ข้อกล่าวหากระทำความผิดทุจริตปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

กลายเป็นเรื่อง “เลวร้าย” ในวงการสีกากี ทั้งที่บางทีเป็นการ “ป้ายสี” แก้เกี้ยวของคู่กรณีที่นำมาอ้างลบล้างข้อหาตัวเอง

ด.ต.วรพล สันติภิริยาภรณ์ เคยถูกยกย่องเป็นต้นแบบ “ตำรวจน้ำดี” ทุ่มเททำงานมาตั้งแต่สมัยอยู่ “สืบสวนเหนือ” เสมือนมรดก มดงานรุ่นสุดท้าย ของหน่วย ประเดิมคลายปมคดีแก๊งคนร้ายตระเวนจี้ชิงนาฬิกาโรเล็กซ์และฆ่าเจ้าทรัพย์อย่างโหดเหี้ยมหลายราย

นำไปสู่การจับตาย นายอดุลย์ สันติปาตี หรือฉายา “แป๋ง โรเล็กซ์” เดนคุกหัวโจกใจอำมหิต

ได้รับการหล่อหลอมหัวใจนักสืบยุค พ.ต.อ.วิวัฒน์ วรรธนะบูลย์ ส่งต่อ พ.ต.อ.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงษ์แป้น และ พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ขณะนั่งเป็น ผกก.สส.บก.น.1

ปี 2548 ติดตามแก๊งยาเสพติดรายย่อยของ ลูกชายนายดาบตำรวจจังหวัดนครปฐม ถูกคนร้ายขัดขืนขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชนขณะกระโดดขวางจนบาดเจ็บ มี จ.ส.ต.ธีระวัฒน์ เกิดหอม นักสืบรุ่นพี่ขาหัก

อีก 2 ปีต่อมาโดนยิงได้รับบาดเจ็บระหว่างเข้าจับกุมเอเย่นต์ยานรก ท้องที่ สน.พญาไท แต่ยังคงก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ต่อไปอย่างไม่เคยย่อท้อ

ทว่าวันนี้จำต้องมี “ราคีกับมลทิน” ติดร่างแห เพียงเพราะกระแสที่ปรุงแต่งขึ้น

ยัดเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

มีความผิดทางอาญา โดนตั้งกรรมการสอบสวน และต้องออกจากราชการไว้ก่อน

ชะตากรรมเดียวกับเพื่อนร่วมสังกัดอีก 5 นาย ประกอบด้วย พ.ต.ต.บัญชา เจือจาน ร.ต.อ.สันติ คำพันธุ์ ร.ต.อ.ไพรัตน์ ภู่ระหงษ์ ด.ต.เกษม โอชาพงศ์ และ ด.ต.สงกรานต์ ราชไชยา

...

ถือเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดในชีวิตราชการที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่กลับไม่มีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงที่เจอกล่าวหา

หมดคุณค่าและราคาของมดงาน!!!

สหบาท