king10
Thairath Logo
กีฬา

ทำความผิดด้วยความจำเป็น ไม่ต้องรับโทษ จริงหรือไม่?

โดย ทนายเจมส์
3 ก.ค. 2561 05:01 น.
Share :
line-share-logo

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่ง ที่มีนักกฎหมายหลายท่านออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการกระทำความผิด ด้วยความจำเป็น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67 เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ทีมขุดเจาะถ้ำหลวง กำลังวางแผนงานเพื่อจะขุดเจาะถ้ำหลวง ช่วยชีวิตนักฟุตบอลทีมหมูป่า จำนวน 13 ชีวิต ต่อมามีนายตำรวจท่านหนึ่งมาตรวจงาน และได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติงานดังกล่าว ควรปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

จากเหตุการณ์นี้ มีนักกฎหมายหลายท่านได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าวว่า เป็นการกระทำความผิดจริง แต่ก็เป็นการกระทำผิดด้วยความจำเป็น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67 ซึ่งหากเป็นการกระทำความผิดด้วยความจำเป็น และสมควรแก่เหตุ ผู้กระทำความผิดนั้น “ไม่ต้องรับโทษ”

โดยปกติเรามักจะได้ยิน ผู้กระทำความผิดอ้างว่ากระทำไปเพื่อป้องกันตัว หรือบันดาลโทสะอยู่บ่อยๆ

แต่การกระทำความผิดด้วยความจำเป็นมักจะไม่ค่อยได้ยินสักเท่าไรนัก แต่ต่อไปนี้ เราอาจจะได้ยินผู้กระทำความผิดอ้างเรื่องการกระทำความผิดด้วยความจำเป็นมากขึ้นก็เป็นไปได้

การกระทำความผิดด้วยความจำเป็น มีองค์ประกอบตามกฎหมายหลายประการ การจะอ้างเพื่อให้ตนเองไม่ต้องรับโทษนั้น ไม่ได้ง่ายๆ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67 ผู้ใดกระทำความผิดด้วยความจำเป็น

(1) เพราะอยู่ในที่บังคับ หรือภายใต้อำนาจ ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ หรือ

(2) เพราะเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึง และไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ เมื่อภยันตรายนั้นตนมิได้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

จากหลักกฎหมายข้างต้น หากผู้กระทำความผิดสามารถหลีกเลี่ยง หรือขัดขืนอำนาจบังคับได้ หรือสามารถใช้วิธีอื่น เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากภยันตรายได้ ผู้กระทำความผิดจะอ้างว่ากระทำความผิดด้วยความจำเป็นคงไม่ได้ หรือหากกระทำผิดโดยเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 67 (1),(2) แล้ว แต่กลับกระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ ก็อาจจะต้องรับโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดได้ ดังนั้น การจะอ้างว่ากระทำความผิดด้วยความจำเป็น จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องพิจารณาองค์ประกอบของกฎหมายอย่างรอบคอบ

อย่างไรก็ตาม การกระทำของทีมขุดเจาะถ้ำหลวงดังกล่าวนั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นการกระทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงานผู้ที่สั่งการให้ขุดเจาะถ้ำหลวง แม้คำสั่งนั้นจะมิชอบด้วยกฎหมายก็ตาม ทีมขุดเจาะถ้ำหลวงผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา หรือเชื่อโดยสุจริตว่ามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ก็อาจจะไม่ต้องรับโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 70 ผู้ใดกระทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน แม้คำสั่งนั้นจะมิชอบด้วยกฎหมาย ถ้าผู้กระทำมีหน้าที่หรือเชื่อโดยสุจริตว่ามีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ เว้นแต่จะรู้ว่าคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งซึ่งมิชอบด้วยกฎหมาย

เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 7370 / 2538 โจทก์ครอบครองเพิงไม้ที่ปลูกอยู่ติดกับข้างอาคารพาณิชย์ที่จำเลยที่ 1 เช่าจากเทศบาลตำบลปากช่อง ซึ่งเทศบาลตำบลปากช่องแจ้งให้ภริยาโจทก์รื้อถอนเพิงไม้ดังกล่าว แต่ภริยาโจทก์อ้างว่าไม่ได้เป็นเจ้าของเพิงไม้ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปากช่องจึงสั่งให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนเพิงไม้ จำเลยที่ 1 เชื่อว่าคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม ดังนั้นแม้การที่จำเลยที่ 1 กับพวกรื้อถอนเพิงไม้จะเป็นความผิดฐานบุกรุกตาม ป.อ.มาตรา 365 (2) ประกอบมาตรา 362 ก็ตาม จำเลยที่ 1 ก็ย่อมได้รับยกเว้นโทษตาม ป.อ. มาตรา 70

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่กำลังทำงานแข่งกับเวลา เพื่อช่วยชีวิตนักฟุตบอลทั้ง 13 คน ให้มีชีวิตรอดอย่างปลอดภัย ในส่วนของข้อกฎหมายที่จะเป็นความผิดหรือไม่นั้น อยากให้พักเอาไว้ก่อน “ทำดีอย่าได้กลัว” ตอนนี้ควรมุ่งเน้น เพื่อที่จะหาวิธีและทำงานช่วยทั้ง 13 ชีวิต จะเป็นการดีที่สุดครับ

สำหรับผู้ที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลล์มาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com  หรือ Facebook: ทนายเจมส์ LK ได้เลย

เกาะติดข่าวค้นหา 13 ชีวิตติดในถ้ำหลวง

อ่านเพิ่มเติม...
ถ้ำหลวงคนดังนั่งเขียนทนายเจมส์ทีมขุดเจาะถ้ำหลวงกฎหมายกฏหมาย