ผู้อ่านไทยรัฐ จำนวนมากที่เป็นแฟนขาประจำคอลัมน์อยากทราบว่า “ไผ่ข้าวหลาม” เป็นอย่างไร และจะหาซื้อต้นพันธุ์ได้จากแหล่งไหน ซึ่งเป็นจังหวะพอดีที่ทราบว่ามีผู้นำเอาต้นพันธุ์ออกวางขายจึงรีบแจ้งให้ทราบทันที ไผ่ชนิดนี้พบขึ้นทั่วไปในป่าผสมผลัดใบเกือบทุกภาคของประเทศไทยยกเว้นทางภาคใต้เท่านั้น
มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ SCHIZOSTA CHYUM PERGRACILE (MUNRO) R.B.MAJUMDAR ชื่อสามัญ TINWA BAMBOO เป็นไผ่ประเภทมีเหง้ากอขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ต้นสูง 5-15 เมตร ลำต้นตรง ขึ้นอัดเป็นกอแน่น ปลายลำมักโค้งงอลง เส้นผ่าศูนย์กลางลำประมาณ 2.5-8 ซม. ปล้องหรือข้อยาว 20-50 ซม. เนื้อไม้หนา 0.5-1 ซม. ลำแก่เป็นสีเขียวอ่อนหรือสีเขียวอมเทา
แตกกิ่งตลอดลำ หรือตั้งแต่กิ่งกลางลำขึ้นไปเล็กน้อย ใบรูปแถบแกมรูปใบหอก กาบหุ้มข้อสีน้ำตาลอมเหลืองหนาและเป็นมัน ปกคลุมด้วยขนสีดำ ยอดกาบเป็นรูปไข่หรือรูปหัวใจ ปลายเป็นติ่งสั้นแหลม ด้านในมีขนแน่น หูกาบเป็นพูเด่นชัดและมีขนยาวบริเวณขอบ ช่อดอกย่อยยาว 1–1.5 ซม. มีดอกย่อย 1–2 ดอก เป็นดอกที่ไม่สมบูรณ์ 1 ดอก ปลายช่อดอกลดรูปเป็นแกนช่อดอกย่อยยาวเป็นเส้น 3 เส้น มีเกสรตัวผู้ 6 อัน แยกเป็นอิสระกัน ยอดเกสรตัวเมียมี 2-3 อัน หน่อแทงขึ้นจากโคนกอ หน่อมีขนาดใหญ่มาก
แต่ไม่นิยมรับประทานเนื่องจากมีรสขมจัด ซึ่งประโยชน์โดยทั่วไปของ “ไผ่ข้าวหลาม” คือใช้ในการก่อสร้าง ทำเครื่องจักสาน ใบใช้สานเป็นตาห่างๆ ทำเป็นโครงตะแกรงแทนเหล็กเส้นสำหรับยึดคอนกรีต ทางภาคอีสานนิยมใช้ลำไผ่ตัดเป็นปล้องๆทำข้าวหลาม เพราะเผาง่ายกระบอกไม่แตก ปอกสบาย มีเยื่อหุ้มสีขาวบางๆหลุดติดออกมาด้วย เมื่อแกะเผาแล้วจะทำให้สุกแบบพอดีเป็นธรรมชาติ รับประทานอร่อยมาก
มีต้นแท้ขาย เพียงแห่งเดียวคือ ติดต่อ “คุณก็อต” โทร.08–9212–5285 ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป เหมาะจะปลูกเพื่อนำเอาลำไผ่ทำข้าวหลามหรือปลูกเพื่อตัดต้นขายเพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้างหรือทำเครื่องใช้ชนิดต่างๆ และเครื่องจักสานได้ดีมากครับ.
...
“นายเกษตร”