เว็บกฤษฎีกาให้ปชช.แสดง‘ความคิดเห็น’

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกาศรับฟังความเห็นแก้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ปรับองค์ประกอบมหาเถรฯ ยกเลิกเกณฑ์ตั้งสมเด็จพระราชาคณะเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ระบุสาเหตุ สมเด็จพระราชาคณะส่วนใหญ่ชราภาพ มีปัญหา สุขภาพ เข้าประชุมได้ไม่สม่ำเสมอ โดยให้การแต่งตั้ง-ปลดกรรมการมหาเถรฯทุกรูป รวมถึงเจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาคเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์

รัฐบาลเตรียมแก้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เกี่ยวกับที่มาของคณะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ว่า เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา www.krisdika.go.th ได้ประกาศการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 โดยระบุว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 19 มิ.ย.2561 รับหลักการให้มีการจัดทําร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ในประเด็นเกี่ยวกับมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะองค์กรปกครองคณะสงฆ์ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมติ ครม.วันที่ 4 เม.ย. 2560 ประกอบกับมติ ครม.วันที่ 19 มิ.ย.2561 ดังกล่าว จึงเปิดรับฟังความเห็นประกอบการจัดทําร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นเวลา 7 วัน ดังนี้ สภาพปัญหา มส.ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ประกอบด้วย สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานกรรมการ สมเด็จพระราชาคณะทุกรูปเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และพระราชาคณะ อีกไม่เกิน 12 รูป ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งเป็นกรรมการและมีวาระ 2 ปี แต่ในทางปฏิบัติปรากฏว่าสมเด็จพระราชาคณะ ซึ่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่งมักเป็นผู้เจริญพรรษายุกาล จึงชราภาพ และอาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ทําให้ไม่อาจเข้าร่วมประชุมได้สม่ำเสมอ บางครั้งจำเป็นต้องลาการประชุมติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เหตุอย่างเดียวกันอาจเกิดได้แม้กับกรรมการอื่น ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้ง นอกจากนั้นกรรมการบางรูปในขณะนี้ต้องคดีอาญา หรือมีข้อกล่าวหาจนต้องพ้นจากตำแหน่ง จึงไม่ตั้งอยู่ในที่ศรัทธาเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชน ทั้งที่องค์กรนี้จะต้องเป็นหลักในการปกครองคณะสงฆ์ และก่อให้เกิดการปฏิรูปหรือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงต่างๆในสังฆมณฑล

...

จึงสมควรปรับปรุงแก้ไขที่มาและองค์ประกอบของ มส.เสียใหม่ เพื่อให้ได้พระภิกษุผู้มีพรรษาอันสมควร มีจริยวัตรที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์ มาเป็นกรรมการและผู้ปกครองคณะสงฆ์ในลำดับชั้นต่างๆ ตลอดจนชักนำให้เกิดการปฏิรูปหรือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการปกครองคณะสงฆ์และการจัดระเบียบต่างๆเกี่ยวกับวัดและวัตรปฏิบัติของพระภิกษุให้เรียบร้อยดีงามตามพระธรรมวินัย กฎหมายของบ้านเมือง ความคาดหมายของพุทธศาสนิกชน และจารีตประเพณีอันดีงามของชาติ

หลักการใหม่ให้ยกเลิกองค์ประกอบกรรมการ มส. โดยตำแหน่ง ทั้งนี้ยังคงให้มีกรรมการอื่นนอกจากประธานกรรมการในจำนวนเท่าเดิม (20 รูป) แต่ถวายพระมหากษัตริย์ให้ทรงแต่งตั้งจากพระภิกษุผู้มีพรรษาอันสมควร และมีจริยวัตรที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์ และทรงมีพระราชโองการให้กรรมการดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งได้โดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ หลักเดียวกันนี้ใช้กับการแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าคณะใหญ่และเจ้าคณะภาคด้วยตามที่มีพระราชดำริเห็นสมควร

ให้กรรมการ มส.ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่กฎหมายคณะสงฆ์ที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ใช้บังคับ ยังคงดํารงตําแหน่งต่อไปจนกว่าจะทรงแต่งตั้งกรรมการ มส.ขึ้นใหม่ตามกฎหมายนี้ จึงขอเชิญพระภิกษุและบุคคลทั่วไปแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการตามประเด็นดังกล่าวเข้ามาได้ทางเว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา www.krisdika.go.th ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 27 มิ.ย.นี้

ทั้งนี้ เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุหลักเกณฑ์ในการรับฟังความคิดเห็นทางกฎหมายไว้ว่า ต้องเป็นความคิดเห็นที่มีเหตุผลเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาร่างกฎหมาย และเหมาะสมแก่การเผยแพร่ ใช้ถ้อยคำสุภาพไม่ดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทผู้ใด ความคิดเห็นที่ระบุชื่อ นามสกุลและหมายเลขประจำตัวประชาชนของผู้แสดงความคิดเห็น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะนำไปประกอบการพิจารณาร่างกฎหมายและเผยแพร่ทุกราย (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะเก็บหมายเลขประจำตัวประชาชนของผู้แสดงความคิดเห็นไว้เป็นความลับ) ความคิดเห็นที่มิได้ระบุนาม นามสกุลหรือหมายเลขประจำตัวประชาชน ของผู้แสดงความคิดเห็น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะนำไปประกอบการพิจารณาร่างกฎหมายและเผยแพร่เฉพาะความคิดเห็นที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเห็นว่า มีเหตุผลเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาร่างกฎหมาย เหมาะสมแก่การเผยแพร่และใช้ถ้อยคำสุภาพ ไม่ดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทผู้ใดเท่านั้นในการนำความคิดเห็นไปประกอบการพิจารณาร่างกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะวิเคราะห์ และจัดกลุ่มความคิดเห็นที่ได้รับ เพื่อแสดงข้อดีข้อเสียและความเหมาะสมของความคิดเห็นที่ได้รับต่อไป สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะปรับปรุงร่างกฎหมายตามความคิดเห็นที่เหมาะสม และจะนำร่างกฎหมายที่ปรับปรุงแล้วนี้กลับมารับฟังความคิดเห็นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะนำความคิดเห็นที่ได้รับไปพิจารณาปรับปรุงร่างกฎหมายต่อไป เมื่อปรับปรุงร่างกฎหมายจนเป็นที่พอใจแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวไปให้คณะรัฐมนตรีและรัฐสภาพิจารณาต่อไป

ด้านนายบรรจบ บรรณรุจิ ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อถวายเป็นพระราชอำนาจในการแต่งตั้งกรรมการ มส. ก็นับเป็นสิ่งที่ดี เพราะเราเชื่อว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ทรงธรรม และที่ผ่านมาก็มีการเสนอให้แก้ไขเรื่อง มส.กันมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว เนื่องจากประสบปัญหาทั้งสมเด็จพระราชาคณะอาพาธ ทำให้งานบางอย่างไม่บรรลุเป้าหมาย และนับเป็นเรื่องที่ดีที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ก่อนสรุปผลในการแก้ไขในหมวดดังกล่าว