สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องที่น่าสนใจ เกี่ยวกับปัญหาเงินๆ ทองๆ ส่วนใหญ่คนที่จะเข้ามายืมเงินมักอ้างเหตุผลต่างๆ นานา ชักแม่น้ำทั้งห้า พ่อตาย แม่ป่วย ลูกเสียค่าเทอม สร้างความน่าสงสาร พอได้เงินแล้ว สะบัดก้นหนี บอกไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย ยิ่งถ้าไม่มีสัญญากู้ยืมเงินก็จะถูกท้าทาย ด้วยประโยคคลาสสิก “อยากได้ให้ไปฟ้องเอา” ภาษาชาวบ้านมักเรียกกันว่า “โดนโกง”

ปัญหาลักษณะนี้มีแฟนเพจสอบถามเข้ามาในเพจทนายเจมส์ Lk จำนวนมาก ว่า ให้กู้ยืมเงิน แต่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือสัญญากู้ยืมเงิน ลงลายมือชื่อผู้กู้ยืมเป็นสำคัญ แต่มีการสนทนาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จะใช้เป็นหลักฐานการกู้ยืมเงิน หรือฟ้องคดีได้หรือไม่

กรณีแบบนี้มีกฎหมายที่คุ้มครอง เจ้าหนี้ใจดีที่พลาดท่าให้แก่ลูกหนี้ ในยุคไทยแลนด์ 4.0 คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 เกี่ยวกับเรื่องธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

การกู้ยืมเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านสื่อออนไลน์ โดยไม่มีสัญญากู้ยืมเงินลงลายมือชื่อผู้กู้เป็นสำคัญ จะฟ้องผู้กู้ยืมเงินได้หรือไม่ เนื่องจากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ วันนี้มีทางออกครับ

...

พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้

“ธุรกรรม” หมายความว่า การกระทําใดๆ ท่ีเกี่ยวกับกิจกรรมในทางแพ่งและพาณิชย์ หรือ ในการดําเนินงานของรัฐตามที่กําหนดในหมวด 4

“ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ธุรกรรมที่กระทําขึ้นโดยใช้วิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด หรือแค่บางส่วน

“ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ข้อความที่ได้สร้าง ส่ง รับ เก็บรักษา หรือ ประมวลผลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น วิธีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โทรเลข โทรพิมพ์ หรือโทรสาร

มาตรา 7 ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความใด เพียงเพราะเหตุที่ข้อความนั้นอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

มาตรา 8 ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา 9 ในกรณีที่กฎหมายกําหนดให้การใดต้องทํา เป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทําข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึง และนํากลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทําเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงแล้ว

จากพระราชบญัญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 เกี่ยวกับเรื่องธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ กู้ยืมเงินออนไลน์ ตามมาตรา 8 ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทําเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงแล้วทั้งนี้ ท่านต้องเตรียมหลักฐาน 3 ประการ ได้แก่

1. หลักฐานข้อความสนทนาในการขอกู้ยืมเงิน ผ่านแชต หรือกล่องข้อความออนไลน์

2. หลักฐานบัญชีผู้ใช้ในสื่อสังคมออนไลน์ของผู้กู้ยืมเงิน

3. หลักฐานการโอนเงินผ่านธนาคาร หรือแอปพลิเคชันของธนาคาร (หากชื่อบัญชีผู้ใช้ในสื่อสังคมออนไลน์ กับชื่อเจ้าของบัญชีธนาคารไม่ตรงกัน ควรให้ผู้ขอกู้ยืมเงินยืนยัน และอธิบายว่าเป็นบัญชีธนาคารเป็นของใคร และเกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้ขอกู้ยืมเงิน)

กรณีในลักษณะนี้มีการฟ้องกันในชั้นศาลแล้วนะครับ โดยศาลชั้นต้นก็เชื่อว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริง จึงพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์ แต่ยังไม่มีคำพิพากษาของศาลฎีกาวางบรรทัดฐานในเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ถือว่าเป็นทางออกสำหรับเจ้าหนี้ใจดีที่จะใช้จัดการกับลูกหนี้หัวหมอครับ

สำหรับผู้ที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย และต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com หรือ Facebook: ทนายเจมส์ LK ได้เลย