเอ็นดูที่มีต่อเด็กคนดังกล่าว รวมถึงได้มีการขอโทษกันไป เรื่องราวนี้เหมือนจะจบลงได้สวยงาม แต่สำหรับผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นในการตั้งกระทู้อย่างเผ็ดร้อนไม่จบลงง่ายๆ เนื่องจากถูกผู้หญิงที่ลงมือหยิกแจ้งความร้องทุกข์เอาผิดในข้อหาหมิ่นประมาท และเรียกค่าเสียหายหลักแสนบาท โดยถูกดำเนินคดีเกือบ 30 ราย
เรื่องลักษณะนี้ผมได้เขียนเตือนมาหลายคอลัมน์ เกี่ยวกับการตั้งกระทู้ หรือโพสต์ข้อความ หรือแสดงความคิดเห็นในกระทู้ที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์นั้น ควรโพสต์ข้อความหรือแสดงความคิดเห็น โดยใช้ถ้อยคำสุภาพ และวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต ในวิสัยของประชาชนพึงกระทำได้ ไม่ควรโพสต์ข้อความหรือแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน หรือสาธารณะ
การกระทำลักษณะนี้ อาจจะนำคดีความมาสู่ตัวท่านได้ แม้จะเป็นการพิมพ์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์เพียงแค่ไม่กี่บรรทัดก็ตาม แต่การโพสต์ข้อความหรือแสดงความคิดเห็นนั้น หากเป็นข้อความในทำนองหมิ่นประมาทบุคคลที่สาม เป็นเหตุให้บุคคลที่สามได้รับความเสียหาย ท่านอาจจะถูกดำเนินคดีได้ ส่วนผลคดีจะเป็นอย่างไรนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ทั้งนี้ กฎหมายเปิดโอกาสให้บุคคลสามารถโพสต์ข้อความหรือแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต
(1) เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม
(2) ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่
(3) ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ หรือ
(4) ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม
ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท
นอกจากนี้ การโพสต์ข้อความในลักษณะที่ไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง หรือไม่ได้ระบุชื่อของผู้ใดเป็นการเฉพาะเจาะจง หรือมีลักษณะการโพสต์ข้อความที่เป็นคำถาม หรือเป็นเพียงการคาดเดาเรื่องในอนาคต ก็อาจจะไม่เป็นความผิดในข้อหาหมิ่นประมาทเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม แม้ท่านจะได้ใช้ความระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นอย่างดีแล้ว แต่หากผู้ที่ถูกพาดพิง หรือถูกกล่าวหา เห็นว่า ถ้อยคำที่ท่านได้แสดงความคิดเห็นไปนั้น เป็นการใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ หรือมีการวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่สุจริต โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้ที่ถูกพาดพิงหรือถูกกล่าวหานั้น เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง อันเป็นความผิดในข้อหาหมิ่นประมาท ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกพาดพิงหรือถูกกล่าวหา ก็สามารถจะใช้สิทธิทางศาล หรือแจ้งความดำเนินคดีกับท่านได้ ส่วนผลของการดำเนินคดีจะเป็นอย่างไรนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ทั้งนี้ ผู้ที่จะตัดสินได้ว่าการแสดงความเห็นดังกล่าวของท่านจะมีความผิดในข้อหาหมิ่นประมาทหรือไม่ เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ดังกล่าวหรือไม่ และต้องรับผิดมากน้อยเพียงใด ก็จะเป็นหน้าที่ของศาลในการพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป
คดีลักษณะนี้ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายความ เพื่อต่อสู้คดีด้วย โดยในแต่ละคดีมีข้อเท็จจริงแตกต่างกันออกไป ดังนั้น การแสดงความคิดเห็นตามกระทู้ต่างๆ ในยุค 4.0 นั้น ควรใช้ความระมัดระวังอย่างมาก หากท่านไม่ระมัดระวังท่านอาจจะตกเป็นจำเลย ทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย โดยไม่จำเป็น แม้จะแสดงความคิดเห็นเพียงไม่กี่บรรทัดก็ตาม และสุดท้ายก็จะทำให้ตัวท่าน ครอบครัว รวมถึงคนรอบข้างของท่านได้รับความเดือดร้อนตามไปด้วย
สำหรับท่านที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ
Facebook: ทนายเจมส์ LK