ทุกวันที่ 13 เมษายนของทุกปีเป็นวันสงกรานต์และกำหนดให้เป็นวันผู้สูงอายุไปในตัว ซึ่งถือว่าเป็น “วันขึ้นปีใหม่ของไทย” ถัดจากวันนั้นไปก็เป็น “วันครอบครัว” ที่ได้สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นประเพณีอันสำคัญยิ่งของชาติ
พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก ประธานมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ ธนบุรี กทม. บอกว่า สมควรที่ทุกคนจะได้ช่วยกันอนุรักษ์สิ่งที่ดีงามนี้ไว้ให้ลูกหลานของเราได้สืบทอดปฏิบัติกันต่อไป เพราะปีหนึ่งมีเพียงครั้งเดียว ยิ่งมีกระแสทางสังคมโซเชียลรณรงค์ให้คนไทยแต่งกายชุดไทย หรือชุดพื้นบ้านของไทยมาเล่นน้ำสงกรานต์กันแล้วก็ยิ่งมีความคึกคัก ตื่นตาตื่นใจ ด้วยความเรียบร้อย ความสวยสดงดงามของละคร “บุพเพสันนิวาส”
ยิ่งดึงดูดให้คนไทยมาร่วมใจกันอนุรักษ์สิ่งที่ดีงามที่มีอยู่แล้วให้มีคุณค่ายิ่งขึ้น จนกลายเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดชาวต่างชาติให้มา “ชื่นชมและรักคนไทย”
เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ผู้คนที่ไปทำงานในต่างถิ่นก็เดินทางกลับมาสู่มาตุภูมิเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ไทย พบปะกับญาติพี่น้องที่ได้ห่างเหินกันไปเนิ่นนาน ร่วมใจกันทำบุญทำทานอุทิศส่วนบุญกุศลให้ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว ไปรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุหรือผู้ใหญ่ในชุมชน ขอพรจากท่าน ไปกราบไหว้ ฯลฯ
เหล่านี้...เป็นประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม สร้างความรักความผูกพันในหมู่ญาติพี่น้อง และผู้คนในท้องถิ่น สร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้สูงอายุที่ท่านเคยบุกเบิกสร้างหมู่บ้าน...พัฒนาชุมชนมาให้ ลูกหลานได้รับประโยชน์ในปัจจุบัน
เมื่อวันสงกรานต์มาถึงซึ่งถือว่าเป็น “วันผู้สูงอายุ” ไปในตัว เป็นวันที่ลูกหลานอนุชนรุ่นหลังจะได้ตระหนัก มองเห็นคุณค่าของผู้สูงอายุ ไม่ว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นสมาชิกในครอบครัว หรือในหมู่บ้าน ในชุมชนก็ตาม การเทิดทูนบูชาในคุณงามความดีของท่านที่ได้ทำมาแล้วในอดีตให้กลายเป็นการ “สานต่อ”
...
“...ให้เกิดประโยชน์ในระยะยาวก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสิ่งที่ดีงามมีอยู่แล้ว แต่ขาดการสานต่อก็จะลบเลือนและหายไปในที่สุด”
ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นการ “ต่อลมหายใจ” ให้กับท่านได้เป็นอย่างดีความภาคภูมิใจและความสุขที่เกิดขึ้นนี้ก็จะเป็นพลังให้ผู้สูงอายุได้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ยาวนานและท่านก็จะไม่ทำตัวให้เป็น “ภาระต่อลูกหลานหรือคนใกล้ชิดมากนัก” ต่อไป...
แล้วเราก็จะได้ชื่อว่า “เป็นผู้กตัญญูกตเวที” ต่อบรรพชนได้อย่างดี
ต่อมา...“วันครอบครัว” ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจอันสำคัญอีกประการหนึ่ง เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคม ถ้าผู้คนในครอบครัวในสายเลือดเดียวกัน มีความรักความผูกพัน มีความสุข มีความอบอุ่นแล้ว ก็หวังได้เลยว่า ในวันข้างหน้าสถาบันครอบครัวและสังคมย่อมจะมีความเข้มแข็ง มั่นคง ปลอดภัยจากเหตุร้ายต่างๆนานา
“กลายเป็นจุดที่จะก่อให้เกิดสิ่งที่ดีงามแก่สังคม ความเป็นพี่เป็นน้องและไม่ทอดทิ้งกัน จะยากดีมีจนเช่นใดก็ตาม จะอยู่ในสถานะใดทางสังคมก็ตาม สายเลือดของผู้คนในครอบครัวยังรักและแนบแน่นเช่นนี้แล้ว วันครอบครัวที่ถูกกำหนดให้มีขึ้นมานี้ย่อมมีคุณค่า...มีประโยชน์อย่างมหาศาลสำหรับสังคมไทย”
คนในครอบครัวจึงพึงตระหนัก แล้วช่วยกันทำวันดังกล่าวให้เกิดคุณค่าต่อตนเองและครอบครัว รวมถึงชุมชนหรือหมู่บ้านให้มากที่สุด
ประเพณีงานสงกรานต์ที่เป็นยุคบุพเพสันนิวาสนี้จึงควรเป็นโอกาสที่ดีงามของคนไทยที่จะได้ช่วยกันรณรงค์ให้อนุชนรุ่นหลังคือ เด็กเยาวชน คนหนุ่มสาวได้สืบสานสิ่งที่ดีงามต่อจากพวกเราในวันนี้ ความสุภาพอ่อนโยน การรู้จักที่สูงที่ต่ำ การอ่อนน้อมถ่อมตัว การมองเห็นคุณค่าของคนอื่น การรู้จักเมตตาปรานี
การรู้จักสั่งสมคุณงามความดี การรู้จักทำบุญสุนทาน การรู้จักช่วยเหลือผู้คนที่อ่อนแอกว่า หรือด้อยโอกาสกว่า การรู้จักอดกลั้นและอดทน การรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน
การรู้จักเคารพและให้เกียรติแก่คนอื่น การไม่ใส่ร้าย หรือจองเวรซึ่งกันและกัน การไม่รังแกคนอื่น การรู้จักเกรงใจคนอื่น การรู้จักแต่งกายให้ถูกกาลเทศะ
เหล่านี้เป็นประเพณีสงกรานต์ที่ควรจะปลูกฝังให้เกิดขึ้นในจิตใจของลูกหลานของเรา ขอให้ผู้ใหญ่หรือคนที่เกิดก่อนนี้กระทำให้เป็น “ตัวอย่างที่ดี” แก่พวกเขา ให้เห็นทั้งการพูดและการกระทำก็จะเป็นการสอนลูกหลานของเราได้อย่างดี การกระทำที่พิเรนทร์ ไม่เหมาะสม ผิดศีลธรรม ผิดประเพณี ผิดกติกาทางสังคมและผิดกฎหมายบ้านเมืองแล้วก็ไม่ควรกระทำโดยประการทั้งปวง
เพราะจะเป็น “สงกรานต์ที่ไม่พึงปรารถนา” ของคนไทย มีแต่จะทำลายภาพลักษณ์ประเพณีอันดีงามของไทย ทำลายวัฒนธรรมอันดีงามของคนไทยอีกด้วย
วันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันผู้สูงอายุและเป็นวันครอบครัวของคนไทย อาตมาขอให้แต่ละท่านได้ช่วยกันอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของเราให้ลูกหลานเราได้สืบทอดสิ่งที่ดีงามกันต่อไป
“มาช่วยกันสร้างความรักความผูกพันของผู้คนในครอบครัว ในหมู่บ้าน ในชุมชน ให้เกิดความรัก ความสามัคคี ให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็จะเป็นภูมิคุ้มกันสิ่งชั่วร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นในท้องถิ่นได้อย่างดี ความสุข ความสงบ ความร่มเย็นก็จะเกิดขึ้นตั้งแต่บัดนั้นที่เราได้ช่วยกระทำลงไป”
...มาช่วยกันอนุรักษ์ฟื้นฟูประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้ลูกหลานเราได้สัมผัส ได้เข้าไปมีส่วนร่วม ได้เข้าไปอยู่ในบรรยากาศที่ดีงามเช่นนั้น ก็จะเป็นการปลูกฝังและก่อให้เกิดการซึมซับไว้ในจิตใจของพวกเขาได้อย่างดี
...
“อย่าได้กีดกันมิให้พวกเขาได้พบเห็น หรือมิได้มีส่วนร่วม มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็นประเพณีที่ถูกกีดกัน...ปิดหูปิดตาของพวกเขาไป ปีใหม่ขอจงมาช่วยกันอนุรักษ์สิ่งที่ดีงามของคนไทยนี้ให้เกิดความรักความสามัคคีให้กับผู้คนในชาติ มาทำความดีให้กับตนเอง ให้กับครอบครัวให้กับชุมชน ให้กับหมู่บ้าน ให้กับสังคม...ประเทศชาติเป็นที่สุด”
“บุพเพสันนิวาส”...คือการได้มีชีวิต หรือใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในอดีตหรือในชาติปางก่อนตามประเพณีนิยมที่เชื่อถือกันมา ขอจงมาเป็นจุดหล่อหลอมจิตใจของคนไทยให้เกิดประเพณีนิยมที่ดีงาม เกิดความสุภาพอ่อนโยนของผู้คนในสังคม เกิดการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกันของผู้คนในสังคม เกิดการอนุรักษ์สิ่งที่ดีงามที่บรรพชนประพฤติปฏิบัติมาแล้ว เกิดการเห็นคุณค่าชีวิตของคนอื่นแล้วให้เกียรติและให้ความเคารพใน “ชีวิตของคนอื่น”
ด้วยการไม่เบียดเบียน ไม่ทำร้าย ไม่ใส่ร้ายคนอื่น คนเราเมื่อมีความเคารพและศรัทธาแล้ว โอกาสที่จะโน้มน้าวให้ประพฤติปฏิบัติไปทิศทางใดก็มีมากขึ้น ยิ่งปฏิบัติแล้วเกิดเห็นเป็นมรรคเป็นผลขึ้นมาก็จะยิ่งเป็นพลังให้กระทำสิ่งนั้นให้เพิ่มมากขึ้น เราจึงควรเอา “บุพเพสันนิวาส” นี้มาเป็นจุดสร้างกระแสให้เกิดกระทำแต่คุณงามความดี
สงกรานต์...ยุคบุพเพสันนิวาสจึงควรเป็นปีใหม่ที่ดีงาม น่าชื่นชม เป็นมรดกทางสังคมที่มีคุณค่าอันสูงยิ่ง ขอจงมาช่วยกันอนุรักษ์สิ่งที่ดีงามให้ลูกหลานเราได้รับอานิสงส์จากการกระทำของ “พวกเรา”...กันเถิด
บุพเพสันนิวาสจะเป็นปรากฏการณ์ใหม่ให้กับประเพณีสงกรานต์ไทย ลูกหลานไทยได้ภาคภูมิใจในความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย ความมีเสน่ห์ของคนไทยที่มีอยู่แล้วก็จะยิ่งมีเพิ่มมากขึ้น
สงกรานต์ไทยจะได้โด่งดังไปทั่วโลก เป็นจุดดึงดูดให้คนในโลกนี้มาสัมผัสกับสิ่งที่ดีงามของคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ...จะเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนไทยและประเทศไทยทางด้านการท่องเที่ยวอีกด้วย.
...