หลายคนแปลกใจที่จู่ๆอาทิตย์ก่อน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมคณะใหญ่ ชักชวนผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์รับแจ้งเหตุวิทยุผ่านฟ้า (191) ที่เปิดมานมนานตั้งแต่ปี 2543

ครั้งนั้นนำคอมพิวเตอร์ระบบ C3I มาใช้คอนโทรลการทำงานของรถวิทยุ 191 ซึ่ง ณ วันนั้นเป็นระบบที่ทันสมัยมาก ยกตัวอย่างง่ายๆ ตำรวจในรถสามารถตรวจสอบประวัติและข้อมูลของผู้ต้องสงสัยจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในรถได้ทันที

แต่หลังจากนั้นพอยุคสมัยเปลี่ยน ผู้บังคับบัญชาเปลี่ยน ไม่เคยปรับปรุงดูแลเพราะต้องใช้ตังค์ ระบบการตรวจสอบที่ทันสมัยต่างๆถูกทิ้งกลายเป็นแค่ซากคอมพิวเตอร์ ถูกใช้เพียงแค่ในศูนย์วิทยุผ่านฟ้า (191)

ถึงวันนี้ผ่านมา 18 ปี อะไรๆก็เปลี่ยนไป ที่เคยทันสมัยก็กลายเป็นล้าสมัย?

ท่าน ผบ.ตร.ยืนยันว่า ได้รับบัญชาจากรัฐบาลให้ปรับปรุงศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ให้อวตารเป็น ศูนย์รับแจ้งเหตุแห่งชาติ ใช้หมายเลข 191 รับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายทั่วประเทศ

เพื่อป้องกันความสับสนของทั้งประชาชนคนไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ...

แต่ดูแล้วคงต้องสังคายนากันขนานใหญ่ ทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทั้งเก่าและล้าสมัย ระบบคอมพิวเตอร์ที่โบราณไม่อัพเดต แถมมีคู่สายรับแจ้งเหตุอยู่เพียง 60 คู่สาย!

รวมไปถึงกำลังคนที่ต้องเพียงพอกับการประสานงานเหตุด่วนเหตุร้าย ที่นับวันจะมากขึ้น...

ยังไม่นับเรื่องชาวต่างชาติสารพัดเชื้อชาติและภาษา ที่เข้ามาทั้งทำงานและท่องเที่ยวในประเทศไทย อันนี้ต้องเตรียมบุคลากรที่สื่อสารกับเค้ารู้เรื่องเอาไว้อีกส่วนหนึ่ง

แค่เริ่มก็ปวดหัวตัวร้อน ต้องใช้กำลังคนกำลังทรัพย์อีกมหาศาลกว่า “ศูนย์รับแจ้งเหตุแห่งชาติ 191” จะคลอดออกมา และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่ให้เหมือนตอนนี้ ที่ถูกกระแนะกระแหนว่า โทร.ไปไม่เคยติดบ้าง...โทร.ไปไม่มีคนรับบ้าง...บางทีมีคนรับสายแล้ว กว่าตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุคนแจ้งคงตายไปนานแล้วบ้าง?!?

...

อีกปัญหาที่ “บิ๊กแป๊ะ” เจอจังๆกับตัวเองคือ พวกก่อกวน โทร.มาแจ้งเท็จ โทร.มาชวนคุย โทร.มาแล้วไม่พูด ฯลฯ สงสัยไม่โรคจิตกำเริบ ก็คงขาดความอบอุ่น

บางทีต้องใช้ไม้แข็ง “เชือดไก่ให้ลิงดู” เผื่อต่อมจิตสำนึกจะได้ทำงานขึ้นมาบ้าง?

"สหบาท"