ข่าว
100 year

มะม่วงระวังเพลี้ยไฟพริก

สะ-เล-เต1 มี.ค. 2561 05:01 น.
SHARE

มะม่วงกำลังเข้าสู่ช่วงพัฒนาดอกให้กลายเป็นผล กรมวิชาการเกษตรเตือนชาวสวนมะม่วงให้เฝ้าการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟพริก ที่จะบินมาดูดกินน้ำเลี้ยงใบอ่อน ยอดอ่อน ตุ่มตาใบ ตุ่มตาดอก ช่อดอกมะม่วง โดยเฉพาะฐานรองดอกและขั้วผลอ่อน

การเข้าทำลายบนยอดอ่อนจะทำให้ใบที่แตกใหม่แคระแกร็น ขอบใบและปลายใบไหม้ ใบอาจร่วงตั้งแต่ยังเล็ก ส่วนใบที่โตแล้วจะเข้าทำลายตามขอบใบ ทำให้ใบม้วนงอและปลายใบไหม้...เข้าทำลายที่ยอด จะมีความรุนแรงจนทำให้ยอดแห้ง ไม่แทงช่อใบหรือช่อดอก

เข้าทำลายที่ตาดอก ช่อดอกจะบิดเบี้ยว หงิกงอ หรือติดผลน้อย ผลเล็กๆที่ถูกเพลี้ยไฟพริกทำลาย อาจร่วงหล่นได้...เข้าทำลายในระยะติดดอก จะทำให้ช่อดอกหงิกงอ ดอกร่วงไม่ติดผล หรือติดผลน้อย

เข้าทำลายในระยะติดผลอ่อน จะพบแผลเป็นวงสีเทาเงินเกือบดำชัดเจนใกล้ขั้วผล หรือผลบิดเบี้ยว หากระบาดรุนแรง ผิวของผลมะม่วงจะเป็นสีดำเกือบทั้งหมด

หากพบการระบาดไม่มาก ให้เกษตรกรตัดส่วนที่เพลี้ยระบาดไปเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก เพราะเพลี้ยไฟพริกจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มบริเวณส่วนยอดอ่อนของพืช

กรณีระบาดรุนแรงให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลง แลมบ์ดา–ไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ เฟน-โพรพาทริน 10% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร

เพื่อช่วยให้การพ่นสารมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ควรฉีดพ่นในระยะมะม่วงติดดอกอย่างน้อย 2 ครั้ง คือ ระยะเริ่มแทงช่อดอก และระยะเริ่มติดผลขนาดมะเขือพวง

หากปีใดระบาดรุนแรงให้พ่นซ้ำก่อนระยะดอกบาน...แต่ให้หลีกเลี่ยงการพ่นสารฆ่าแมลงในระยะดอกบาน เพราะอาจเป็นอันตรายต่อแมลงผสมเกสรได้.

สะ–เล–เต

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มะม่วงเพลี้ยไฟพริกผลอ่อนหน้ามองฟ้า เท้าหยั่งดินสะ-เล-เตเกษตร

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้