เรื่องราวการโยกย้ายวางตัวผู้ว่าราชการจังหวัดขบวนแรกของกระทรวงมหาดไทยยังมีประเด็นให้กล่าวขานถึงอยู่อีกบ้าง

ในกลุ่ม สิงห์ดำ มี นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ เป็นคนโดดเด่นที่ได้กลับไปยังดินแดนแถบที่เคยสร้างชื่อเสียงจนเป็นที่ประทับใจของผู้คนละแวกนั้นกล่าวคือ ผู้ว่าฯภัคพงศ์ ขึ้นผู้ว่าฯครั้งแรกที่จังหวัดพังงามีสไตล์การทำงานที่สามารถครองใจคนได้เป็นอย่างดีอยู่เพียง 2 ปี ก็ย้ายไปพิษณุโลกแต่แล้วปีถัดมาคือปีนี้ได้กลับไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตจังหวัดใกล้เคียงที่แทบจะเป็นพื้นที่เดียวกันคือภูเก็ตเป็นเกาะพังงาเป็นฝั่งราษฎรก็เป็นคนกลุ่มเดียวกันไปมาหาสู่กันแบบพี่น้องมาตั้งแต่โบราณ การย้ายไปอยู่ภูเก็ตเที่ยวนี้แทบจะไม่ต้องศึกษาดูลาดเลาอะไรไปถึงก็สามารถทำงานได้ทันที

สิงห์ดำรายที่สอง นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ เป็นผู้ว่าฯปัตตานีได้ 2 ปี ก็ก้าวกระโดดครั้งใหญ่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาหัวเมืองชั้นเอกของภาคใต้ ด้วยการมีประสบการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เคยเป็นนายอำเภอตากใบ นายอำเภอเมืองยะลา และการทำงานใน ศอ.บต.เป็นหลักประกัน

ถัดมาเป็นสิงห์ดำที่เคยเป็นรองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนคือ นายอรรถพร สิงหวิชัย เป็นผู้ว่าฯครั้งแรกที่สุรินทร์ 2 ปีแล้วมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ใน 2 ปีสุดท้ายของชีวิตราชการ

คนสุดท้ายของสิงห์ดำคือ นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ที่มีอายุราชการยาวไกลถึงปี 2567 ย้ายจากผู้ว่าฯอุทัยธานีไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี สมศักดิ์ศรีและฝีมือ โดยก่อนหน้านี้เคยเป็น ผวจ.สมุทรสาครเมื่อปี 2558

ถ้าจะถามถึง สิงห์แดง ต้องตอบว่าในระดับผู้ว่าฯที่โยกย้ายสับเปลี่ยนจังหวัดคราวนี้มี นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล เพียงรายเดียว โดยย้ายจาก ผวจ.หนองบัวลำภูไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์

...

อีก 4 ราย ล้วนมีที่มาแตกต่างกันทั้งสิ้นคือ นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ นั้นเป็น สิงห์ขาว จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีประวัติพิเศษคือเป็นผู้ว่าฯมาแล้ว 3 จังหวัด แต่ละจังหวัดล้วนอยู่ได้ปีเดียวคือ ปี 2558-แม่ฮ่องสอน ปี 2559-อุตรดิตถ์ ปี 2560-สุโขทัย และปีนี้ 2561 ไปเป็น ผวจ.พิษณุโลก ขอให้ได้อยู่ 2 ปีจนเกษียณในปี 2563

นายศิริพัฒ พัฒกุล เป็น สิงห์ทอง จบจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็น ผวจ.ตรังได้ 2 ปี ย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เมืองที่เคยเป็นนายอำเภอตะกั่วป่ามาก่อน จะเกษียณในปี 2563

อีกราย นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี จบจากมหาวิทยาลัยบูรพา และปริญญาโทรามคำแหง รับราชการวนเวียนเป็นนายอำเภออยู่แถวสุพรรณบุรี ขึ้นเป็นปลัดจังหวัดและรองผู้ว่าฯที่นั่น แต่ไปเป็นผู้ว่าฯครั้งแรกที่พิจิตรเมื่อปี 2559 กำลังโหมปลุกเมืองพิจิตรให้โด่งดังในด้านต่างๆ

ทั้งประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยว มาคราวนี้ได้ย้ายไปชายแดนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษใกล้เขาพระวิหารมีอายุราชการยาวไปถึงปี 2565

รายสุดท้าย นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ นั้นเป็นวิศวกร จบวิศวะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เติบโตมาจากกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นผู้ว่าฯครั้งแรกที่ อุทัยธานี ปี 2558 พอปี 2560 ย้ายมาสมุทรสาคร มาปีนี้ย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กำหนดเกษียณอายุในปีหน้า 2562

ที่บอกเล่ามาพอเป็นสังเขปคงจะทำให้ชาวบ้านชาวช่องได้รับรู้และรู้จักผู้ว่าฯคนใหม่ของพวกเขาได้พอสมควร.

“ซี.12”