ทีมสำรวจจากสถาบันบรรพชีวินสัตว์มีกระดูกสันหลัง และนักวิจัยด้านบรรพมานุษยวิทยาจากสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีนได้ค้นพบซากโครงกระดูกไดโนเสาร์ Bannykus wulatensis ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนในปี พ.ศ.2548 และอีก 4 ปีต่อมาก็พบซากของ Xiyunykus pengi ในมองโกเลีย ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ ทีมนักชีววิทยานานาชาติที่ได้ศึกษาซากไดโนเสาร์ 2 ชนิด ได้รายงานลงวารสารข่าวชีววิทยา (Current Biology) ว่า พวกมันมีชีวิตอยู่ในยุคครีเตเชียสระหว่าง 146–66 ล้านปีแล้ว และไดโนเสาร์คู่นี้จะเป็นกุญแจไขความรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการของไดโนเสาร์กลุ่มอัลวาเรซซอร์ (alvarezsaur) 

Bannykus resoration. Credit : SHI Aijuan
Bannykus resoration. Credit : SHI Aijuan

ตามบันทึกซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์นั้น กลุ่มอัลวาเรซซอร์มีลักษณะคล้ายกับนกขาสั้นๆ กรงเล็บขาหน้าทั้ง 2 ข้างจะมีเพียงเล็บเดียวแข็งแรง จมูกของมันก็ยาวเหมือนท่อ และเมื่อนำไดโนเสาร์ Bannykus wulatensis กับ Xiyunykus pengi ไปวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพของฟัน แขน และกรงเล็บเดียวตรงขาหน้า ซึ่งคล้ายคลึงกับไดโนเสาร์กลุ่มอัลวาเรซซอร์ อย่างไรก็ตาม อัลวาเรซซอร์ก็ไม่ได้มีลักษณะเช่นนี้เสมอไป นักบรรพชีวินวิทยาอธิบายว่า อัลวาเรซซอร์กลุ่มแรกๆจะมีแขนที่ค่อนข้างยาว กรงเล็บมือแข็งแรง มีฟันสำหรับกินเนื้อ แต่เมื่อเวลาผ่านไปอัลวาเรซซอร์ก็พัฒนาไปเป็นไดโนเสาร์ที่มีแขนเหมือนตัวตุ่นและกรงเล็บเหลืออันเดียว

Alvarezsaurs restoration. Credit : Vikto Radermacher
Alvarezsaurs restoration. Credit : Vikto Radermacher

ดังนั้น การค้นพบซากของไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ทั้ง 2 ชนิดนี้ จึงให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางกายภาพของไดโนเสาร์กลุ่มอัลวาเรซซอร์ และ ช่วยให้นักบรรพชีวินวิทยาสามารถค้นพบความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะ
ไดโนเสาร์ชนิดดังกล่าวว่ามีการพัฒนาไปอย่างไร.

Xiyunykus bones. Credit : James Clark
Xiyunykus bones. Credit : James Clark