วธ.ห่วงเหล่า “ออเจ้า” จะแออัดเที่ยวชมไม่สมแก่ใจ สั่งขยายเวลาเข้าชมวัดไชยวัฒนาราม ถึง 4 ทุ่ม หลังพบยอดนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็นวันละ 1.5 หมื่นคน เผยกิจกรรมสัญจรตามรอยบุพเพสันนิวาสจากอยุธยาสู่ลพบุรี บุกบ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ แฟนคลับแห่จองเต็มหมดทุกรอบแล้ว ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯปลื้ม ยอดรายได้เข้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพุ่งสูงถึงวันละกว่า 30 ล้านบาท เผยบริษัททัวร์หัวใสเปิดรับจองรายการนำเที่ยวตามรอยละครสไตล์ไปเช้าเย็นกลับเป็นจำนวนมาก เตรียมจัดกิจกรรมดนตรี บรรเลงโดยวงซิมโฟนิกแบนด์ เอาใจสาวกบุพเพสันนิวาส 7 เม.ย.นี้ ตะลึงหนังสือจินดามณีวางขายรอบที่ 2 จำนวน 3 พันเล่ม ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 46 หมดเกลี้ยงในวันเดียว อธิบดีกรมศิลป์สั่งพิมพ์เพิ่มอีก 1 หมื่นเล่มเพื่อไม่ให้ขาดตลาด
กระแส “ออเจ้า” ยังมาแรงแซงทุกความนิยม จนกรมศิลปากรต้องขยายเวลาเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวใน จ.พระนครศรีอยุธยา ไปถึง 4 ทุ่ม เพื่อให้แฟนๆ ที่มาเยี่ยมชมได้ถ่ายภาพซึมซับบรรยากาศกันให้สมแก่ใจ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ได้รับรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา ว่า มีจำนวนพุ่งสูงขึ้น กว่า 100% โดยเฉพาะที่วัดไชยวัฒนาราม ภายในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวชมตามรอยกระแสละครบุพเพสันนิวาส จากในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงสัปดาห์แรกที่ละครออกอากาศ มีจำนวนนักท่องเที่ยวช่วงเสาร์-อาทิตย์ วันละ 3,000 คน เพิ่มมาที่ 5,000-8,000 คน ใน 2-3 สัปดาห์ต่อมา เฉพาะช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา มียอดนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นถึง 29,200 คน เฉลี่ยวันละเกือบ 15,000 คน นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่กรมศิลปากรคาดไม่ถึงว่ากระแสละครจะสามารถส่งผลให้มีคนสนใจเที่ยวชมโบราณสถานมากขนาดนี้
...
อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวอีกว่า ได้รายงานความคืบหน้าดังกล่าวให้นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรมทราบ จึงได้สั่งการมายังกรมศิลปากรให้ขยายเวลาการเข้าชมวัดไชยวัฒนาราม จากเดิม 21.00 น.เป็น 22.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.นี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมได้อย่างไม่แออัด และมีเวลาอยู่ในพื้นที่ได้นานขึ้น ที่สำคัญคือนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไกล หรือบางคณะที่มาเป็นรถบัส จะได้ใช้เวลาเที่ยวชมโบราณสถานได้อย่างเต็มอิ่ม คุ้มค่า และไม่ต้องเจอกับอากาศร้อน อย่างไรก็ตาม นายวีระยังได้กำชับให้ทางอุทยานจัดการบริการนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง เพื่อให้มีความประทับใจในการเที่ยวชม
“กรมศิลปากรได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลประจำจุด เพื่อป้องกัน ไม่ให้ปีนป่าย รวมถึงให้ดูแลท่าทางการโพสท่าถ่ายรูปให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม แต่ไม่ให้เจ้าหน้าที่ไปห้ามจนทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความรู้สึกอึดอัด นอกจากนี้ ยังจัดวิทยากรนำชมและให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยว และตอบข้อซักถามในประเด็นที่สงสัย ตลอดจนมีการจัดกิจกรรมเล็กๆ โดยมีนักวิชาการคอยอธิบาย ตอบคำถามเชิงวิชาการด้วย” นายอนันต์กล่าว
อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวว่า จะมีการจัดกิจกรรม โครงการวรรณคดีและประวัติศาสตร์สัญจร ตามรอยต่อยอดบุพเพสันนิวาส จากอยุธยาสู่ลพบุรี ระหว่างวันที่ 7-8 เม.ย.นี้ ซึ่งจะเดินทางไปยังแหล่งโบราณสถานสำคัญที่เกี่ยวข้องในละคร ใน จ. พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี อาทิ พระราชวังโบราณ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดไชยวัฒนาราม วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พระนารายราชนิเวศน์ บ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์-บ้านหลวงรับราชทูต ซึ่งขณะนี้มีผู้จองร่วมกิจกรรมเต็มหมด
ด้านนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวของ จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าช่วงวันหยุด มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 60% เป็น 70% ทั้งปัจจุบันเริ่มมีบริษัททัวร์เปิดรับจองรายการนำเที่ยวตามรอยละครแบบวันเดียวไปกลับเป็นจำนวนมาก คาดว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้จังหวัดประมาณวันละ 30-33 ล้านบาท หรือเพิ่ม 15% จากช่วงเวลาปกติ โดยเฉพาะที่วัดไชยวัฒนาราม มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่าปกติถึง 7 เท่า ส่วนใหญ่เดินทางเป็นหมู่คณะ เนื่องจากต้องการมาสัมผัสสถานที่จริง และแต่งกายในชุดไทยถ่ายรูปเก็บภาพเป็นที่ระลึก โดยปัจจุบันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีผู้เยี่ยมเยือนทั้งหมดเฉลี่ยปีละ 7,380,000 คน ในจำนวนนี้ 74% เป็นผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย โดยมีชาวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวเฉลี่ยเดือนละ 450,000 คน และสร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละ 900 ล้านบาท
“ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมวัดพนัญเชิง และลงเรือตรวจการณ์ของตำรวจท่องเที่ยว เพื่อตรวจมาตรการความปลอดภัยทางน้ำไปยังวัดพุทไธศวรรย์และต่อไปยังวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่บรรดาสาวกออเจ้า ทั้งหลายต้องมาชมและถ่ายภาพให้ได้ ซึ่งในวันที่ 7 เม.ย.นี้ สถานที่ดังกล่าวจะมีการจัดกิจกรรมดนตรี บรรเลงโดยวงซิมโฟนิกแบนด์ เวลาประมาณ 16.30-19.30 น.” ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากล่าว
...
ส่วนบรรยากาศที่ร้านกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่46 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตลอดวันคึกคักไปด้วยแฟนคลับออเจ้า เนื่องจากเป็นวันแรกที่กรมศิลปากร นำหนังสือจินดามณี เล่ม 1 และหนังสือจินดามณี ฉบับใหญ่ บริบูรณ์ หรือฉบับพระโหราธิบดี จำนวน 3,000 เล่ม มาวางจำหน่ายอีกครั้ง หลังจากได้ประกาศหยุดจำหน่ายเป็นการชั่วคราว เนื่องจากพิมพ์ไม่ทัน ผลปรากฏว่าเพียง 7 ชั่วโมง หนังสือทั้งหมดก็ขายเกลี้ยง ทั้งนี้ นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งเดินทางมาสังเกตการณ์กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งให้โรงพิมพ์พิมพ์หนังสือจินดามณีฉบับปกอ่อนเพิ่มอีก 10,000 เล่ม เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน ส่วนใครที่อยากได้หนังสือจินดามณีฉบับปกแข็งต้องรอไปซื้อที่ร้านหนังสือกรมศิลปากร ที่หอสมุดแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่พิมพ์หนังสือล่าช้าไม่ทันความต้องการของตลาดเนื่องจากสั่งพิมพ์ปั๊มทองที่ปกหนังสือทุกเล่มจำเป็นต้องใช้เวลาพอสมควร