ชมพู่อิเหวิน มีด้วยกัน 2 ชนิดพันธุ์ ได้แก่ ชนิดผลสุกเป็นสีแดงอมม่วงตามภาพประกอบคอลัมน์ กับอีกชนิดหนึ่งที่สีของผลสุกหรือแก่จัดเป็นสีเขียวล้วนเหมือนกับสีของผลสุกหรือแก่จัดของชมพู่เพชรบ้านเราทุกอย่าง โดยทั้ง 2 ชนิดพันธุ์ มีถิ่นกำเนิด จากประเทศไต้หวัน ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในประเทศไทยบ้านเรานานมากแล้ว จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นชมพู่ของไทยไปโดยปริยาย สามารถปลูกเจริญเติบโตมีดอกและติดผลดกเป็นธรรมชาติตามฤดูกาลในทุกพื้นที่ของประเทศไทยบ้านเรา และที่สำคัญทั้ง 2 สายพันธุ์จะไม่มีเมล็ดหรือไร้เมล็ดอีกด้วย เนื้อแก่จัดจะมีรสหวานกรอบรับประทานอร่อยมาก ผู้นำเข้าจึงตั้งชื่อว่า “ชมพู่อิเหวิน” ดังกล่าว กำลังเป็นที่นิยมปลูกและนิยมรับประทานอย่างกว้างขวางอยู่ในเวลานี้
ชมพู่อิเหวิน ทั้ง 2 ชนิดพันธุ์มีชื่อวิทยาศาสตร์และมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับต้นชมพู่ทั่วไปเกือบทุกอย่างคือ เป็นไม้ยืนต้น สูง 5–10 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้ามรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลมโคนสอบ ขณะใบยังอ่อนจะเป็นสีชมพูสวยงามน่าชมยิ่งนัก เมื่อใบแก่จะเป็นสีเขียวและใบจะมีขนาดใหญ่มาก เวลามีใบดกจะให้ร่มเงาดียิ่ง ดอก ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและกิ่งก้าน ไม่มีกลีบดอก แต่จะมีเกสรจำนวนมากเป็นสีชมพูหรือสีแดงอมชมพู “ผล” ของทั้ง 2 ชนิดพันธุ์เหมือนกันคือ เป็นรูประฆัง ผิวผลสุกหรือแก่จัดเป็นสีแดงอมม่วงและสีเขียวล้วนตลอดทั้งผล ตามที่กล่าวข้างต้น ผลมีขนาดใหญ่ทั้ง 2 ชนิดพันธุ์ มีน้ำหนักเฉลี่ยระหว่าง 3–4 ผลต่อ 1 กิโลกรัม เป็นชมพู่ไม่มีเมล็ดโดยธรรมชาติทั้ง 2 ชนิดพันธุ์ รสชาติหวานกรอบรับประทานอร่อยทั้ง 2 ชนิดพันธุ์ มีดอกและติดผลดกตามฤดูกาล ขยายพันธุ์ทั่วไปด้วยวิธีตอนกิ่ง ทาบกิ่ง และเสียบยอด
มีกิ่งตอนแท้ทั้ง 2 ชนิดพันธุ์ ขายแห่งเดียวคือติดต่อ “คุณวิเชียร บุญเกิด” 161/2 หมู่ 1 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร โทร.08–5244–1699 ราคาสอบถามกันเอง เหมาะจะปลูกเก็บผลกินในครัวเรือน หรือเก็บผลขายได้ราคาดีครับ.
...
“นายเกษตร”