ข่าว
100 year

พระราชทานถุงยังชีพช่วยนครพนม พร้อม 'ทีมแพทย์'

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 ก.ย. 2561 04:45 น.
SHARE

วิกฤติน้ำยังไม่พ้น สั่งรับมือ 8 จังหวัด

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นห่วงชาว จ.นครพนม พระราชทานถุงยังชีพช่วยเหลือ พร้อมจัดทีมแพทย์ตรวจรักษา ส่วนน้ำโขงล้น จ.นครพนม ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ 12 อำเภอ จ.หนองคาย และ จ.มุกดาหาร เตรียมรับมือน้ำล้นทะลัก เร่งตั้งแนวกั้นตามจุดเสี่ยง 2 เขื่อนเมืองกาญจน์เร่งพร่องน้ำ ส่งผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน ขณะที่นายกฯสั่งเจ้าหน้าที่เตรียมรับมือพื้นที่เสี่ยงภัย 8 จังหวัด

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายศุภชัย ภู่งาม องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของถุงยังชีพพระราชทานมอบให้ประชาชนในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมจำนวน 300 ชุด ส่วนที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอบ้านแพง เจ้าหน้าที่มอบสิ่งของถุงยังชีพพระราชทานให้กับประชาชนที่เดือดร้อนจากผลกระทบน้ำโขงเอ่อท่วมจำนวน 300 ชุด ในครั้งนี้ยังเลี้ยงอาหารพระราชทานแก่ผู้ประสบภัย พร้อมจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่มาบริการตรวจรักษา

สำหรับสถานการณ์น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ก.ย. ที่ จ.นครพนม เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องนานกว่า 2 ชั่วโมง ส่งผลกระทบในเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม มีน้ำท่วมขังตามถนนสายต่างๆ รวมถึงบริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลตำบลธาตุพนม มีระดับน้ำสูงถึงหัวเข่า นอกจากนี้น้ำท่วมพื้นที่รอบวัดพระธาตุพนม ที่ตั้งองค์พระธาตุพนมสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เนื่องจากส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำโขงสูง จ่อจุดวิกฤติมีระดับสูงถึง 12.70 เมตร มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน พื้นที่ตามแนวริมตลิ่งแม่น้ำโขง ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม น้ำท่วมบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตรกว่า 1,000 ไร่

ด้านนายขจรศักดิ์ นิตชิน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธาตุพนม สั่งระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบแก้ไขปัญหาน้ำท่วม นำเครื่องจักรขุดเปิดทางระบายน้ำ พร้อมติดตั้งเดินเครื่องสูบน้ำออกจากตัวเมืองลงสู่แม่น้ำโขงเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากอยู่ในภาวะวิกฤติระดับแม่น้ำโขงสูง หากมีฝนตกหนักจะเกิดน้ำท่วมขังทันที ขณะที่ทางจังหวัดนครพนมประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยทั้งจังหวัดรวม 12 อำเภอ 94 ตำบล 909 หมู่บ้าน 17,454 ครัวเรือน 51,080 คน มีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายรวม 165,545 ไร่ หนักสุดบริเวณพื้นที่อำเภอชายแดนติดแม่น้ำโขง 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน อ.เมือง และ อ.ธาตุพนม เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ

จ.หนองคาย ระดับน้ำที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคายวัดได้ 12.45 เมตร สูงกว่าระดับตลิ่ง 25 ซม.เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อวานนี้ 57 ซม. เฉลี่ยระดับน้ำเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 4 ซม. มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนน้ำจากตอนเหนือที่สถานีเชียงคานอยู่ที่ 14.96 เมตร เป็นระดับที่ทรงตัว แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและไหลมาถึง จ.หนองคาย อาจทำให้ระดับน้ำโขงที่ จ.หนองคายสูงถึง 13 เมตร ในวันที่ 3 ก.ย. และจะทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมในหลายพื้นที่ ทางเทศบาลเมืองหนองคาย และป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหนองคาย เร่งสูบน้ำจากท่อระบายน้ำในเขตเทศบาลลงแม่น้ำโขง ส่วนทหารนำกำลังพลมาช่วยกรอกกระสอบทราย นำไปวางกั้นตามแนวจุดเสี่ยง โดยเฉพาะที่ชุมชนจอมมณี ชุมชนริมแม่น้ำโขงมีตลิ่งต่ำ น้ำท่วมเป็นบางจุดแล้ว

จ.มุกดาหาร ศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 3 มุกดาหาร วัดระดับแม่น้ำโขง 12.79 เมตร ลดลง 2 ซม. แต่ยังอยู่ในระดับวิกฤติที่ 12.50 เมตร และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นสูงอีกภายใน 1-2 วัน จะทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วม 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.หว้านใหญ่ อ.เมือง และ อ.ดอนตาล ด้านนายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ผวจ. มุกดาหาร เรียกประชุมด่วน ข้าราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอำเภอที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขงเข้าประชุมเตรียมพร้อม วิเคราะห์สถานการณ์ระดับน้ำโขง พร้อมสั่งการให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมอุปกรณ์ กระสอบทราย และเตรียมกำลังพล ไว้สำหรับขนย้ายข้าวของประชาชนขึ้นที่สูง

นายไพรัตน์ ทับประเสริฐ ผอ.ส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 13 กรมชลประทาน ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า จากกรณีคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มีมติให้เร่งพร่องน้ำออกจากเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนในช่วงเดือน ก.ย.นี้ คณะกรรมการฯมีมติปรับแผนการระบายน้ำ ระหว่างวันที่ 23 ส.ค. ถึง 3 ก.ย. เฉลี่ย 53 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน (ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน) จากนั้นระหว่างวันที่ 4-10 ก.ย. ระบายน้ำเพิ่มเฉลี่ยเป็นวันละ 58 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ ระบายเฉลี่ยวันละ 22 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน และระหว่างวันที่ 7-13 ก.ย.นี้ จะระบายเพิ่มเป็นวันละ 28 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน

นายไพรัตน์เปิดเผยอีกว่า ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่เขื่อนแม่กลอง ไม่ใช่มีเฉพาะน้ำจากทั้ง 2 เขื่อนเท่านั้น ยังมีปริมาณน้ำสมทบที่มีฝนตกลงมาในพื้นที่ท้ายเขื่อนทั้งสองด้วย ดังนั้นปริมาณน้ำไหลลงสู่เขื่อนแม่กลองไม่แน่นอนการบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนแม่กลอง จำเป็นต้องเฝ้าติดตามเกี่ยวกับปริมาณฝนตกอย่างใกล้ชิด สำหรับแนวปฏิบัติจัดการคือ แนวโน้มน้ำที่จะไหลมาที่เขื่อนแม่กลองเป็นจำนวนมาก เขื่อนแม่กลองจะผันน้ำเข้าระบบชลประทานเพื่อรักษาระดับน้ำหน้าเขื่อนแม่กลองให้อยู่ที่ระดับ +22.20 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ถ้าหากระดับน้ำต่ำกว่านี้ ผู้ประกอบการชาวเรือชาวแพที่อยู่หน้าเมืองกาญจนบุรีจะได้รับผลกระทบ

ด้านนายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผอ.เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่าปริมาณน้ำในเขื่อน 8,366 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 94% คณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์ และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมีมติให้เร่งพร่องน้ำออกไป เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝน วันที่ 31 ส.ค.- 3 ก.ย. ระบายน้ำเฉลี่ย 53 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน เขื่อนวชิราลงกรณยังสามารถรับน้ำได้อีก 494 ล้าน ลบ.ม. ส่วนนายประเสริฐ อินทับ ผอ.เขื่อนศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า มีปริมาณน้ำ 16,131.95 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 90.91% ยังมีพื้นที่รับน้ำได้อีก 1,613.14 ล้าน ลบ.ม. สำหรับเขื่อนท่าทุ่งนา ระบายน้ำสอดคล้องกับแผนระบายน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ คือระบายน้ำวันละ 22 ล้าน ลบ.ม. ไม่มีผลกระทบใดต่อตัวเขื่อนเช่นเดียวกัน

ส่วนสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ในพื้นที่ อ.สังขละบุรี และ อ.ทองผาภูมิ พื้นที่อยู่เหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี มีปริมาณน้ำไหลลงสู่อ่างเก็บนํ้ามาก โดยเฉพาะระดับน้ำในแม่น้ำซองกาเลีย มีน้ำไหลผ่านสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ มีระดับสูงขึ้นเหลือ 2.20 เมตร ผิวน้ำจะแตะพื้นไม้ทางเดินบนสะพานมอญ ทำให้น้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนราษฎรในชุมชนชาวมอญอยู่ใต้สะพาน ต้องอพยพหาที่พักพิงใหม่ ส่วนที่น้ำตกไทรโยคใหญ่ ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค หมู่ 7 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ระดับน้ำในแม่น้ำแควน้อยสูงจากปกติกว่า 4 เมตร ทำให้น้ำเอ่อเกือบท่วมถึงฐานหินใหญ่ของน้ำตกไทรโยคใหญ่ เหลืออีกแค่ 70 ซม. จะท่วมมิดฐานหินชั้นแรก

ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงความห่วงใยสถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่ ติดตามข้อมูลสถานการณ์ฝน และปริมาณน้ำทั่วประเทศ เขื่อนวชิราลงกรณจะระบายน้ำเพิ่มขึ้นในช่วง 4-7 ก.ย. และเขื่อนศรีนครินทร์จะระบายน้ำเพิ่มขึ้นในช่วง 7-13 ก.ย. ส่งผลให้พื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อนตามแนวริมลำน้ำ และพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม น้ำล้นตลิ่ง หรือน้ำไหลหลาก นายกฯกำชับสั่งการไปยังจังหวัดเสี่ยงภัย ประกอบด้วย กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เตรียมป้องกันความเสียหาย และบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เช่นเดียวกับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือริมแม่น้ำโขง เช่น จ.นครพนม ขอแจ้งเตือนให้ประชาชนทุกพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือ ขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยง ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมใน 8 จังหวัด ประกอบด้วย นครพนม บึงกาฬ สกลนคร ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี เพชรบุรี และนครนายก

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายสภาพอากาศว่าในช่วงวันที่ 1-2 ก.ย. ร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาวและเวียดนามตอนบนมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อน ทำให้บริเวณประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 3-7 ก.ย. ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งและดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังปานกลาง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า 1สถานการณ์น้ำพระราชทานถุงยังชีพกรมอุตุนิยมน้ำท่วม

คุณอาจสนใจข่าวนี้