เจาะลึกอุบัติเหตุบนทางหลวงปี 60 สรุป 10 เส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด พร้อมเฝ้าระวังถนนอันตราย 77 จุดรับมือสงกรานต์ เผยผลศึกษาช่วงเวลา สาเหตุ และจุดที่เกิดเหตุสูงสุด


อุบัติเหตุนำมาซึ่งความสูญเสีย ยิ่งรุนแรงก็ยิ่งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงต้องยิ่งเฝ้าระวังเพื่อป้องกันความสูญเสียและโศกเศร้าอย่างยากจะลืมเลือน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว และช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง

กรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศเตรียมรับมือการเดินทางในช่วงสงกรานต์ไว้แล้ว โดยได้สรุปเส้นทางที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษทั้งหมด 77 เส้นทาง แบ่งเป็นที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง 47 เส้นทาง และกรมทางหลวงชนบท 30 เส้นทาง การดูแลความปลอดภัยได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบกรับผิดชอบรถโดยสาร และตำรวจทางหลวงรับผิดชอบในส่วนการทำผิดกฎจราจร

การเลือกเส้นทางที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ พิจารณาจากหลายปัจจัย ที่สำคัญคือ มีจำนวนอุบัติเหตุสูงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และเป็นเส้นทางไปยังแหล่งท่องเที่ยว ที่มีคนเดินทางจำนวนมาก ซึ่งเส้นทางที่มีอุบัติเหตุสูงสุดในปี 2560 คือเส้นทางสาลี-สุพรรณบุรี เกิดขึ้น 114 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บ 94 ราย บางเส้นทางแม้จะมีจำนวนอุบัติเหตุไม่มาก แต่รุนแรงจึงมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยเส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 10 อันดับแรกนั้นกระจายอยู่ทั่วประเทศ

...

เจาะลึกเวลาไหน จุดไหนของถนนเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด

นอกจากนี้จากรายงานของกรมทางหลวงในปี 2560 ช่วงวันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.นั้น สรุปสถิติอุบัติเหตุบนทางหลวงทั่วประเทศ ได้ว่ามีจำนวน 15,936 ครั้ง เสียชีวิต 2,409 ราย บาดเจ็บ 14,692 ราย ซึ่งมากกว่าปี 2559 ที่เกิดขึ้น 15,578 ครั้ง เสียชีวิต 2,464 ราย บาดเจ็บ 15,365 ราย

สำหรับสถานที่ เวลา ที่เกิดอุบัติเหตุนั้นเป็นไปตามช่วงเวลาการใช้รถที่มีจำนวนมากน้อยต่างกัน เช่น ทางตรงมีมากกว่าท้างโค้ง ก็จะมีจำนวนอุบัติเหตุมากกว่า โดยสรุปจำนวนได้แก่ อันดับ 1 คือ ทางตรง 10,375 ครั้ง อันดับ 2 เป็นทางโค้งปกติ 2,299 ครั้ง อันดับ 3 ทางแยกระดับเดียวกัน 1,114 ครั้ง อันดับ 4 จุดเปิดเกาะกลางถนน 901 ครั้ง อันดับ 5 ทางลาดชัน 463 ครั้ง อันดับ 6 สะพาน 239 ครั้ง อันดับ 7 ทางเชื่อม 214 ครั้ง อันดับ 8 ช่วงเปลี่ยนความกว้างของช่องจราจร 98 ครั้ง อันดับ 9 ทางโค้งหักศอก 92 ครั้ง และอันดับ 10 ทางแยกต่างระดับ 39 ครั้ง

ถ้าดูจากช่วงสภาพอากาศ พบว่า ช่วงอากาศแจ่มใส เกิดมากที่สุดถึง 13,261 ครั้ง ขณะที่ช่วงฝนตกเกิด 2,521 ครั้ง ส่วนที่เหลือเป็นช่วงมีหมอกลง ควัน โดยกลางวันเกิดอุบัติเหตุ 9,499 ครั้ง มากกว่ากลางคืนที่เกิด 6,437 ครั้ง ส่วนเวลาเกิดเหตุอุบัติเหตุมากที่สุดคือ 14.00-14.59 น. 904 ครั้ง ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุดคือ 04.00-04.59 น. 495 ครั้ง

ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด คือรถยนต์นั่ง 6,787ครั้ง รองลงมาคือรถปิกอัพบรรทุก 4 ล้อ 7,074 ครั้ง และรถจักรยานยนต์ 4,064 ครั้ง ที่เหลือเป็นยานพาหนะประเภทอื่นๆ เช่น รถตู้ 441 ครั้ง รถโดยสารขนาดใหญ่ 269 ครั้ง รถพ่วง 1,854 ครั้ง

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุนั้น อันดับ 1 ขับรถเร็ว 11,963 ครั้ง รองลงมาคือตัดหน้าระยะกระชั้นชิด 1,454 ครั้ง หลับใน 1,026 ครั้ง ส่วนที่เหลือ เช่น อุปกรณ์รถบกพร่อง 502 ครั้ง เมาเหล้า 276 ครั้ง ฝ่าฝืนสัญญาณไฟ 140 ครั้ง ขับรถไม่ชำนาญ 136 ครั้ง ไม่ให้สัญญาณเลี้ยว 71 ครั้ง เป็นต้น.