ความรวดเร็วในการสืบสวนติดตามคนร้ายบางคดีใช้เวลานานอาจไม่ทันกาล
เหตุโจรต่างชาติบุกทำร้ายพนักงานสาวบูธแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ริมถนนสุขุมวิท ตรงข้ามโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ จอมเทียน ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กวาดเงินสดเกือบ 1 ล้านบาท
กล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ นาทีอุกอาจ ที่คนร้ายสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า รัวหมัดใส่เหยื่อสาวไม่ยั้งจนสลบเหมือด เป็นภาพสะเทือนขวัญกระจายว่อนโลกโซเชียล
พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ลงไปสั่งการ พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน และฝ่ายสืบสวนเร่งรัดคลี่คลายคดีในทันที
เริ่มต้นจากเบาะแสของหลักฐานสำคัญเป็นทะเบียนรถ จยย.ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ ทะเบียน 1 กร 2825 ชลบุรี ที่มีหญิงไทยเช่าไปให้สามีหนุ่มชาวรัสเซียใช้
ตำรวจตามไปสอบปากคำฝ่ายหญิงที่หมู่บ้านดุสิตเลค 2 ซอยวัดญาณสังวราราม หมู่ 11 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบรถ จยย.ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุจอดอยู่
แต่ไม่เจอผู้ต้องสงสัยชาวรัสเซีย
ภรรยาชาวไทยให้การเป็นประโยชน์ว่า สามีเก็บข้าวของ อ้างขอบินกลับบ้านเกิดก่อนกำหนดกะทันหัน ทิ้งเธอและลูกให้ตามไปภายหลัง แถมก่อนจะตีตั๋วขึ้นเครื่องยังพาลูกไปซื้อโทรศัพท์มือถือ มูลค่า 30,000 กว่าบาทที่ห้างมาบุญครอง
เมื่อนำรูปถ่ายเทียบกับรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายสวมหมวกกันน็อกมั่นใจว่า เป็นคนเดียวกัน
ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีนำภาพถ่ายประสานตำรวจทางหลวง ตำรวจท่องเที่ยว รวมทั้งตำรวจ ตม.ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เฝ้าติดตามตัว นายนิโคไล ไรบาลอฟ อายุ 32 ปี สัญชาติรัสเซีย ที่มีข้อมูลระบุเตรียมจะขึ้นเครื่องบินหนีไปลงประเทศกาตาร์เพื่อต่อเครื่องมุ่งหน้ากรุงมอสโกถิ่นเกิดอีกทอด
ในที่สุดอดีตทหารเก่าแดนหมีขาวที่ผันตัวมาเป็นโจรชิงเงินจนมุมคาสนามบิน
ถือเป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงานที่มี ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เปิดฉากแกะรอยตั้งแต่เริ่มต้นเกิดเหตุ
นำไปสู่การปิดแฟ้มได้รวดเร็วก่อนอาชญากรจะหนีข้ามชาติ!!!
"สหบาท"