ไลฟ์สไตล์
100 year

สวนพริกระวังโรคราขนแมว

สะ-เล-เต
6 ก.ย. 2561 05:01 น.
SHARE

ฝนตกชุก ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมีสูง กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริกเฝ้าระวังการระบาดของโรคราขนแมว หรือโรคเน่าเปียก

เกิดได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของพริก มักพบได้บริเวณยอดอ่อนและกิ่งอ่อน มีแผลช้ำฉ่ำน้ำ ต่อมาจะกลายเป็นแผลแห้งสีน้ำตาลดำ ขยายลุกลามลงมาตามกิ่งอย่างรวดเร็ว ทำให้กิ่งแห้งหักพับ

ข่าวแนะนำ

หากแสดงอาการรุนแรง ใบและดอกพริกจะร่วงจนเหลือแต่ก้าน และต้นพริกจะไม่มีการแตกยอดใหม่

แต่หากเกิดที่ผล จะเกิดอาการช้ำฉ่ำน้ำที่ผลอ่อน ทำให้ผลเน่าและหลุดร่วงได้ง่าย

ในกรณีอากาศมีความชื้นสูงมากๆ จะเห็นก้านใสของเชื้อราชูสปอร์คล้ายขนแมวขึ้นมา ส่วนปลายของก้านใส ซึ่งเป็นส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อรา จะเห็นกลุ่มสปอร์เป็นตุ่มสีดำ สามารถปลิวแพร่ระบาดไปสู่พริกต้นอื่นได้โดยง่าย เนื่องจากอาศัยติดไปกับสิ่งที่เข้าไปสัมผัส อาทิ น้ำ ลม ฝน น้ำค้าง และแมลง จะยิ่งทำให้เกิดการระบาดรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจตรวจแปลงและกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกพริกอย่างสม่ำเสมอ ควรปรับระยะปลูกพริกไม่ให้แน่นจนเกินไป เพื่อลดความชื้นในแปลงปลูก ให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก

ในช่วงที่อากาศมีความชื้นสูงและร้อนอบอ้าว หากเริ่มพบต้นพริกแสดงอาการยอดช้ำ เห็นยอดพริกมีเชื้อราเกิดขึ้น ให้รีบตัดส่วนที่เป็นโรคใส่ถุงหรือภาชนะปิดตั้งแต่ในแปลงปลูก หรือหากพบต้นที่แสดงอาการของโรครุนแรง ให้รีบถอนต้นพริกและเก็บเศษซากพืชส่วนที่เป็นโรคออกจากแปลง ไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของสปอร์เชื้อรา

จากนั้นให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช ไดโคลแรน 75% ดับเบิลยูพี อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไตรโฟรีน 19% อีซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไอโพรไดโอน 50% ดับเบิลยูพี อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นทุก 5 วัน

กรณีพบการระบาดของโรคให้หลีกเลี่ยงการให้น้ำแบบพ่นฝอย เพื่อหยุดยั้งการระบาดของโรค ที่จะทำให้สปอร์เชื้อราก่อโรคกระเด็นแพร่กระจายไปกับละอองน้ำพ่นฝอย.

สะ–เล–เต

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรคราขนแมวโรคเน่าเปียกพริกหน้ามองฟ้า เท้าหยั่งดินสะ-เล-เตเกษตร

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 15:49 น.