Photo courtesy of AFP/PHILIPPE LOPEZ

ก่อนหน้านี้มีการวิจัยเกี่ยวกับเสียงไวโอลินว่าช่างฝีมือโบราณใช้วัสดุใดถึงทำให้เสียงมีความไพเราะอย่างน่าทึ่ง ยิ่งเสียงไวโอลินจากนักประดิษฐ์ไวโอลินชั้นยอดชาวอิตาลีอย่าง อันโตนิโอ สตราดิวารี (Antonio Stradivari) หรือแอนเดรีย อามาตี (Andrea Amati) ทำให้ช่างไวโอลินยุคหลังมากมายอยากเลียนแบบ แต่สิ่งที่นักประวัติศาสตร์ดนตรีตั้งข้อสังเกตเพิ่มขึ้นมาก็คือ การประดิษฐ์ไวโอลินยุคแรกๆ นั้นอาจต้องการเลียนแบบเสียงของมนุษย์ ซึ่งสงสัยว่านักประดิษฐ์ไวโอลินในอิตาลีช่วงศตวรรษที่ 16–18 มีจุดประสงค์และกรรมวิธีการสร้างอย่างไร

ล่าสุด นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ได้วิจัยจากมาตรส่วนของเสียงเครื่องดนตรีโบราณ 15 ชิ้น รวมถึงไวโอลินของแอนเดรีย อามาตี ที่สร้างในปี พ.ศ.2113 และเล่นโดยนักไวโอลินมืออาชีพ โดยบันทึกเสียงเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ฉีเหม่ยแห่งไต้หวัน จากนั้นก็ได้บันทึกเสียงของชาย 8 คนและหญิง 8 คนมีอายุตั้งแต่ 16-30 ปีที่ร้องเป็นเพลงภาษาอังกฤษทั่วๆไปทีมวิจัยได้วิเคราะห์ทางเสียงอย่างละเอียด พบว่าไวโอลินอามาตีที่สร้างขึ้นใน พ.ศ.2113 และไวโอลินแกสปาโร ดา ซาโล (Gasparo da Salo) ที่สร้างในปี พ.ศ.2103 เลียนแบบโทนเสียงเบสส์ (basses) ซึ่งเป็นเสียงระดับต่ำสุดของนักร้องชาย และแบริโทน (Baritones) คือเสียงระดับกลางของนักร้องชาย จึงมีความเป็นไปได้ว่านักทำไวโอลินยุคแรกอาจออกแบบไวโอลินเพื่อเลียนแบบเสียงของนักร้องชาย

ในทางตรงกันข้าม เสียงของไวโอลินสตราดิวารีค่อนข้างคล้ายกับโทนเสียงเทเนอร์ (tenors) คือระดับเสียงสูงสุดของนักร้องชายที่นักร้องหญิงอาจข้ามระดับมาร้องได้เช่นกัน และเสียงอัลโต (altos) เป็นระดับเสียงต่ำสุดของนักร้องหญิง คุณสมบัติเหล่านี้จึงชี้ให้เห็นถึงความเก่งกาจของไวโอลินสตราดิวารีนั่นเอง.

...