บึงกาฬยังไม่พ้นวิกฤติ น้ำทะลักท่วม 8 อำเภอ บางแห่งระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร ทหารนำเรือท้องแบนรับส่งชาวบ้านและนักเรียนบรรเทาความเดือดร้อน สกลนครอ่วม ลำน้ำอูนล้นตลิ่งอพยพนักเรียนหนีน้ำวุ่น ชาวบ้านเร่งวางแนวกระสอบทรายสกัดมวลน้ำ นครนายกน้ำป่าทะลักท่วม 3 ตำบล โรงเรียนผวาสั่งปิด 3 วัน เขื่อนยักษ์ปรับแผนยืดเวลาระบายน้ำเตรียมรองรับมรสุม วสท.เปิดเวทีรับมือสถานการณ์น้ำ คาดพายุจ่อถล่มไทยอีก 1-2 ลูก
ฝนที่ตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหลายจังหวัด เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.บึงกาฬ ยังคงวิกฤติ มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 8 อำเภอ ได้แก่ อ.พรเจริญ อ.เซกา อ.บึงโขงหลง อ.เมืองบึงกาฬ อ.บุ่งคล้า อ.ศรีวิไล อ.โซ่พิสัย และ อ.ปากคาด รวม 44 ตำบล 340 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,026 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 42,127 ไร่ สำหรับระดับน้ำโขงไหลผ่านพื้นที่ อ.เมืองบึงกาฬ วัดได้ 13.34 เมตร เพิ่มขึ้น 1 ซม. ห่างจากระดับตลิ่ง 1.66 เมตร จากจุดวิกฤติ 0.66 เมตร
ขณะเดียวกัน ทหาร กกล.รส.จ.บึงกาฬ พร้อมฝ่ายปกครอง นำข้าวสารอาหารแห้งไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่บ้านท่าโพธิ์ หมู่ 6 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน หลังประสบภัยน้ำท่วมนานกว่า 1 สัปดาห์ นอกจากนี้นำเรือท้องแบนช่วยเหลือรับ-ส่ง นักเรียนกว่า 50 คน พื้นที่บ้านเทพมีชัย หมู่ 7 ต.หนองเดิ่น อ.บุ่งคล้า หลังน้ำท่วมทางเข้าหมู่บ้านสูงเกือบ 2 เมตร รถทุกชนิด ไม่สามารถสัญจรได้ ส่วนพื้นที่หน้าวัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ หมู่ 5 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ ระดับ น้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นจนล้นตลิ่ง ไหลท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายหลัง เช่นเดียวกับบ้านสันติสุข หมู่ 5 บ้านสุขสาคร หมู่ 4 และบ้านดอนหญ้านาง หมู่ 1 ต.ดอนหญ้านาง อ.พรเจริญ แม่น้ำสงครามล้นตลิ่งไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนสูงกว่า 1 เมตร ประชาชนสัญจรด้วยความยากลำบาก มีบ้านเรือนเสียหายกว่า 180 หลัง
...
จ.หนองคาย แม่น้ำโขงเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องหนุนลำน้ำสวยเป็นลำน้ำสาขา จนล้นตลิ่งไหลท่วมพื้นที่บ้านเชียงอาด ต.เหล่าต่างคำ อ.โพนพิสัย น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นวงกว้าง หลังมีฝนตกหนักอย่างในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เช่นเดียวกับพื้นที่บ้านนาเมย ต.เหล่าต่างคำ ลำน้ำสวยล้นตลิ่งท่วมนาข้าวเสียหายเป็นจำนวนมาก คาดว่าหากน้ำไม่ลดภายใน 7-10 วัน ต้นข้าวเพิ่งปักดำจะเน่าตายทั้งหมด สำหรับระดับน้ำในแม่น้ำโขง วัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย วัดได้ 11.61 เมตร ลดลง 4 ซม. จุดวิกฤติอยู่ที่ 12.20 เมตร
ส่วนเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร มีน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำ 574 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 110 กรมชลประทานปรับแผนระบายน้ำผ่านกาลักน้ำที่ติดตั้งเพิ่มเป็น 50 เครื่อง ช่วยระบายน้ำวันละ 2 ล้าน ลบ.ม. รวมระบายน้ำออกวันละ 9.85 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้ ลำน้ำอูนล้นตลิ่งไหลทะลักท่วม โรงเรียนบ้านหนองเดิ่นดอนขาว ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม น้ำท่วมอาคารเรียนสูงประมาณ 30 ซม. ขณะที่สนามฟุตบอลน้ำท่วมสูง 1.20 เมตร ครูต้องอพยพเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1-ป.6 จำนวน 63 คน ไปทำการเรียนการสอนยังศาลาวัดแม่พระรับสาร อยู่ภายในหมู่บ้านเป็นการชั่วคราว ขณะเดียวกัน ชาวบ้านช่วยกันนำกระสอบทรายวางกั้นเป็นแนวยาวกว่า 500 เมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วมรวมถึงขนย้ายทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยงไปอยู่บนที่สูง
จ.เชียงใหม่ เกิดฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากสู่แม่น้ำตาช้าง อ.หางดง ปริมาณเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ต.บ้านแหวน เป็นพื้นที่เศรษฐกิจอาจถูกน้ำท่วมหนักมากกว่าปีที่ผ่านมาให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ต่อมานายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.เชียงใหม่ นายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผอ.โครงการชลประทานเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระจายกำลังไปยังจุดที่มีฝาย 4 แห่ง เพื่อชะลอและเบี่ยงทางน้ำไหลลงสู่แม่น้ำปิง ทำให้สถานการณ์คลี่คลายรอดพ้นน้ำท่วมอย่างหวุดหวิด แต่ชาวบ้านยังรู้สึกหวาดกลัวระดับน้ำอาจ เพิ่มสูงขึ้นหากมีฝนตกลงมาซ้ำเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
จ.นครสวรรค์ ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้น้ำในคลองสาธารณะที่ไหลผ่านพื้นที่บ้านโคกมะรื่น หมู่ 6 ต.ท่าตะโก อ.ท่าตะโก ล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชน ระดับน้ำสูง 10-50 ซม. ประชาชนเริ่มได้รับความเดือดร้อน ต้องต่อสะพานไม้และใช้เรือในการสัญจร ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหนองบัว อ.หนองบัว ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาด 12 นิ้ว จำนวน 4 เครื่อง เร่งสูบน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระบายน้ำในคลองไปตามคลองสาขาผ่าน อ.ชุมแสง ลงสู่บึงบอระเพ็ด เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมาอีกและป้องกันน้ำล้นตลิ่งท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ
...
ส่วน จ.นครนายก น้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไหลทะลักมาตามคลองบ้านนา จนล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ ต.ป่าขะ ต.บ้านนา และ ต.บางอ้อ อ.บ้านนา เป็นที่ราบลุ่ม นอกจากนี้น้ำท่วมโรงเรียนวัดทองย้อย โรงเรียนนายกวัฒนากรบ้านนา และตลาดวัดทองย้อย อยู่ในเขตเทศบาลตำบลบ้านนา น้ำท่วมสูงประมาณ 20 ซม. นายพิเชษฐ์ นนท์พละ ผอ.สพป.นครนายก ลงตรวจเยี่ยมนักเรียนวัดทองย้อย พร้อมสั่งปิดการเรียนการสอน 3 วัน เกรงว่าเด็กนักเรียนจะได้รับอันตราย เนื่องจากระดับน้ำสูงต่อเนื่อง ส่วนถนนสายบ้านนา-กะอาง กม.1-2 ต.ป่าขะ อ.บ้านนา น้ำท่วมผิวการจราจรเป็นช่วงๆ รถสัญจรด้วยความยากลำบาก ขณะเดียวกัน ทหาร พัน.ร.จปร. ออกช่วยเหลือประชาชนเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงและทำคันกั้นน้ำ เพื่อป้องกันความเสียหาย
สถานการณ์น้ำเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำเหนือเขื่อน 16.20 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ระบายน้ำ 631 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำท้ายเขื่อน 9.67 ม.รทก. ยังไม่ส่งผลกระทบพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา นายสุรชาติ มาลาศรี ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำ 4 สาย ปิง วัง ยม น่าน ที่ไหลมารวมที่แม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในสภาวะปกติ การระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะให้คงตัวไม่เกิน 700 ลบ.ม./วินาที สำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ จ.พระนครศรีอยุธยา จะได้รับผลกระทบเมื่อเขื่อนระบายเกิน 700-800 ลบ.ม./วินาที อาจมีผล กระทบเฉพาะจุดที่ได้รับประจำนอกเขตคันกั้นน้ำ เช่น อ.เสนา อาจมีพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังบ้าง
...
นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผอ.เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในอ่างอยู่ที่ 8,228 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 93 คณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมีมติขยายเวลาพร่องน้ำ วันละ 53 ล้าน ลบ.ม. จากเดิมวันที่ 23-27 ส.ค. ไปจนถึงวันที่ 3 ก.ย. เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝน ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ มีปริมาณน้ำ 15,974 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 90 มีแผนระบายน้ำวันละ 22 ล้าน ลบ.ม. สำหรับเขื่อนท่าทุ่งนา อ.เมืองกาญจนบุรี ระบายน้ำสอดคล้องกับแผนระบายน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ วันละ 22 ล้าน ลบ.ม. โดยไม่มีผลกระทบต่อตัวเขื่อน
สำหรับมวลน้ำที่ระบายจากเขื่อนวชิราลงกรณ มาตามแม่น้ำแควน้อยไหลมาถึงจุดบรรจบกับแม่น้ำแควใหญ่ รวมเป็นแม่น้ำแม่กลองที่บ้านลิ้นช้าง ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี ยังไม่เกิดผลกระทบกับประชาชนที่อยู่อาศัยริมตลิ่งแม่น้ำแม่กลอง เพราะเขื่อนแม่กลองระบายน้ำได้วันละ 108 ล้าน ลบ.ม. จากนั้นมวลน้ำจะไหลเข้าสู่ จ.ราชบุรี และ จ.สมุทรสงคราม หากมีน้ำทะเลหนุนอาจเกิดน้ำท่วมชายตลิ่งได้
...
ที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ซอยรามคำแหง 39 มีการจัดเวทีเสวนา “รัฐ กับการรับมือสถานการณ์น้ำ 2561” เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำในปี 2561 เสนอแนะในเชิงวิชาการไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยนายภุชพันธ์ ศิริทรัพย์ นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นฤดูฝน ประกอบกับเกิดความกดอากาศต่ำพาดผ่านรอยต่อประเทศไทยของภาคเหนือ ทำให้มีฝนตกทุกวัน โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง มีฝนตกช่วงบ่ายถึงค่ำ ในอนาคตยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง จนถึงเดือน ต.ค. นอกจากนี้ในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ จะเป็นช่วงพายุก่อตัวในทะเลแปซิฟิก คาดว่าพายุผ่านเข้ามายังประเทศไทย 1-2 ลูก ประชาชนควรระวังด้วย
นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผอ.สำนักบริหารจัดการและอุทกวิทยา กรมชลประทานกล่าวว่า ปริมาณน้ำฝนของปี 60 เปรียบเทียบกับปี 61 ไม่ต่างกันมาก ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างทั้งหมดไม่วิกฤติมาก ยังรองรับน้ำได้ 20,088 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้ ยังเตรียมพื้นที่ชะลอเก็บน้ำในภาคกลางประมาณ 1 ล้าน 5 แสนไร่ รองรับน้ำที่จะไหลมาจากภาคเหนือ เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ตั้งแต่ จ.ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา กทม. คิดว่าน่าจะรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน และพายุจะเกิดขึ้น 1-2 ลูก
ด้านนายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) กล่าวว่า ทุกจังหวัดประเทศไทย มีความเสี่ยงเกิดวิกฤติน้ำ เพราะสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ ประกอบกับหน่วยงานต่างทำงานตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง ไม่มีความเชื่อมโยงกัน ดังนั้นรัฐบาลตั้ง สนทช.มาบริหารจัดการเรื่องน้ำ เพื่อรองรับทุกสถานการณ์เกี่ยวกับน้ำ และรวมข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์แก้ไขปัญหาน้ำในปัจจุบันและอนาคต ตอนนี้วางยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 12 ปี บริหารน้ำ 6 ด้าน คือ 1.การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค 2.การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต 3.การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย 4.การจัดการคุณภาพน้ำ 5.การฟื้นฟูป่าต้นน้ำและพื้นที่เสื่อมโทรม 6.การบริหารจัดการ ตั้งเป้าหมายให้มีองค์กร กฎหมาย ระบบข้อมูล การประชาสัมพันธ์ และการติดตามประเมินผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ ดำเนินแผนตั้งแต่ 2558-2569 และกำลังมีการทำแผนยุทธการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี แต่ต้องให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์แห่งชาติด้วย